แต่ละธุรกิจ เหมือนปลาชนิดอะไร ? ในคลื่น COVID-19

แต่ละธุรกิจ เหมือนปลาชนิดอะไร ? ในคลื่น COVID-19

5 ต.ค. 2020
เผลอแปปเดียวตอนนี้เข้าโค้งสุดทายของปีแบบที่หลายๆคนไม่ทันตั้งตัว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าปีนี้สิ่งที่มีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของเรามากที่สุดทั้งในชีวิตประจําวันและในเชิงธุรกิจ โควิด 19 ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคนทั้งโลกแบบกะทันหันจนรับมือกันแทบไม่ทันในระยะสั้นเราได้เห็นการต่อสู้ การเปลี่ยนแปลงต่างๆมากมายเพื่อให้ธุรกิจรอดจนถึงวันที่การระบาดสิ้นสุดลง
มาถึงตอนนี้สิ่งที่ต้องคิดกันต่อไม่ใช่แค่การวางแผนรับมือระยะสั้นอีกต่อไป แต่เป็นการวางทิศทางให้กับธุรกิจในระยะยาว Head100 company ในฐานะนักการตลาดและนักสร้างแบรนด์ขอหยิบประเด็นที่น่าสนใจของการเอาตัวรอดผ่านเรื่องราวของปลา 4 ชนิด มาเติมแรงบันดาลใจให้ทุกธุรกิจฝ่าวิกฤตินี้ไปได้อย่างสวยงาม
เมื่อคลื่นโควิดซัดมา เหล่าปลาเอาตัวรอดกันอย่างไร
การเอาตัวรอดในวิกฤติครั้งนี้แน่นอนว่าทุกองค์กรไม่สามารถใช้กลยุทธ์เดียวกันเพื่อให้ได้ ผลลัพธ์ที่เหมือนกันได้เนื่องจากผลกระทบของแต่ละองค์กรแตกต่างกันเราจึงเห็นวิธีเอาตัวรอดในรูปแบบที่หลากหลาย
ซึ่งหากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพแบบง่ายๆ องค์กรต่างๆอาจเปรียบได้กับปลาในมหาสมุทรที่เมื่อคลื่นยักษ์พัดเข้ามาอย่างถาโถม ปลาแต่ละชนิดก็มีวิธีการเอาตัวรอดที่แตกต่างกัน ดังนั้นคําถามที่ดีไม่ใช่ปลาตัวไหนที่จะรอดจากวิกฤติครั้งนี้แต่ปลาแต่ละตัวจะเอาตัวรอดด้วยวิธีแบบไหนคือสิ่งที่น่าสนใจมากกว่า แล้วคุณล่ะคิดว่าตัวเองเป็นปลาประเภทไหน…
1) Rescale แบบโลมา คลื่นยิ่งสูงยิ่งไปได้ไกล
ในวิกฤตกาลครั้งนี้แน่นอนว่ามีธุรกิจนับไม่ถ้วนที่ได้รับผลกระทบจนบาดเจ็บสาหัส แต่ในทาง กลับกันยังมีหลายธุรกิจที่โควิดไม่เพียงแต่ไม่ส่งผลกระทบเชิงลบ แต่ยิ่งเป็นโอกาสส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตได้ดีกว่าในสถานการณ์ปกติตัวอย่างเช่น
ธุรกิจเพื่อความบันเทิงภายในบ้าน เช่น เครื่องเกมส์ Nintendo switch ที่ขายดีจนขาดตลาดในหลายประเทศ หรือ Netflix แพลตฟอร์มสตรีมมิ่งภาพยนตร์และซีรีย์ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก เปรียบได้กับโลมาที่ถึงคลื่นจะมาแรงเพียงใดก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อสิ่งมีชีวิตที่รักการโต้คลื่นเป็นชีวิตจิตใจ ในทางกลับกันเมื่อคลื่นมา ยิ่งส่งเสริมให้โลมาว่ายนํ้าได้ไกลและเร็วกว่าเดิม
ต่อยอดอย่างโลมา
