เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึกกำลัง แบงก์ชาติและแบงก์พาณิชย์ สนับสนุนสินเชื่อฟื้นฟู ให้ผู้ประกอบการ SME และผู้ค้า

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ผนึกกำลัง แบงก์ชาติและแบงก์พาณิชย์ สนับสนุนสินเชื่อฟื้นฟู ให้ผู้ประกอบการ SME และผู้ค้า

31 พ.ค. 2021
เดอะมอลล์ กรุ๊ป อาสาเป็นตัวกลาง เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ เพื่อเศรษฐกิจไทย ผ่านโครงการ “ประสานพลังเพื่อคู่ค้า เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ” จับมือ 6 สถาบันการเงินชั้นนำ สนับสนุนสินเชื่อฟื้นฟู Soft Loan
หวังเพิ่มศักยภาพ ให้ผู้ประกอบการร้านค้า ซัปพลายเออร์ SMEs ผู้ประกอบการรายย่อย กว่า 6,000 ราย เข้าถึงสินเชื่อฟื้นฟู เสริมสภาพคล่องทางการเงิน แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่าย และรักษาการจ้างงาน
คุณเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวเปิดงานว่า การแพร่ระบาดของโควิด 19 เป็นบททดสอบความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจไทยและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ SMEs และรายย่อย
นับตั้งแต่เกิดวิกฤติ​ เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบและหดตัวเกือบมากที่สุดในภูมิภาค
เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการท่องเที่ยว ซึ่งได้รับผลกระทบจากโควิด 19 รุนแรง
อีกทั้งการแพร่ระบาดระลอก 3 และการกระจายวัคซีนที่ยังมีความไม่แน่นอน​
ทำให้คาดว่า เศรษฐกิจไทยอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว และกว่าจะกลับมาสู่ภาวะปกติหรือใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤติ คือ ไตรมาส 1 ปี 2566
คุณเศรษฐพุฒิ ยังกล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา SMEs หลายรายไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้
เพราะเป็นธุรกิจที่มีความเสี่ยง ในช่วงที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง
สถาบันการเงินก็ประเมินความเสี่ยงของ SMEs ได้ยาก เพราะขาดข้อมูล
รวมทั้งขาดคนกลางช่วยชี้เป้า SMEs ที่มีศักยภาพที่จะกลับมาฟื้นตัว เพื่อให้ความช่วยเหลือส่งไปตรงจุด
ดังนั้นเพื่อเร่งแก้ปัญหาของ SMEs ไม่ให้ลุกลามไปมากกว่านี้ ทั้งรัฐบาล สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการรายใหญ่ และ SMEs จึงต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้ SMEs เข้าถึงแหล่งเงินทุน
ทางธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง เห็นความจำเป็นเร่งด่วนในการออกมาตรการทางการเงินเพิ่มเติมจาก “พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 (พ.ร.ก. Soft Loan)”
โดยคณะรัฐมนตรีได้ให้ความเห็นชอบต่อร่าง “มาตรการให้ความช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผล
กระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (มาตรการฟื้นฟูฯ)” วงเงินรวม 3.5 แสนล้านบาท มีระยะเวลาเบิกเงินกู้ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่กฎหมายจะมีผลบังคับใช้ และขยายต่ออายุได้อีก 1 ปี หากมีเหตุจำเป็น
มาตรการฟื้นฟูฯ ดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ เพื่อดูแลผู้ประกอบธุรกิจที่มีศักยภาพ ให้สามารถประคับประคองกิจการ พยุงระดับการจ้างงาน และมีโอกาสในการฟื้นฟูศักยภาพ รองรับโลกยุคหลังวิกฤติโควิด 19
ในการจัดทำมาตรการในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคสถาบันการเงิน และภาคเอกชน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจ และสอดรับกับบริบทที่เปลี่ยนแปลงไป โดยจำแนกมาตรการเป็น 2 หมวด ตามลักษณะปัญหาที่ต่างกัน ดังนี้
1. มาตรการสนับสนุนการให้สินเชื่อแก่ผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) วงเงิน 2.5 แสนล้านบาท
เน้นให้สถาบันการเงินส่งผ่านสภาพคล่องดังกล่าว แก่ผู้ประกอบธุรกิจ SMEs ที่ได้รับผลกระทบแต่ยังมีศักยภาพ
2. มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์ชำระหนี้ และให้สิทธิลูกหนี้ซื้อคืน (โครงการพักทรัพย์ พักหนี้) วงเงิน 1 แสนล้านบาท
เน้นช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง ต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัว แต่ยังมีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกัน ด้วยการเจรจากับเจ้าหนี้สถาบันการเงิน เพื่อหยุดหรือลดภาระหนี้
