สื่อต่างประเทศ เผยข้อมูลที่พบว่า มหาเศรษฐีอเมริกัน จ่ายภาษีเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น

สื่อต่างประเทศ เผยข้อมูลที่พบว่า มหาเศรษฐีอเมริกัน จ่ายภาษีเพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น

9 มิ.ย. 2021
สำนักงาข่าว ProPublica ได้รับเอกสารที่รั่วไหลจำนวนมาก จาก Internal Revenue Service (IRS) หรือ กรมสรรพากรของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ
ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับการคืนภาษี ของคนรวยที่สุดในประเทศหลายพันคน ครอบคลุมมากกว่า 15 ปี
และข้อมูลได้เผยให้เห็นว่า เหล่ามหาเศรษฐีหลายคน เช่น เจฟฟ์ เบโซส, อีลอน มัสก์, วอร์เรน บัฟเฟตต์, ไมเคิล บลูมเบอร์ก และจอร์จ โซรอส
จ่ายภาษีเงินได้เพียงเล็กน้อย เมื่อเทียบกับความมั่งคั่งของพวกเขา และในบางปี ก็ไม่ได้เสียภาษีเลย
เนื่องจากบรรดามหาเศรษฐี มีกลยุทธ์การเลี่ยงภาษีที่ถูกกฎหมาย
โดยความมั่งคั่งของพวกเขาส่วนใหญ่มาจาก การเพิ่มขึ้นของราคาหุ้น, อสังหาฯ และสินทรัพย์ต่าง ๆ
ซึ่งในทางกฎหมาย กำไรเหล่านี้ จะไม่ถือเป็นรายได้ในการเสียภาษี จนกว่าจะขายสินทรัพย์นั้นออกไป
มีเพียงรายได้จาก เงินเดือน, เงินปันผลจากหุ้น และดอกเบี้ยรับจากตราสารหนี้ เท่านั้น ที่เสียภาษี
และในบางครั้ง มหาเศรษฐี ก็ใช้วิธีขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยนำหุ้นหรือทรัพย์สินต่าง ๆ มาค้ำประกัน เพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ซึ่งเงินกู้ที่ได้มานั้น ไม่ถือเป็นเงินได้ ไม่ต้องเสียภาษี เพราะต้องชำระคืนในภายหลัง
ทั้งนี้ ProPublica ได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลของ มหาเศรษฐีอเมริกันที่ร่ำรวยสุด 25 คน
โดยเทียบจำนวนภาษีที่จ่าย กับความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น ของพวกเขา (ซึ่ง ProPublica นิยามว่าคือ อัตราภาษีที่แท้จริง)
โดยปี 2014 ถึงปี 2018
ความมั่งคั่งของมหาเศรษฐี 25 คน เพิ่มขึ้น 401,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และพวกเขา จ่ายภาษีเงินได้ให้รัฐบาลกลางรวมทั้งหมด 13,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 5 ปีนั้น
หรือคิดเป็นอัตราภาษีที่แท้จริง 3.4%
ในขณะที่ ครัวเรือนอเมริกัน ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยประมาณ 70,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี
ได้จ่ายภาษีให้รัฐบาลกลาง เฉลี่ยที่อัตราประมาณ 14%
และสูงสุดคือ 37% สำหรับคู่สมรส ที่มีเงินได้เกินกว่า 628,300 ดอลลาร์สหรัฐ/ปี
ทั้งนี้ ต้องตระหนักว่า เหล่ามหาเศรษฐี ได้เสียภาษีนิติบุคคล ให้กับรัฐบาลกลางไปแล้ว จากกำไรของบริษัทที่พวกเขาถือหุ้นอยู่
การเทียบจำนวนภาษีที่จ่าย กับความมั่งคั่งที่เพิ่มขึ้น อาจไม่สะท้อนถึงจำนวนภาษีจริง ๆ ที่รัฐบาลได้รับจากเหล่ามหาเศรษฐี
ถ้าเจาะข้อมูลการเสียภาษี เป็นรายบุคคล ที่ ProPublica รายงาน
-วอร์เรน บัฟเฟตต์
ปี 2014 ถึงปี 2018 มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 24,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และเสียภาษี 23.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราภาษีที่แท้จริง 0.1%
ในขณะที่บัฟเฟตต์ ยื่นเอกสารแสดงรายได้ 125 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 5 ปีนั้น ต่อรัฐ
หรือคิดเป็นอัตราภาษีเงินได้ที่ 19.0%
-เจฟฟ์ เบโซส
ปี 2014 ถึงปี 2018 มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 99,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และเสียภาษี 973 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราภาษีที่แท้จริง 1.0%
ในขณะที่เบโซส ยื่นเอกสารแสดงรายได้ 4,220 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 5 ปีนั้น ต่อรัฐ
หรือคิดเป็นอัตราภาษีเงินได้ที่ 4.3%
และมีรายงานว่า เบโซส ไม่ได้เสียภาษีเงินได้เลย ให้กับรัฐบาลกลาง ในปี 2007 และ 2011
-อีลอน มัสก์
ปี 2014 ถึงปี 2018 มีความมั่งคั่งเพิ่มขึ้น 13,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
และเสียภาษี 455 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นอัตราภาษีที่แท้จริง 3.3%
ในขณะที่มัสก์ ยื่นเอกสารแสดงรายได้ 1,520 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในช่วง 5 ปีนั้น ต่อรัฐ
หรือคิดเป็นอัตราภาษีเงินได้ที่ 10.9%
และมีรายงานว่า มัสก์ ไม่ได้เสียภาษีเงินได้เลย ให้กับรัฐบาลกลาง ในปี 2018
ทั้งนี้ หลังจาก ProPublica ได้เผยแพร่ข่าวดังกล่าวออกไป
Jen Psaki โฆษกของทำเนียบขาว ก็ได้ออกมากล่าวว่า
“การเปิดเผยข้อมูลที่เป็นความลับของรัฐบาล โดยไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย
และเราจะดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง”
Lily Adams โฆษกของกระทรวงการคลัง กล่าวว่า
เรื่องนี้ได้ถูกส่งต่อถึง FBI, อัยการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อดำเนินการตรวจสอบ และหามาตรการรับมือที่เหมาะสม โดยทุกฝ่ายมีอำนาจสอบสวนอย่างอิสระ
© 2021 Marketthink. All rights reserved.