ถึงกระแสนํ้าจะเป็นใจแค่ไหน แต่ถ้าไม่ว่ายต่อยังไงก็ไร้ประโยชน์ตรงกับสํานวนที่เราคุ้นหูกันดีว่า นํ้าขึ้นให้รีบตัก ธุรกิจที่รุ่งเรืองในช่วงวิกฤติก็ไม่ควรหยุดนิ่งเพียงเพราะทุกอย่างเป็นใจเช่นกัน ในทางกลับกันควรต่อยอดเพื่อให้สิ่งที่ดีอยู่แล้วไปได้ไกลกว่าเดิม ตัวอย่างเช่น Zoom แพลตฟอร์มให้บริการประชุมออนไลน์ระดับโลกที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงล็อคดาวน์จากผู้ใช้งานประจํา 10 คนต่อ วันพุ่งเป็น 300 คนต่อวันภายในไม่กี่สัปดาห์
เนื่องจากผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวในเวลาอันสั้น Zoom จึงยังมีข้อบกพร่องบางประการที่ทําให้การใช้งานติดขัด โดยปัญหาหลักคือความปลอดภัยของข้อมูลผู้ใช้งาน แต่ Zoom ไม่ปล่อยให้ปัญหานี้สร้างความไม่สบายใจให้กับผู้บริโภคนาน รีบปรับปรุงระบบอย่างเร่งด่วนโดยเน้นที่ความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลเป็นหัวใจสําคัญ
ยิ่งไปกว่านั้นยังลงทุนกับระบบเพื่อยกระดับประสบการณ์ให้การประชุมออนไลน์ผ่านโลกเสมือนจริง สะดวกและมีประสิทธิภาพมากกว่าที่เคย เช่น จับมือกับ Oracle พัฒนาระบบ Cloud เก็บข้อมูลรองรับการใช้งานใหม่ๆ อีกทั้งยังพัฒนาโซลูชั่นด้านวีดีโออีกมากมาย โดยปัจจุบันผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม Zoom มีมากมายหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นด้านการแพทย์การศึกษา หรือการใช้งานทั่วไปของผู้บริโภคในยุคหลังโควิด และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นอีกในอนาคต
2) Rethink แบบแซลมอน ว่ายทวนนํ้า โตสวนกระแส
วิกฤตกาลครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อธุรกิจในรูปแบบที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าจะเกิดขึ้น จึงไม่น่าแปลกใจที่บางทีโซลูชั่นเดิมๆที่เคยใช้แล้วประสบความสําเร็จในอดีต นํามาปัดฝุ่นใหม่แล้วไม่เห็นผลอย่างที่คิด เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้การคิดสิ่งใหม่ คิดให้แตกต่างดูจะเป็นไอเดียที่ดีทีเดียว
โดยในช่วงวิกฤติเราได้เห็นรูปแบบของธุรกิจใหม่ๆเกิดขึ้นมากมาย หลายองค์กรหลุดออกจากกรอบเดิมๆ กล้าทําในสิ่งที่ธุรกิจประเภทเดียวกันไม่มีใครทําเพื่อเปลี่ยนวิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาสเหมือนอย่างปลาแซลมอนที่บางทีต้องว่ายทวนนํ้าสวนกับปลาตัวอื่นๆเพื่อไปให้ถึงจุดหมาย เพราะถ้ายังฝืนตามนํ้าวางไข่กลางแม่นํ้าใหญ่ อนาคตของแซลมอนรุ่นใหม่ไม่มีทางเกิดแน่นอน อย่างคําที่ว่าไอเดียที่ดีที่สุดมักจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่คาดไม่ถึงสุดๆนั่นเอง
แตกต่างอย่างแซลมอน
นาทีนี้ถ้าโซลูชั่นเดิมๆใช้ไม่ได้ผล สิ่งที่ดีที่สุดคือการคิดให้แตกต่างอย่างแซลมอน ในเมื่อคลื่นซัดจนเรามองเห็นหนทางที่จะไปต่อไม่ชัด ต้องลองคิดต่างหาวิธีว่ายสวนทาง ตัวอย่างเช่น ธุรกิจท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักหน่วงจากการล็อคดาวน์ส่งผลให้สถานที่ท่องเที่ยวสําคัญเจ็บหนักสาหัสแม้กระทั่งพระราชวังในสหราชอาณาจักรเองก็ไม่เว้น ในเมื่อนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมพระราชวังไม่ได้ ก็ยกบรรยากาศและกลิ่นอายของพระราชวังเสิร์ฟให้ถึงที่ซะเลย