ด้านคุณผยง ศรีวณิช ประธานสมาคมธนาคารไทย และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ภาคธนาคารเป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการช่วยเหลือให้ประเทศผ่านพ้นวิกฤติ
ซึ่งไม่ได้จำกัดเฉพาะความช่วยเหลือทางการเงินเท่านั้น แต่ยังได้ร่วมมือกับภาครัฐและเอกชน
นำดิจิทัลแพลตฟอร์มและข้อมูลของภาครัฐ มาเสริมกลไกภาครัฐในการกระจายวัคซีนไปยังประชาชน
เพื่อลดการแพร่ระบาดของโควิด 19 โดยเร็วที่สุด
นอกจากนี้ยังได้ออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าทุกกลุ่มอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุดได้ออกมาตรการสินเชื่อรายย่อย มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู และมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้
เพื่อช่วยเสริมสภาพคล่องและลดภาระทางการเงินให้กับผู้ประกอบธุรกิจ
โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เม็ดเงินจำนวนมากหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ
มีผู้ประกอบการ SMEs ที่เป็นรากฐานของเศรษฐกิจไทยเกี่ยวข้องถึง 2.5 ล้านราย หรือประมาณ 81% ของผู้ประกอบการ SMEs ทั้งประเทศ
และเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการจ้างงานมากที่สุดถึง 9 ล้านคน คิดเป็น 77% ของการจ้างงานในภาค SMEs หรือมากถึง 54% ของการจ้างงานทั้งหมด
“ภายใน 6 เดือน สถาบันการเงินในสมาคมธนาคาร คาดว่าจะสามารถปล่อยสินเชื่อมาตรการฟื้นฟูฯ ได้ราว 1 แสนล้านบาท”
ในส่วนของธนาคารกรุงไทย คุณผยง เผยว่าจะสนับสนุนคู่ค้าและพันธมิตรของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ผ่าน 2 มาตรการ คือ
1. สินเชื่อฟื้นฟู เสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการ อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปีในช่วง 2 ปีแรก ผ่อนชําระสูงสุดไม่เกิน 10 ปี
2. สินเชื่อประเภทเงินทุนหมุนเวียนสำหรับคู่ค้าของเดอะมอลล์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นวงเงินกู้เบิกเกินบัญชี โดยให้วงเงินตามธุรกรรมการค้า
ข้อดีของสินเชื่อประเภทนี้คือ ใช้หลักประกันต่ำและได้อัตราดอกเบี้ยพิเศษ เริ่มต้น MRR สามารถกู้ได้สูงสุด 20 ล้านบาท อีกทั้งยังสามารถใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ค้ำประกันร่วมกับการใช้หลักทรัพย์อื่นได้
ขณะที่ คุณชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพมีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด 19 ในรูปแบบสินเชื่อฟื้นฟู ตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังเพื่อวัตถุประสงค์หลัก 2 ด้าน
1. เพื่อเสริมสภาพคล่อง ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการประคับประคองธุรกิจไว้ และรักษาการจ้างงาน
2. เพื่อฟื้นฟูธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการรีสตาร์ตธุรกิจ ให้เดินหน้าได้ตามศักยภาพเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
“สินเชื่อฟื้นฟูตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังในครั้งนี้ มีเงื่อนไขที่ค่อนข้างยืดหยุ่นและเปิดกว้างขึ้น คืออัตราดอกเบี้ยต่ำมาก ให้วงเงินสูงขึ้น ระยะเวลากู้ยาวขึ้น วงเงินสูงขึ้น และเปิดกว้างขึ้นทั้งสำหรับรายใหม่ที่ไม่เคยกู้ และ SMEs ที่ไม่มีหลักประกัน
โดยธนาคารกรุงเทพ ตั้งเป้าสำหรับการให้สินเชื่อตามมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูของธนาคารแห่งประเทศไทยไว้ 1.5 หมื่นล้านบาท”
ด้านคุณอาทิตย์ นันทวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด กล่าวว่า พร้อมขานรับมาตรการทางการเงิน เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจ (สินเชื่อฟื้นฟู) ตามนโยบายของ ธปท. ร่วมกับเดอะมอลล์ กรุ๊ป และ 5 สถาบันการเงินชั้นนำของประเทศ ในครั้งนี้
นอกจากนี้ ยังได้เตรียมสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษเพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการที่เป็นคู่ค้าของเดอะมอลล์ กรุ๊ป โดยเฉพาะ รวมถึงโซลูชันทางธุรกิจต่าง ๆ ที่จะช่วยผู้ประกอบการรายย่อย ลดรายจ่าย เพิ่มยอดขาย และขยายกิจการ
คุณขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า “วัคซีนที่ดีที่สุดของการประกอบธุรกิจ คือ การบริหารสภาพคล่อง” ตอนนี้ ทั้งภาครัฐและเอกชนก็ร่วมมือกันเร่งให้ความช่วยเหลือกันอย่างเต็มที่
ทาง KBank ก็มีโครงการช่วยเหลือ ทั้งที่เป็นมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูของธนาคารแห่งประเทศไทย และ ที่จัดเพิ่มเติมให้เองอีกสำหรับลูกค้า ทั้งลูกค้าธุรกิจและลูกค้ารายย่อยในรูปแบบต่าง ๆ มากมาย
