realme ทำตลาดอย่างไร ถึงได้กลายเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟน ที่โตเร็วสุดในโลก?

realme ทำตลาดอย่างไร ถึงได้กลายเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟน ที่โตเร็วสุดในโลก?

23 ธ.ค. 2020
ถ้ามีคนมาบอกเราว่า เขาจะสร้างแบรนด์ใหม่ขึ้นมา โดยที่เริ่มจาก 0 ให้กลายเป็นแบรนด์ชื่อดังที่ติด TOP 10 ของโลก ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี
เราคงมองว่าแทบเป็นไปได้ยาก หรือเป็นไปไม่ได้เลย
แต่รู้ไหมว่า สิ่งนี้ได้เกิดขึ้นแล้วในวงการสมาร์ตโฟน กับแบรนด์ที่ชื่อว่า “realme” หรือ เรียลมี
ซึ่งปัจจุบัน realme ประสบความสำเร็จเกินคาด
ด้วยภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่ครองใจกลุ่มคนรุ่นใหม่
และจุดเด่นของแบรนด์ ที่นำเสนอสมาร์ตโฟนดีไซน์สวยงาม กับมีนวัตกรรมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ในราคาที่ใครๆ ก็เป็นเจ้าของได้
ส่งผลให้ realme กลายเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนอันดับที่ 7 ของโลก และอันดับที่ 4 ในประเทศไทย
อีกทั้ง ยังส่งมอบสมาร์ตโฟน ไปได้แล้วมากกว่า 50 ล้านเครื่องทั่วโลก ภายในเวลาเพียง 2 ปี..
ทั้งนี้ realme ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม ปี 2018
โดย คุณ Sky Li อดีตผู้บริหารของ OPPO และทีมงานคนรุ่นใหม่
และเปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นแรกในชื่อ “realme 1” และเริ่มทำตลาดแรกในประเทศอินเดีย
เฉพาะในไตรมาสที่สองของปี 2019
Counterpoint Research บริษัทวิจัยตลาดสมาร์ตโฟน รายงานว่า realme ส่งมอบสมาร์ตโฟนได้ 4.7 ล้านเครื่อง และกลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ติด TOP 10 ที่ส่งมอบสมาร์ตโฟนมากสุดในโลก
หรือก็คือ ภายใน 1 ปี
realme ก็สามารถก้าวสู่แบรนด์สมาร์ตโฟน TOP 10 ของโลกได้สำเร็จ
และเฉพาะในไตรมาสที่สามของปี 2020 นี้
realme ส่งมอบสมาร์ตโฟนได้ 14.8 ล้านเครื่อง เติบโตขึ้น 132% เมื่อเทียบจากปีที่แล้ว
และครองส่วนแบ่งตลาดอันดับที่ 7 ของโลก
นอกจากนี้ realme ยังได้ฉายาจาก Counterpoint ว่าเป็นแบรนด์สมาร์ตโฟนที่เติบโตเร็วที่สุด ถึง 4 ไตรมาสติดต่อกัน (ไตรมาสที่สามปี 2019 ถึง ไตรมาสที่สองปี 2020)
สำหรับในประเทศไทย realme ครองตำแหน่งแบรนด์สมาร์ตโฟนอันดับที่ 4 ในไตรมาสที่สามของปี 2020
ปัจจุบัน realme ได้ทำตลาดใน 61 ประเทศทั่วโลก อาทิ จีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เวียดนาม, ไทย, มาเลเซีย, ยุโรป, รัสเซีย, ออสเตรเลีย, ฯลฯ
และจำหน่ายสมาร์ตโฟนไปแล้วมากกว่า 50 ล้านเครื่อง
ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ใช้ระยะเวลาน้อยที่สุด ตั้งแต่เริ่มทำตลาด จนสามารถมียอดขายรวม 50 ล้านเครื่อง
โดยที่ realme ใช้เวลาเพียง 9 ไตรมาส
Samsung ใช้เวลา 10 ไตรมาส
Xiaomi และ Vivo ใช้เวลา 12 ไตรมาส
Apple ใช้เวลา 13 ไตรมาส
ผลลัพธ์ทั้งหมดที่กล่าวไป เป็นการการันตีความสำเร็จของ realme ได้เป็นอย่างดี
แล้ว realme ทำตลาดและใช้กลยุทธ์อะไร ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ ?