โดยพระราชวังบัคคิงแฮมได้วางจําหน่ายจินสูตรพิเศษภายใต้แบรนด์ Buckingham Palace Gin พร้อมระบุวิธีผสมค็อกเทลสูตรลับที่ควีนอลิซาเบธที่ 2 ทรงเสวยทุกวันให้ทุกคนได้ดื่มดํ่า ความพิเศษคือวัตถุดิบที่ใช้ล้วนมาจากธรรมชาติภายในพระราชวังทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้เครื่องเทศ หรือสมุนไพร
จนเกิดเป็นจินที่รสชาติมีเอกลักษณ์ลงตัวและมีกลิ่นอายของพระราชวังบัคกิงแฮมชัดเจนที่สุด ทันทีที่วางจําหน่ายก็มียอดสั่งซื้อถล่มทลายจนคิวการผลิตยาวหลายเดือนเลยทีเดียว
3) Resilience แบบปลาไหล เอาตัวรอดได้เสมอ
ในสถานการณ์ที่คลื่นยักษ์ถาโถมเข้ามาอย่างหนักเช่นนี้เราได้เห็นการต่อสู้ของธุรกิจต่างๆใน รูปแบบที่หลากหลายเพื่อเอาตัวรอด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรที่ได้รับผลกระทบทันทีจนแทบตั้งตัวไม่ทัน หรือองค์กรที่อาจจะรุ่งในช่วงแรกๆแต่เจอปัญหาให้ต้องแผ่วลงในช่วงต่อมา อาจมีความไม่แน่นอนมากมายเข้ามาท้าทายให้ต้องรับมือตลอด
แต่องค์กรเหล่านี้ก็หาวิธีแก้ไขให้ธุรกิจปัจจุบันที่ทําอยู่รอดมาได้อย่างสวยงาม เช่นการปรับตัวให้เข้ากับยุค New normal หากจะเปรียบกับปลาองค์กรเหล่านี้เปรียบได้กับปลาไหลที่ไม่ว่าจะเจออุปสรรคอย่างไร ถึงแม้จะมีช่วงขาขึ้นขาลง แต่ก็สามารถดิ้นหลุดจากอุปสรรคนั้นๆได้ทุกครั้งอย่างสํานวนคลาสสิคของไทย ‘ลื่นเหมือนปลาไหล’ นั่นเอง
ตอบโต้ให้ไหลลื่นเหมือนปลาไหล
ไม่ว่าเหตุการณ์จะมีขึ้นมีลงบ้าง หรืออุปสรรคจะเข้ามาท้าทายแค่ไหน เราแค่ต้องตั้งสติและหาไอเดียดิ้นให้หลุดเหมือนปลาไหลเพื่อพาให้ธุรกิจปัจจุบันอยู่รอด ตัวอย่างเช่น บริษัท Yum China Holding เจ้าของร้านฟาสต์ฟูดชื่อดังอย่าง KFC และ Pizza Hut ในประเทศจีนที่ประสบปัญหาสาขาจํานวนมากไม่สามารถดําเนินการได้เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดยังยากต่อการควบคุม
บริษัทจึงต้องปรับกลยุทธ์อย่างรวดเร็วเพื่อเอาตัวรอด ในเมื่อลูกค้าไม่เข้าก็ต้องไปหาลูกค้าถึงที่ โดย KFC มุ่งเน้นที่กลุ่มลูกค้าองค์กรเปิดบริการพิเศษให้พนักงานสามารถสร้างสรรค์เมนูได้ตามงบประมาณที่จํากัดในแต่ละวัน และ Pizza Hut เปิดบริการส่งตรงวัตถุดิบสดๆพร้อมวิธีปรุงอย่างละเอียดถึงบ้าน ช่วยให้ยอดขายสามารถฟื้นฟูขึ้นมาได้ในช่วงวิกฤตกาลครั้งนี้
4) Reallocate แบบทูน่า เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีกว่า
ส่วนการเอาตัวรอดรูปแบบสุดท้าย คือการเอาตัวรอดของกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง จากการแพร่ระบาด เมื่อกิจการบางอย่างเดินทางมาถึงทางตันจนไม่เห็นหนทางที่จะไปต่อได้ในอนาคต องค์กรอาจต้องยอมตัดใจลดทอนหรือล้มเลิกธุรกิจที่ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะผลักดันให้ไปต่อ