และสำหรับ​มาตรการสินเชื่อฟื้นฟูเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้ธุรกิจที่ธนาคารแห่งประเทศไทยออกมาเพิ่มเติม KBank ได้เตรียมวงเงินเข้าร่วมไว้อีก 1.5 หมื่นล้านบาท หวังว่าจะช่วยลูกค้าได้กว่า 10,000 ราย
ด้านคุณพรสนอง ตู้จินดา ประธานกลุ่มธุรกิจลูกค้าธุรกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า ธนาคารแบ่งการดูแลลูกค้าออกเป็น 2 ช่วง
ช่วงที่ 1 ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้ประกอบการ เผชิญความยากลำบากจากผลกระทบของการแพร่ระบาด
ธนาคารช่วยเหลือลูกค้าโดยสนับสนุนตามนโยบายล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย คือมาตรการสินเชื่อฟื้นฟูและมาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ รวมทั้งช่วยเหลือด้วยมาตรการเพิ่มเติมจากกรุงศรีเอง
ช่วงที่ 2 เมื่อลูกค้าผ่านพ้นวิกฤติมาได้หรือได้รับผลกระทบน้อย กรุงศรีก็มีสินเชื่ออื่น ๆ เพื่อช่วยให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างราบรื่นมากขึ้น เช่น สินเชื่อ SME Quick Loan เป็นสินเชื่อระยะยาวแบบมีหลักประกัน ให้วงเงินสูงสุดถึง 15 ล้านบาท ดอกเบี้ยคงที่ 5% ต่อปี 2 ปีแรก เลือกผ่อนชำระได้ยาวถึง 10 ปี สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย ทั้งนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา
นอกจากความช่วยเหลือทางการเงิน กรุงศรียังคงเดินหน้าสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับลูกค้าธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเจรจาจับคู่ธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ (Krungsri Business Virtual Matching) และกิจกรรมที่ช่วยสร้างเครือข่ายใหม่ ๆ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจได้ในระยะยาว พร้อมรับมือกับอนาคตที่เปลี่ยนไป
ด้าน คุณวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า การเข้าร่วมโครงการ “ประสานพลังเพื่อคู่ค้า เดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจ” ครั้งนี้ นอกจากการเสริมสภาพคล่องแก่ธุรกิจด้วยมาตรการต่าง ๆ เช่น มาตรการให้การสนับสนุนสินเชื่อฟื้นฟูธุรกิจ ที่ธนาคารออมสินเข้าร่วมโครงการของธนาคารแห่งประเทศไทย ปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยคงที่ 2% ต่อปี (2 ปีแรก)
ยังจัดทำมาตรการพิเศษอื่น ที่เป็นสินเชื่อผ่อนปรนหลักเกณฑ์ และลดดอกเบี้ยเป็นพิเศษอีกหลายโครงการ เพื่อช่วยเหลือเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ ได้แก่
1. สินเชื่อ Soft Loan ช่วยเหลือ SMEs ภาคการท่องเที่ยวและภาคธุรกิจอื่น วงเงินให้กู้สูงสุด 500,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี
2. สินเชื่อ SMEs มีที่ มีเงิน โดยใช้ที่ดินเปล่าหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นหลักประกัน หรือไถ่ถอนจำนองจากสัญญาขายฝาก คิดอัตราดอกเบี้ยปีแรก 0.10% ต่อปี ปีที่ 2 เท่ากับ 0.99% ต่อปี
3. สินเชื่อเพื่อผู้เช่าและผู้ประกอบการธุรกิจ Supply Chain ในเครือข่ายของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป
อัตราดอกเบี้ย MOR 1% ต่อปี ส่วนพนักงานและลูกจ้างของผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบอาจเข้าร่วมในโครงการสินเชื่อสู้ภัย COVID-19 ตามสิทธิ์ที่ปรากฏในแอปฯ MyMo วงเงินให้กู้ไม่เกิน 10,000 บาท
ปลอดชำระ 6 งวดแรก (ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย) และสินเชื่อจำนำทะเบียนรถมอเตอร์ไซค์ที่ทางธนาคารร่วมกับ บจ.เงินสดทันใจ จัดโปรโมชัน 2 เดือน ลดอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียง 0.49% ต่อปี
ทั้งนี้ คุณศุภลักษณ์ อัมพุช ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า เดอะมอลล์ กรุ๊ป มีมาตรการความช่วยเหลือในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง นับแต่การแพร่ระบาดของโควิด 19 ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2563 เป็นต้นมา
ประกอบด้วย 4 มาตรการ คือ มาตรการรณรงค์ “ฉีดวัคซีน เพื่อชาติ”, มาตรการ “บริจาค ฟันฝ่าวิกฤตการณ์โควิด19”, มาตรการ “สนับสนุน SME และเกษตรกรไทย” และมาตรการ “ประสานพลังเพื่อคู่ค้า เดินหน้าฟื้นฟูธุรกิจ”
ในครั้งนี้ เดอะมอลล์ กรุ๊ป จะทำหน้าที่เป็นตัวกลาง อำนวยความสะดวกในส่วนที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่ตกลงกันระหว่างผู้กู้และธนาคาร
โดยหวังให้คู่ค้าทุกรายได้ก้าวข้ามผ่านวิกฤติโควิด 19 ในสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
© 2021 Marketthink. All rights reserved.