เจฟฟ์ เบโซส ประกาศสนับสนุน นโยบายขึ้นภาษีของ โจ ไบเดน ให้รัฐนำเงินไป พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

เจฟฟ์ เบโซส ประกาศสนับสนุน นโยบายขึ้นภาษีของ โจ ไบเดน ให้รัฐนำเงินไป พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

7 เม.ย. 2021
เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา เจฟฟ์ เบโซส ได้ออกมาประกาศว่า บริษัท Amazon.com ของเขา
จะทำการสนับสนุน รัฐบาลโจ ไบเดน โดยการยอมรับการปรับขึ้นอัตราภาษีนิติบุคคล ที่เพิ่มขึ้นเป็น 28%
เพื่อช่วยจัดหาเงินทุน สำหรับนโยบายการฟื้นฟูพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน
เรื่องราวนี้ สืบเนื่องมาจาก โจ ไบเดน ได้ประกาศแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ในสหรัฐฯ ว่าต้องใช้วงเงินการลงทุนกว่า 62 ล้านล้านบาท
โดยโครงการสุดยิ่งใหญ่นี้ จะเป็นการพัฒนาในการสร้างถนน สะพานทางรถไฟ การสนับสนุนการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า และแท่นชาร์จ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาด ภายในประเทศสหรัฐฯ
โจ ไบเดน ยังเผยอีกว่า เขาจะทำการสร้างบ้านพักขนาดเล็กให้กับประชาชน เพิ่มอีก 2 ล้านครัวเรือน อีกด้วย
นี่อาจเรียกได้ว่า เป็นโปรเจกต์การพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ เลยก็ว่าได้
แน่นอนว่า แผนโครงการขนาดนี้ ก็ต้องการเงินทุนก้อนใหญ่ ผ่านจากจัดเก็บภาษี
โดยค่าใช้จ่ายของโครงการนี้ ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ขอการสนับสนุนจากภาคเอกชน ด้วยการเพิ่มภาษีนิติบุคคล จาก 21% ขึ้นมาอยู่ที่ 28%
และในตอนนี้ Amazon.com ก็ได้ออกมาประกาศการสนับสนุน นโยบายนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ส่วนทางฝั่งรัฐบาลสหรัฐฯ Jen Psaki โฆษกทำเนียบขาว ก็ยังไม่ได้มีทีท่าในการตอบรับเรื่องดังกล่าว
เพียงแต่บอกว่า ให้เฝ้ารอฟังการอนุมัติอย่างเป็นทางการ จากทางรัฐสภาสหรัฐฯ ในช่วงฤดูร้อนที่จะถึงนี้
อย่างไรก็ดี ถึงแม้จะมีการประกาศสนับสนุน การขึ้นภาษีจาก Amazon.com
แต่บริษัท และเจฟฟ์ เบโซส ก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในทันที เกี่ยวกับเรื่องของการเลี่ยงไม่จ่ายภาษี ที่ผ่านมา
แถมบริษัท ยังเรียกขอเครดิตภาษีเงินคืน กับรัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงปี 2017 และ 2018 ในสมัยรัฐบาลโดนัลด์ ทรัมป์..
ปิดท้ายด้วยข้อมูลที่น่าสนใจ ล่าสุด Forbes ได้เผยการจัดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยมากที่สุดในโลก
โดย เจฟฟ์ เบโซส ก็ได้ขึ้นแท่นอันดับที่ 1 ในปี 2020 ซึ่งถือว่าเป็นแชมป์มา 4 สมัยแล้ว
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.