ผลสำรวจจาก FICO เผย คนไทย 67% ไม่พึงพอใจกับ ข้อเสนอสินเชื่อทั่วไป ของธนาคารที่ใช้บริการอยู่

ผลสำรวจจาก FICO เผย คนไทย 67% ไม่พึงพอใจกับ ข้อเสนอสินเชื่อทั่วไป ของธนาคารที่ใช้บริการอยู่

17 มิ.ย. 2021
ผลการสำรวจล่าสุดโดย FICO บริษัทซอฟต์แวร์วิเคราะห์ข้อมูลระดับโลก พบว่า
ผู้บริโภคชาวไทย 67% รู้สึกไม่พึงพอใจกับข้อเสนอสินเชื่อทั่วไป ของธนาคารที่ใช้บริการอยู่
โดยผลสำรวจนี้แสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันโซลูชันการเงินทั่วไป มีทิศทางที่ไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อย ๆ จากการที่ผู้ตอบแบบสำรวจในทุกพื้นที่ส่งสัญญาณว่า ไม่ได้รู้สึกพึงพอใจหรือไม่พึงพอใจเป็นพิเศษกับข้อเสนอทั่วไป
ผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวนมาก รู้สึกไม่พึงพอใจกับประสบการณ์การเลือกผลิตภัณฑ์สินเชื่อใหม่ ๆ โดย 34% ระบุว่า ตนไม่ได้รับข้อเสนอสินเชื่อที่น่าดึงดูดหรือมีข้อเสนอจูงใจเพิ่มเติม (เช่น อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าหรือของกำนัล)
31% ระบุว่า ธนาคารไม่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ดีกว่าผลิตภัณฑ์ที่ตนเลือกเองได้
และ 28% ระบุว่า ธนาคารไม่สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมตามความต้องการของตนได้
ในทางกลับกัน หากธนาคารสามารถปรับข้อเสนอให้ตรงกับความต้องการส่วนบุคคลของลูกค้าได้ ก็จะได้รับการตอบสนองในแง่บวกอย่างมาก
โดยผู้บริโภคชาวไทย 84% ตอบสนองในแง่บวกกับข้อเสนอของธนาคาร ที่นำเงื่อนไขส่วนบุคคลของลูกค้าในด้านอื่น ๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย
-ผู้บริโภคพร้อมรับนวัตกรรมการตั้งราคา
ธนาคารต่าง ๆ สามารถเพิ่มระดับความสัมพันธ์กับลูกค้าและสร้างความภักดีต่อธนาคาร ด้วยการเสนออัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า หรือ ค่าธรรมเนียมที่ลดลง เพื่อแลกกับการให้ข้อมูลทางการเงินเพิ่มขึ้น
ธนาคารมากมายในประเทศไทย ไม่มีกลยุทธ์การตั้งราคาแบบครอบคลุมที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ธุรกิจโดยรวมขององค์กร
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าก็ส่งสัญญาณว่าเต็มใจรับข้อเสนออย่างมาก หากธนาคารต่าง ๆ ยื่นข้อเสนอที่พิจารณาถึงความสัมพันธ์ของลูกค้าโดยรวมด้วย
ผลสำรวจแสดงให้เห็นว่า ชาวไทย 51% เต็มใจอย่างมาก ที่จะให้ข้อมูลทางการเงินเพิ่มขึ้น หากธนาคารสามารถเสนออัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า หรือ ค่าธรรมเนียมที่ลดลงได้
ขณะที่เกือบชาวไทย 37% ค่อนข้างจะเต็มใจที่จะทำเช่นนั้น
“ผู้บริโภคเคยชินกับกลยุทธ์การตั้งราคาใหม่ ๆ จากสายการบิน บริการขับขี่ร่วมทาง และบริษัทประกันภัย
แต่สำหรับภาคธนาคารยังนับว่าล้าหลังอยู่
จึงชัดเจนว่ามีโอกาสที่ธนาคารต่าง ๆ จะก้าวข้ามกลยุทธ์การตั้งราคาผลิตภัณฑ์เดี่ยว และทำการยกระดับการขายผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกัน (Cross-selling) และเพิ่มกลยุทธ์การเจาะผลิตภัณฑ์
ที่ผ่านมาธนาคารต่าง ๆ อาจใช้กลยุทธ์แบบเดิมได้ เนื่องจากลูกค้าที่ต้องการย้ายไปหาคู่แข่งนั้น ต้องจ่ายค่าความไม่สะดวกเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยการแข่งขันที่เพิ่มขึ้น
และแนวโน้มการกำกับดูแลของธนาคารแบบเปิด เราจึงมองว่าการเปลี่ยนแปลงนี้น่าจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วใน 3 ปีข้างหน้า”
Aashish Sharma ผู้อำนวยการบริหารระดับอาวุโสด้านโซลูชันการตัดสินใจของ FICO ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า
-ความคาดหวังแบบเรียลไทม์กำลังเพิ่มขึ้น
นอกเหนือไปจากข้อเสนอที่ปรับให้เข้ากับความต้องการส่วนบุคคลและนวัตกรรมการตั้งราคาแล้ว
ผลสำรวจของ FICO ยังแสดงให้เห็นว่า ปัจจุบันมีแรงกดดันให้ธนาคารอนุมัติสินเชื่ออย่างรวดเร็ว โดยประสบการณ์การทำธุรกรรมแบบเรียลไทม์บนแพลตฟอร์มอื่น ๆ ทำให้เกิดความคาดหวังว่าผู้ให้บริการสินเชื่อจะใช้แนวทางที่คล้ายกัน
ขณะที่ชาวไทยส่วนใหญ่ (46%) ที่ตอบแบบสำรวจ คาดหวังว่าจะสามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ภายใน 1 สัปดาห์
ยังมี 18% ที่ระบุว่า ต้องการเข้าถึงได้ภายใน 1 วัน
และ 32% ต้องการภายใน 1 ชั่วโมง
“ผู้ให้บริการสินเชื่อต่างก็ตระหนักดีว่า การออกสู่ตลาดที่รวดเร็วและฟีเจอร์การตั้งราคานั้น อาจไม่เพียงพอให้แข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในตลาดบริการทางการเงินสำหรับรายย่อยในปัจจุบัน
และมูลค่าเพิ่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุด คือ ผลิตภัณฑ์ที่ปรับให้เหมาะสมกับความต้องการเฉพาะของลูกค้า”
ทั้งนี้ แบบสำรวจ Advancing New Experiences in Digital Banking ของ FICO จัดทำขึ้นในเดือนธันวาคม 2563 ทางออนไลน์ ใช้รูปแบบการสำรวจเชิงปริมาณในผู้บริโภค 5,000 คนจาก 10 ประเทศและดินแดน จัดทำในนามของ FICO โดยบริษัทวิจัยอิสระ ประเทศและดินแดนที่ตอบแบบสำรวจได้แก่ ออสเตรเลีย, ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, นิวซีแลนด์, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไต้หวัน, ไทย และเวียดนาม
© 2021 Marketthink. All rights reserved.