VISA เผย คนไทยสามารถใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งเงินสด ได้นานถึง 8 วัน

VISA เผย คนไทยสามารถใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งเงินสด ได้นานถึง 8 วัน

24 มี.ค. 2021
VISA ผู้นำการให้บริการการชำระเงินดิจิทัลระดับโลก เผยผลการสำรวจฉบับล่าสุด เกี่ยวกับการศึกษาเรื่องทัศนคติการชำระเงินของผู้บริโภค ประจำปีของ VISA
ที่สะท้อนให้เห็นว่ามากกว่า 4 ใน 5 ของคนไทย (82%) ได้ลองใช้ชีวิตแบบไร้เงินสด โดยเฉลี่ยคนไทยสามารถใช้ชีวิตโดยไม่พึ่งเงินสดได้มากกว่าหนึ่งสัปดาห์ (8 วัน)
สถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นได้กระตุ้นให้ผู้บริโภค ที่ไม่เคยใช้วิธีการชำระเงินแบบคอนแทคเลส หันมาทดลองแตะเพื่อจ่ายแทนเงินสดมากขึ้น โดยผู้บริโภคเลือกทดลองแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ตโฟนมากที่สุดเป็นอันดับแรก (26%) ตามด้วยแตะเพื่อจ่ายผ่านบัตรคอนแทคเลส (23%) และสแกนจ่ายผ่านคิวอาร์โค้ด (21%)
สุริพงษ์ ตันติยานนท์ ผู้จัดการวีซ่า ประจำประเทศไทย กล่าวว่า
“ในช่วงไม่มีกี่ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้บริโภคที่หันมาเลือกใช้วิธีการชำระเงินในรูปแบบดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ยิ่งเป็นเสมือนตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้น
ซึ่งปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจนพร้อมกันทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน
เราเชื่อว่าพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปอย่างถาวร”
นอกจากนี้ จากการสำรวจยังแสดงให้เห็นว่า 3 ข้อดีของการก้าวสู่สังคมไร้เงินสด คือ เป็นการช่วยยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโรค (61%) ไม่ต้องต่อคิวในธนาคาร (60%) และช่วยให้สามารถตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีได้ง่ายขึ้น (59%)
โดยผู้บริโภคชาวไทยรับรู้และคุ้นเคยกับการชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดมากที่สุด (94%) ตามด้วยวิธีการชำระเงินแบบแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ทโฟน (92%) และการแตะเพื่อจ่ายผ่านบัตรคอนแทคเลส (89%)
ส่วนในด้านของการใช้งานจริงนั้น 45% ของผู้ทำแบบสอบถามเลือกชำระเงินแบบแตะเพื่อจ่ายผ่านสมาร์ตโฟนมากที่สุด ตามมาด้วยการสแกนชำระผ่านคิวอาร์โค้ด (42%) และแตะเพื่อจ่ายผ่านบัตรคอนแทคเลส (41%)
ผู้บริโภคชาวไทย เชื่อว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นเป็นเสมือนตัวเร่งให้ประเทศก้าวสู่สังคมไร้เงินสดเร็วขึ้น เพราะนวัตกรรมด้านการชำระเงินเข้ามามีบทบาทสำคัญอย่างมาก ในการดำเนินชีวิตประจำวันของผู้บริโภค
ในสถานการณ์ปัจจุบัน พวกเขาเชื่อว่าสังคมไร้เงินสดสามารถเกิดขึ้นได้จริงในปี 2026 ในขณะที่ก่อนการแพร่ระบาดคนไทยเคยคิดว่า สังคมไร้เงินสดจะไม่มีทางเกิดขึ้นก่อนปี 2030 อย่างแน่นอน
“ปีนี้จะเป็นปีแห่งการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจภายใต้กระแสของความไม่แน่นอน ในขณะที่ผู้บริโภคต่างปรับตัวเข้าหาเทคโนโลยีการชำระเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่ ๆ เหล่าร้านค้าและภาคธุรกิจต่างต้องก้าวให้ทันตามความต้องการของและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
สำหรับ VISA เราจะยังมุ่งมั่นพัฒนาและร่วมมือกับทุกภาคส่วนในระบบนิเวศการชำระเงิน
เพื่อช่วยให้ประเทศไทยสามารถเดินหน้าตามแผนการฟื้นฟู และเติบโตต่อไปในอนาคต” สุริพงษ์ กล่าวสรุป
Tag:VISA
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.