สำหรับเรื่องการตลาด
realme มีจุดยืนตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ขึ้นมาคือ การสร้างสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ไอที ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ
แบรนด์จึงพยายามสร้างภาพลักษณ์ให้ดูทันสมัย สดใหม่ และนำเทรนด์อยู่เสมอ
realme จึงได้ฐานลูกค้าของคนรุ่นใหม่ ที่ชื่นชอบเทคโนโลยี และเติบโตไปพร้อมๆ กัน
อีกทั้ง ทีมงานของ realme ส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ไฟแรง ซึ่งมีอายุเฉลี่ยเพียง 29 ปี
ทำให้แบรนด์เข้าใจความต้องการของกลุ่มคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี และสามารถนำไปต่อยอดเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่โดนใจลูกค้ากลุ่มนี้
นอกจากนี้ realme ยังได้จัดแคมเปญ “Empower The Next Gen” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ในการกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิต และยืนหยัดด้วยตัวเอง
ซึ่งแคมเปญนี้ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี ที่สนับสนุนคนรุ่นใหม่สู่การใช้ชีวิตที่สมาร์ตยิ่งขึ้น และประสบความสำเร็จในอนาคต
สำหรับเรื่องช่องทางการจัดจำหน่าย
realme มีช่องทางจำหน่ายครอบคลุมทุกช่องทาง ทั้งออฟไลน์ ไม่ว่าจะเป็น realme Brand Shop เอง หรือตัวแทนจำหน่ายอย่าง Operator และ Partner
รวมไปถึง realme official store ในช่องทางออนไลน์
ทำให้สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในแต่ละภูมิภาค ได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ
สำหรับเรื่องผลิตภัณฑ์ของ realme
“ราคาที่จับต้องได้”
“ดีไซน์ที่ทันสมัย”
“สเปกดี เทคโนโลยีล้ำ”
3 เรื่องนี้คือสิ่งที่ realme ให้ความสำคัญ ในการออกแบบและสร้างผลิตภัณฑ์
เพื่อต้องการให้ลูกค้าเกิดความประทับใจ เมื่อได้ใช้งาน ทั้งในเรื่อง “เทคโนโลยี” และ “สไตล์”
โดยเมื่อเทียบผลิตภัณฑ์ของ realme กับแบรนด์คู่แข่ง จะพบว่ารุ่นที่มีสเปกใกล้เคียงกัน
realme จะมีจุดเด่นที่ดึงดูดใจลูกค้า คือราคาขายที่คุ้มค่า หรือจับต้องได้ มากกว่า
เพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่มีงบจำกัด ตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น
และที่ผ่านมา realme ได้ร่วมมือกับดีไซน์เนอร์ชั้นนำระดับโลกมากมาย ในการออกแบบผลิตภัณฑ์
อาทิ Naoto Fukasawa ดีไซน์เนอร์ชื่อดังชาวญี่ปุ่น ออกแบบสมาร์ตโฟน realme X2 Pro Master Edition จนสามารถคว้ารางวัลการออก จากเวทีระดับโลกอย่าง Red Dot Design Award
หรือ José Lévy ดีไซน์เนอร์จากแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง Hermès ร่วมออกแบบหูฟังไร้สาย realme Buds Q
ส่วนเรื่องเทคโนโลยี realme มีการนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างรวดเร็วอยู่เสมอ
โดยได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนเป็นรุ่นแรกๆ ที่มาพร้อมชิปเซต Qualcomm Snapdragon 865 และ 765G
และเปิดตัว realme XT ซึ่งเป็นสมาร์ตโฟนเครื่องแรกของโลก ที่มีกล้อง 64 ล้านพิกเซล
ซึ่งล่าสุด realme หันมาโฟกัสกับการสร้างและนำเสนอ สมาร์ตโฟน 5G ที่สเปกสูง แบตอึด และราคาคุ้มค่า
ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้านเทคโนโลยี 5G ในทุกช่วงระดับราคาที่เข้าถึงได้
ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น - เรือธงระดับไฮเอนด์ ให้ครอบคลุมตลาดทั่วโลก
บนพื้นฐานหลักการคิดที่อยากนำเสนอผลิตภัณฑ์ 5G ที่ทรงพลัง ดีไซน์นำเทรนด์ เครือข่ายที่เร็วและเสถียรที่สุด ให้กับคนรุ่นใหม่ทั่วโลก ได้มีโอกาสสัมผัสกับประสบการณ์ 5G ที่ดีที่สุด
อาทิ เปิดตัว realme 7 5G สมาร์ตโฟนราคาจับต้องได้
และ realme X7 Pro 5G สมาร์ตโฟนรุ่นเรือธง ดีไซน์บางเบา ราคาเริ่มต้นเพียง 9,990 บาท
ที่มาพร้อมกับชิปเช็ต Dimensity 1000+ ตัวท็อปจากค่าย MediaTek
เทคโนโลยีการตรวจจับสัญญาณเครือข่ายของ MediaTek 5G UltraSave ที่สามารถจัดการโหมดการทำงานของโมเด็มแบบเรียลไทม์ ปรับโหมดการทำงานและการใช้พลังงานแบบไดนามิกตามสภาพแวด
ล้อมเครือข่าย และเงื่อนไขการรับส่งข้อมูล
Super AMOLED ขนาด 6.5 นิ้ว รองรับอัตราการรีเฟรชหน้าจอ 120Hz
นอกจากนี้ realme ยังมุ่งผลักดันการพัฒนาและสร้างอีโคซิสเต็มเทคโนโลยีบนรากฐาน 5G
โดยตั้งเป้าจะพัฒนาสมาร์ตโฟนให้รองรับ 5G ทั้งหมด ภายใน 2-3 ปี
และทำงานร่วมกับพันธมิตรทั่วทั้งอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมอีโคซิสเต็ม 5G ที่ครอบคลุม และผลิตภัณฑ์ 5G ที่ครบวงจร
สำหรับกลยุทธ์ธุรกิจที่ realme นำมากำหนดทิศทางของแบรนด์ เพื่อเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสำหรับคนรุ่นใหม่
คือ กลยุทธ์ Dual Drive Strategy : Smartphone + AIoT
ที่ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ และให้อำนาจคนรุ่นใหม่ ในการสร้างไลฟ์สไตล์ที่ต้องการ
ผ่านผลิตภัณฑ์สมาร์ตโฟน และอุปกรณ์ AIoT
ซึ่งสำหรับผลิตภัณฑ์ AIoT จะใช้กลุยทธ์ “1 + 4 + N”
โดยเลข 1 คือ สมาร์ตโฟนซึ่งเป็นศูนย์กลางของอุปกรณ์ 4 ประเภท ได้แก่ Smart Earphone, Smart Watch, Smart TV และ Smart Speaker
ที่สามารถเชื่อมต่อและควบคุมการใช้งานอุปกรณ์เหล่านี้ทั้งหมดได้ผ่านสมาร์ตโฟน
ส่วน N หมายถึงความมุ่งมั่นของ realme ในการนำผลิตภัณฑ์ AIoT มาตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานส่วนตัว การใช้งานภายในบ้าน หรือการท่องเที่ยว
ทั้งนี้ ในปี 2020 ที่ผ่านมา
realme มียอดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ AIoT ไปแล้ว 1 ล้านชิ้น
ถือเป็นแบรนด์ที่มีการเติบโตของผลิตภัณฑ์ AIoT เร็วที่สุดในโลกอีกด้วย
สรุปแล้ว ความสำเร็จของ realme เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน
ไม่ว่าจะเป็น จุดยืนที่ชัดเจนของแบรนด์ ที่ต้องการสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีเพื่อคนรุ่นใหม่โดยเฉพาะ
มีความ Empathy หรือการเข้าอกเข้าใจความต้องการที่แท้จริงของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
ดีไซน์และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ที่ไม่แพ้แบรนด์คู่แข่งระดับโลก แต่จำหน่ายในราคาที่คนรุ่นใหม่จับต้องได้
การตลาดที่ยืดหยุ่น สามารถปรับตัวต่อตลาดได้อย่างรวดเร็ว
รวมถึง ความตั้งใจที่จะนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ให้คนรุ่นใหม่ทั่วโลก ได้มีโอกาสเข้าถึงและใช้งานได้เร็วและมากที่สุด..
Tag:realme
© 2021 Marketthink. All rights reserved.