บริษัทในสหรัฐฯ กว่า 3,500 แห่ง ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ กรณีตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน

บริษัทในสหรัฐฯ กว่า 3,500 แห่ง ยื่นฟ้องรัฐบาลทรัมป์ กรณีตั้งกำแพงภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน

26 ก.ย. 2020
ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีบริษัทในสหรัฐฯ กว่า 3,500 แห่ง
เช่น Tesla, Ford Motor, Volvo Group (อเมริกาเหนือ), Lenovo, Target Corp, Walgreen, Ralph Lauren, Gibson Brands และ Home Depot
ได้ยื่นฟ้องทีมบริหารของทรัมป์ ในกรณีตั้งกำแพงเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน
มูลค่ากว่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 9,487,500 ล้านบาท
โดยยื่นฟ้องเรื่องนี้ต่อ ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐฯ
เพื่อเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าหลายรายการจากจีน
ซึ่งบริษัทต่างๆ อ้างว่า ทีมบริหารของทรัมป์ ล้มเหลวในการกำหนดอัตราภาษี
และไม่ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนตามกฎหมาย (Administrative Procedures)
บางบริษัทกล่าวว่า สงครามการค้ากับจีน ของรัฐบาลสหรัฐฯ
ไม่มีการกำหนดขอบเขตที่ชัดเจน ทำให้บริษัทในสหรัฐฯ ที่นำเข้าสินค้าจากจีน
ได้รับผลกระทบคิดเป็นมูลค่ากว่าหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างเช่น Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ในสหรัฐฯ
ก็ได้รับผลกระทบพอสมควร จากการที่สหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน
เพราะ Tesla ต้องนำเข้าส่วนประกอบรถยนต์หลายชิ้นส่วนจากจีน เช่น ชิป
ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้กำหนดอัตราภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน
โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ที่เรียกว่า List 3 และ List 4A
ซึ่ง List 3 ประกอบด้วยอัตราภาษี 25% สำหรับการนำเข้าสินค้าประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ List 4A เป็นอัตราภาษี 7.5% สำหรับสินค้า 120,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
อย่างไรก็ดี ทีมบริหารของทรัมป์ ก็กล่าวว่า
การเรียกเก็บภาษีสินค้าจีน เป็นสิ่งที่ชอบธรรม
เนื่องจาก จีน กำลังขโมยทรัพย์สินทางปัญญา
และบังคับให้บริษัทในสหรัฐฯ ถ่ายโอนเทคโนโลยีให้กับจีน
เพื่อแลกเปลี่ยนกับโอกาสในการเข้าถึงตลาดของจีน
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.