คู่สมรส เริ่มใช้คริปโท สำหรับซ่อนทรัพย์สิน ในกระบวนการหย่าร้าง

คู่สมรส เริ่มใช้คริปโท สำหรับซ่อนทรัพย์สิน ในกระบวนการหย่าร้าง

2 มิ.ย. 2021
ด้วยเทรนด์ความนิยมและการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ของสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโท
ทำให้ปัจจุบัน มีคู่สมรสบางคู่ ที่กำลังอยู่ในกระบวนการหย่าร้างกัน หรือ คิดจะหย่าร้าง
เกิดหัวใส ใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติของคริปโท ที่ผู้ใช้งานหรือผู้ถือครอง ไม่จำเป็นต้องยืนยันตัวตนต่อภาครัฐ หรือหน่วยงานใด ๆ
เพื่อใช้ในการซุกซ่อนทรัพย์สินของตัวเอง ไม่ให้ใครรู้
เนื่องจากโดยปกติแล้ว เวลาหย่าร้างกัน คู่สมรสต่างฝ่ายจะต้องแบ่งสินสมรส ในสัดส่วนที่เท่า ๆ กัน
(แต่ในบางกรณีอาจเกิดสถานการณ์ไม่ได้รับสินสมรสเท่ากัน)
การแอบเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีอยู่ ไปเป็นคริปโท จึงอาจทำให้การติดตามทรัพย์สินหรือแหล่งเงินทุน ของคู่สมรส เป็นไปอย่างยากลำบากมากขึ้น
ทั้งนี้ คาดว่ามีชาวอเมริกัน มากกว่า 20 ล้านคน ที่เป็นเจ้าของคริปโท
ซึ่งการซุกซ่อนทรัพย์สินในกระบวนการหย่าร้าง ด้วยคริปโท เริ่มเป็นที่สนใจของชาวอเมริกัน กันมากขึ้น
“ฉันมั่นใจว่าสิ่งนี้มันเป็นปัญหา
การตระหนักรู้ถึงเรื่องนี้ ของบรรดาทนายความด้านการหย่าร้างนั้น เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน”
Sandra Radna ทนายความด้านการหย่าร้างในรัฐนิวยอร์ก กล่าว
Sandra Radna ยังได้เผยถึงวิธีการที่ทนายความหรือผู้เชี่ยวชาญ ใช้ในการติดตามทรัพย์สินคริปโท ที่ซ่อนอยู่ของคู่สมรส ซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี
อย่างแรกคือ อาจพิจารณาว่า คู่สมรส ได้มีการลงทุนหรือไม่ ถ้ามีก็ต้องติดตามแหล่งเงินทุนนั้นไป
บางคู่สมรส อาจรู้ว่าอีกฝ่าย มีความสนใจและลงทุนคริปโท ผ่านการสนทนาในอดีต
หรือเห็นว่า วิถีชีวิตของคู่สมรสเปลี่ยนไป เช่น อีกฝ่ายมีเงินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมากอย่างกะทันหัน, มีการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย อย่างรถยนต์ใหม่ที่มีราคาแพง
หรือตรวจสอบแบบฟอร์มยื่นเสีย-ขอคืนภาษี สำหรับเงินได้ในหมวดคริปโท
ตรวจสอบใบแจ้งยอดจากธนาคาร เกี่ยวกับธุรกรรมซื้อขายคริปโท หรือ เอาคริปโทไปค้ำประกัน เพื่อขอสินเชื่อ เป็นต้น
หากคู่สมรส คิดว่าอาจมีการซุกซ่อนคริปโท อยู่เป็นจำนวนมากอาจขอให้ทนายความ ยื่นหมายเรียกหรือคำสั่งศาล เพื่อเข้าถึงคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือ Hardware Wallet ของคู่สมรสได้
นอกจากนี้ ทนายความและผู้เชี่ยวชาญ อาจตรวจสอบอีเมล สำหรับธุรกรรมที่เกี่ยวกับคริปโท ซึ่งทางแพลตฟอร์มกระดานซื้อขายคริปโท (Exchange) ส่งเข้ามา
ทั้งนี้ การติดตามตรวจสอบคริปโทดั้งเดิม เช่น Bitcoin และ Ethereum จะทำได้ง่ายกว่าสกุลเงินอื่น ๆ
เช่น Monero, Dash, Zcash ที่เป็นคริปโท ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะ
ซึ่งจะสืบหาและติดตามผู้ถือครองได้ยากกว่า
สำหรับความท้าทายอื่น ๆ ในการติดตามคริปโท ก็อย่างเช่น
หากธุรกรรมเกี่ยวกับคริปโทนั้น เกิดขึ้นใน Exchange ต่างประเทศ
จะเป็นเรื่องยากสำหรับทนายความ ที่จะขอหมากเรียก เพื่อขอข้อมูลของผู้ใช้งาน จากบริษัทต่างประเทศ
หรือหากธุรกรรมเกิดขึ้นในโลกของ DeFI แพลตฟอร์มการเงินแบบกระจายศูนย์
ทนาย ก็อาจไม่รู้ว่าจะต้องออกหมายเรียกกับใคร และแพลตฟอร์มนั้น จะอยู่ภายใต้ขอบเขตอำนาจของศาล ประเทศอะไร..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.