G-SHOCK เปิดตัวนาฬิกากลุ่มพรีเมียม ผสานเทคโนโลยีและงานดีไซน์ ในราคาหลักแสน

G-SHOCK เปิดตัวนาฬิกากลุ่มพรีเมียม ผสานเทคโนโลยีและงานดีไซน์ ในราคาหลักแสน

5 มี.ค. 2021
ภาพลักษณ์ของ G-SHOCK คือแบรนด์นาฬิกาแนวสปอร์ต ในเครือ CASIO ที่มี DNA ของความความแข็งแกร่งและทนทาน ซึ่งโดยปกติแล้วจะผลิตรุ่นต่าง ๆ ออกมา เป็นกลุ่ม Lifestyle ในราคาเริ่มตั้งแต่ 4,000 ถึงไม่เกิน 20,000 บาท
แต่ปี 2021 นี้มีความพิเศษมากขึ้นไปอีก เพราะ G-SHOCK ได้เปิดตัวนาฬิกากลุ่ม Premium โดยมีนาฬิการุ่นไฮไลต์ ที่มีมูลค่าสูงถึงหลักแสนบาท
ซึ่งนาฬิการุ่นไฮไลต์ที่ว่านี้ มีความน่าสนใจตรง การผสมผสานเทคโนโลยีและงานดีไซน์เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว เป็นการสร้างเรื่องราว ที่ช่วยเพิ่มมิติให้กับนาฬิกา ให้มีความงดงามและน่าจดจำมากยิ่งขึ้น
ด้วยกระบวนการผลิตจากช่างฝีมือผู้มีความเชี่ยวชาญ และการร่วมมือกับแบรนด์สตรีตแฟชั่นชื่อดังจากจีน รังสรรค์ออกมาเป็นนาฬิกาหรูที่ยกระดับให้แบรนด์ G-SHOCK ได้เป็นอย่างดี
ทั้งหมดที่กล่าวมาคือ โมเดล MR-G และ MT-G ซึ่งได้แก่
1) MR-G KACHI-IRO Series สีแห่งชัยชนะของซามูไร สู่ดีไซน์ที่น่าจดจำ
ประกอบไปด้วย
- รุ่น MRG-B2000B-1ADR ราคา 110,000 บาท
ความโดดเด่นของรุ่นนี้ คือวัสดุที่ผลิตจากไทเทเนียมล้วนทั้งตัวเรือน มีการใช้ลวดลายอันเก่าแก่ของชาวญี่ปุ่นบนหน้าปัด ในขณะที่เส้นขอบด้านนอกของหน้าปัด จะมีรูปร่างคล้ายกับพัดหรือฉากกั้นแบบญี่ปุ่น
ผิวสัมผัสที่เว้าและเรียบเนียนของตำแหน่งบอกเวลา ถูกเจียระไนตกแต่งออกมาให้คล้ายกับลับคมดาบของซามูไร แต่งแต้มด้วยสีน้ำเงินกรมท่าเข้ม เรียกว่า Kachi-Iro มีความหมายสื่อถึง สีแห่งชัยชนะของเหล่านักรบซามูไร ที่มักถูกนำไปใช้บนชุดเกราะและหมวกนักรบซามูไรในยุคสมัยก่อน
- รุ่น MRG-B2000R-1ADR ราคา 110,000 บาท
นาฬิกาที่มาพร้อมกับสายยางคาร์บอนชนิดพิเศษ ที่ทนสารเคมี ทนความร้อนได้สูงสูด 300 องศา และทนสภาพอากาสติดลบได้ -30 องศา
แฝงลวดลายกระดองเต่าบิฉะมง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชุดเกราะของเทพเจ้าเต่าบิฉะมงเท็น ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่งตั้งแต่ยุคสมัยญี่ปุ่นโบราณ ตัวเรือนผลิตจากไทเทเนียมที่ผ่านความร้อนจากกระบวนการรีคริสตัลไลซ์ เพื่อสร้างลวดลายคริสตัลอันโดดเด่นบนหน้าปัดซึ่งคล้ายกับลายน้ำนิเอะ บนตัวดาบญี่ปุ่น
- รุ่น MRG-B1000BA-1ADR ราคา 97,000 บาท
รุ่นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบตัวเรือนขนาดกลาง ที่ยังคงความสวยงามประณีต ล้อไปกับจิตวิญญาณซามูไร
ในด้านฟังก์ชันเด่นของ MR-G Series ทั้งหมด คือโครงสร้างตัวเรือน ที่ป้องกันการกระเทือนได้อย่างดีเยี่ยม สามารถกันน้ำได้ลึกถึง 200 เมตร ทำการเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟนผ่านระบบบลูทูธ สามารถปรับเวลาที่ควบคุมด้วยคลื่นวิทยุ สามารถแก้ไขเวลาโดยอัตโนมัติ เมื่อผู้สวมใส่เข้าสู่พื้นที่เขตเวลาที่แตกต่างในระบบ World Time (สำหรับรุ่น MRG-B2000)
และสามารถแสดงเวลาได้ถึง 27 โซนเวลาของโลก โดยโหมดประหยัดพลังงานสามารถเปิดหรือปิดได้ตามต้องการ ส่วนการปรับค่าเวลาในฤดูร้อน สามารถสลับการแสดงเวลาท้องถิ่นและเวลาบ้านเกิดได้อย่างง่ายดาย
