จีนและฟิลิปปินส์ เข้ามาทำงานในไทยเพิ่ม แต่ญี่ปุ่นลดลง เพราะอุตสาหกรรมเปลี่ยน

จีนและฟิลิปปินส์ เข้ามาทำงานในไทยเพิ่ม แต่ญี่ปุ่นลดลง เพราะอุตสาหกรรมเปลี่ยน

1 ต.ค. 2020
ซีบีอาร์อี บริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับโลก เผยว่า
หนึ่งในชาวต่างชาติที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำงานในไทย ที่มีจำนวนมากที่สุดมาโดยตลอด คือ ชาวญี่ปุ่น
แต่ปัจจุบันกำลังมีจำนวนลดลง ซึ่งปี 2558 มีอยู่ 36,666 คน
ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2563 มีอยู่ 28,560 คน หรือลดลงกว่า 22%
ซึ่งเป็นสถิติต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2555
โดยชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ จะทำงานในภาคการผลิต การส่งออก ค้าปลีก ยานยนต์ บริการด้านอสังหาริมทรัพย์ การให้เช่า และบริการทางธุรกิจ
ซึ่งสาเหตุที่จำนวนชาวญี่ปุ่น ที่เข้ามาทำงานในประเทศไทยลดลง
เกิดจากการที่ อุตสาหกรรมซึ่งเติบโตสูงมานาน หันมาจ้างคนในท้องถิ่นที่มีความสามารถในการทำงานแทนชาวต่างชาติได้ เพราะมีค่าแรงที่ต่ำกว่า
และการย้ายถิ่นฐานของโรงงานผลิต ไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนามและกัมพูชา
ในทางกลับกัน ชาวฟิลิปปินส์ และชาวจีน เป็นชาวต่างชาติที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นรวดเร็วที่สุด
โดยเพิ่มขึ้น 38% (จาก 13,146 คน เป็น 18,472 คน)
และเพิ่มขึ้น 31% (จาก 18,812 คน เป็น 25,811 คน) ตามลำดับ ระหว่างปี 2558 - ไตรมาส 3 ปี 2563
โดยชาวจีนในไทยส่วนใหญ่ ทำงานในภาคการผลิต
เนื่องจากบริษัทเอเชียรายใหญ่ ยังคงย้ายฐานการผลิตออกจากจีนอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลีกเลี่ยงกำแพงภาษีของสหรัฐฯ สำหรับสินค้าที่ผลิตในจีน
รวมถึงการที่กลุ่มประเทศอาเซียน นำเสนอตัวเองในฐานะฐานการผลิตใหม่
ชาวฟิลิปปินส์ส่วนใหญ่จะทำงานเป็น ครู เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ
และมีค่าแรงที่ต่ำกว่าชาวยุโรป ชาวอเมริกัน ชาวออสเตรเลีย และชาวนิวซีแลนด์
โดยชาวฟิลิปปินส์ มีบทบาทสำคัญในโรงเรียนนานาชาติ และโรงเรียนสองภาษาในกรุงเทพฯ
แผนกวิจัย ซีบีอาร์อี เผยว่า
พื้นที่ส่วนขยายของย่านใจกลางกรุงเทพฯ เช่น พระราม 9 และรัชดาภิเษก
ได้กลายเป็นศูนย์รวมของชาวจีน เนื่องจากมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ อย่างร้านอาหารจีน ร้านค้า และรถไฟฟ้าใต้ดิน
ในขณะเดียวกัน อ่อนนุช ก็เป็นย่านที่ชาวฟิลิปปินส์ นิยมพักอาศัย
เนื่องจากมีค่าเช่าต่ำกว่า ย่านสุขุมวิทตอนต้นและตอนกลาง แต่ยังคงสามารถเดินทางได้สะดวกด้วยรถไฟฟ้า BTS เช่นกัน
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.