เพื่อท้ายที่สุดแล้วจะได้โฟกัสกับโอกาสใหม่ๆที่อาจเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตต่อไปในอนาคตได้อย่างเต็มที่ เช่นเดียวกับปลาทูน่า ที่มีความพิเศษคือเป็นปลาที่มักย้ายถิ่นฐานบ่อย เมื่อต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมและอุณหภูมิที่ไม่เป็นใจ ทูน่ายอมตัดใจละทิ้งถิ่นที่อยู่เพื่อตามหาน่านนํ้าใหม่เพื่อการเจริญเติบโตที่ดีกว่า
ตัดทอนเพื่อเติบโตอย่างทูน่า
เมื่อธุรกิจที่ทําอยู่มองไม่เห็นหนทางที่จะเติบโตต่อได้บางครั้งองค์กรก็ต้องยอมตัดทอนให้ ความสําคัญกับธุรกิจดังกล่าวลดลง เปลี่ยนโฟกัสอย่างทูน่าที่ยอมย้ายถิ่นฐานเพื่อว่ายไปยังที่ๆ เติบโตได้ดีกว่า ตัวอย่างธุรกิจที่ได้รับผลกระทบชัดเจนที่สุดแน่นอนว่าต้องเป็นธุรกิจท่องเที่ยว เมื่อนักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางได้กลุ่มธุรกิจที่พึ่งพานักท่องเที่ยวเป็นหลักอย่างสายการบินก็ต้องพบกับศึกหนักอย่างเลี่ยงไม่ได้
รวมถึงบริษัทสายการบิน 2 สัญชาติชื่อดังอย่าง นกสกู๊ต ด้วยเช่นกัน เมื่อผลประกอบการถดถอยลงเรื่อยๆประจวบเหมาะกับช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ทําให้หนทางข้างหน้ายิ่งมีแต่ความยากลําบาก นกสกู๊ตจึงถือโอกาสโบกมือลาน่านฟ้าอย่างเป็นทางการ ปิดตํานานสายการบินระหว่างประเทศราคาประหยัด ส่วนบริษัท สายการบินนกแอร์จํากัด (มหาชน) ผู้ดําเนินกิจการสายการบินนกแอร์และผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของนกสกู๊ตก็ได้โอกาสกลับมา โฟกัสการบริหารงานของนกแอร์อย่างเต็มตัวอีกครั้ง เพื่อเอาตัวรอดจากวิกฤติกาลครั้งนี้
เรื่องราวของปลาทั้ง 4 ตัว ทิ้งข้อคิดที่น่าสนใจให้เราอย่างหนึ่งคือ ไม่ว่าจะเป็นปลาชนิดไหน จะตัวเล็กหรือตัวใหญ่ไม่สามารถรอดจากวิกฤตินี้ไปได้เลยถ้าไม่ปรับตัว หากโลมาไม่ว่ายเพื่อให้ไปได้ไกลคลื่นที่ช่วยพัดให้สูงขึ้นก็ไร้ประโยชน์หากแซลมอนไม่ว่ายทวนนํ้าอาจถูกกระแสนํ้าพัดจนไม่สามารถขยายพันธุ์ได้หากปลาไหลไม่ตอบโต้อย่างไหลลื่นคงไม่สามารถเอาตัวรอดได้ทุกครั้ง
และสุดท้ายหากทูน่าไม่ตัดใจย้ายถิ่นฐานคงไม่เจอแหล่งนํ้าใหม่ที่ดีกว่าเหมาะแก่การเจริญเติบโตอย่างแท้จริง ธุรกิจเองก็เช่นกัน ไม่ว่าผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 จะเป็นผลดีหรือผลเสีย หากรอให้เวลาผ่านไปเฉยๆไม่ทําการปรับตัวอาจไม่สามารถผ่านเรื่องเลวร้ายนี้ไปได้อย่างสวยงาม
ติดตามเรื่องราวของแบรนด์ต่างๆที่จะช่วยเติมแรงบันดาลใจให้ธุรกิจได้ที่ www.head100company.com และพูดคุยกันผ่านทาง hello@head100company.com
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.