จุดเด่นทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คือประสิทธิภาพของรุ่นสูงสุดจากซีรีส์ MR-G ที่ชิ้นส่วนทั้งหมดถูกประกอบด้วยแรงงานฝีมือรายบุคคล บรรจงทำออกมาเป็นนาฬิกาที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ทั้งในด้านฟังก์ชันและดีไซน์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
2) MT-G x SANKUANZ ผสมผสานแบรนด์สตรีตแฟชั่น สู่ความเท่ ดุดัน ระดับพรีเมียม
- รุ่น MTG-B2000SKZ-1ADR (Limited Model) ราคา 42,000
การจับมือร่วมกันระหว่างแบรนด์นาฬิกาและแบรนด์สตรีตแฟชั่น อาจพบเห็นได้ไม่บ่อยนัก ซึ่งการร่วมกันระหว่าง SANKUANZ และ G-SHOCK ได้ผนวกนำโมเดล MT-G มาอัปเดทสไตล์ให้เหนือระดับยิ่งขึ้นกับคอนเซปต์ Kill The Wall
ซึ่งมีความหมายถึงการทลายกำแพงระหว่าง Street Fashion และความหรูหราสไตล์ Luxury หลอมรวมเป็นดีไซน์ Luxurious Street Fashion ที่ลงตัว
ในแง่ของงานดีไซน์ SANKUANZ ได้นำสี Fluorescent Green ที่สื่อถึงความทันสมัยของสตรีตแฟชั่น มาสอดแทรกไว้บนกับตัวเรือนนาฬิกาสีดำ ที่แสดงถึงความแข็งแกร่งอันเป็นเอกลักษณ์ของ G-SHOCK ได้อย่างลงตัว
โดดเด่นด้วยดีไซน์หน้าปัด 12 เหลี่ยมที่กำลังเป็นที่นิยมในตอนนี้ อีกทั้งตัวเรือนที่ทำจากเรซินและโลหะ พร้อมกับลวดลาย Kill The Wall บนข้อต่อของสายนาฬิกาและลายสลัก SANKUANZ ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่นพิเศษนี้โดยเฉพาะ
ที่น่าสนใจคือนาฬิกา MT-G เรือนนี้ ถูกผลิตอย่างประณีตที่โรงงานของ CASIO ในจังหวัดยามากาตะ ประเทศญี่ปุ่น ด้วยช่างฝีมือระดับมืออาชีพ ที่ทำมือทั้งหมดทุกขั้นตอน
ส่วนในแง่ของฟังก์ชัน นาฬิกาเรือนนี้ มาพร้อมโครงสร้าง Dual Core Guard ที่แข็งแกร่งแต่มีน้ำหนักเบา ใส่สบายข้อมือ ใช้โครงสร้าง Triple G Resist ทนต่อแรงตกกระแทก แรงเหวี่ยง และแรงสั่นสะเทือนได้ดี ติดตั้งมอเตอร์ชนิด Dual Coil ถึง 3 ชุดเพื่อให้เข็มต่างๆ ทำงานได้อย่างเที่ยงตรง
และนอกจากความสามารถในการรับสัญญาณเทียบเวลาจากคลื่นวิทยุแล้ว นาฬิกายังสามารถปรับตั้งเวลาได้โดยอัตโนมัติเมื่อทำการจับคู่กับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ติดตั้งแอปพลิเคชันสำหรับนาฬิการุ่นนี้
อีกทั้งยังมีคุณสมบัติอันโดดเด่นอีกมายมาย ซึ่งรวมถึงระบบการปรับตั้งเวลาให้เป็นค่าของเขตเวลาปัจจุบันโดยอัตโนมัติเมื่อเดินทางข้ามเขตเวลาโดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องกดปุ่มสั่งการแต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาในกลุ่มพรีเมียมอื่น ๆ ที่น่าสนใจอย่าง MTG-B2000, AWM500 และ G-SHOCK GMW-B5000 Full Metal RED ซึ่งเป็นสีพิเศษที่นำมาร่วมเปิดตัวในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถร่วมสัมผัสนาฬิการุ่นพิเศษเหล่านี้ได้ในงาน Robinson The Ultimate Watch Fair ซึ่งจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม ถึง 6 เมษายน 2564 ที่บูธจี-ช็อค คาสิโอ ชั้น 1 ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ หรือ ติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook : Casio Watches Thailand
© 2021 Marketthink. All rights reserved.