Okamoto ขายอะไรอีก นอกจากถุงยางอนามัย ?

Okamoto ขายอะไรอีก นอกจากถุงยางอนามัย ?

10 ก.ค. 2021
Okamoto (โอกาโมโต) ชื่อนี้ แบรนด์นี้ คุณสุภาพบุรุษทั้งหลายต่างรู้จักกันเป็นอย่างดี
เพราะเมื่อเดินเข้าร้านสะดวกซื้อหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หลายครั้งจะเจอกล่องถุงยางอนามัย สีสันสดใสเงาวาว ที่มีเลข “003” บนหน้ากล่อง (ซึ่งจะสื่อว่า มีความบางเพียง 0.03 มม.) พร้อมกับชื่อแบรนด์เป็นภาษาญี่ปุ่น 
แม้ว่าถุงยางอนามัยแบรนด์นี้ จะมีราคาขายที่ค่อนข้างสูงกว่าคู่แข่ง แต่ด้วยคุณภาพของสินค้าและความบาง  
ทำให้ Okamoto กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ถุงยางอนามัยในใจ อันดับต้น ๆ ของคุณผู้ชาย
ที่สำคัญ Okamoto ยังมีผลิตภัณฑ์ขึ้นชื่ออย่าง Okamoto 0.01 (ความบางเพียง 0.01 มม.) ที่ขายดีในประเทศญี่ปุ่นและหลายประเทศทั่วโลก
ซึ่งเป็นหนึ่งในถุงยางอนามัย ที่บางสุดในโลกอีกด้วย
แต่รู้หรือไม่ Okamoto ที่เรารู้จักกันนั้น จริง ๆ แล้วไม่ได้ตั้งต้นมาจากธุรกิจถุงยางอนามัย
และถุงยางอนามัย ไม่ใช่รายได้หลักของบริษัทนี้ 
ถ้าอยากเข้าใจธุรกิจของ Okamoto ให้ลึกซึ้งกว่านี้ ต้องย้อนรอยกลับไปเมื่อปี 1932
ตอนนั้น หรือเมื่อ 89 ปีก่อน พี่น้องตระกูล Okamoto ได้เริ่มทำการวิจัยค้นคว้าเกี่ยวกับน้ำยางธรรมชาติ เพื่อหวังจะนำผลลัพธ์ที่ได้ ไปสร้างธุรกิจของตัวเอง
พอ 2 ปีผ่านไป หลังจากทุ่มเทวิจัยจนประสบความสำเร็จ 
พวกเขาก็ได้ก่อตั้งบริษัท Nippon Gum Industries ขึ้น ที่โตเกียว 
ด้วยทุน 50,000 เยน หรือ 14,500 บาท เพื่อทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางและพลาสติก
และในปีเดียวกันนั้นเอง ก็ได้ก่อตั้งโรงงานชื่อ Okamoto Rubber ที่โตเกียว 
(ต่อมาโรงงานแห่งนี้ ได้กลายเป็นบริษัท Kokusai Gomu Kogyo Kabushiki Kaisha 
ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท Okamoto Rubber ในปี 1947)
ซึ่งหลังจากนี้ เส้นทางของธุรกิจ ก็จะมีการควบรวมกิจการอยู่หลายครั้ง 
ทั้งควบรวมกับบริษัทคู่แข่ง และบริษัทในเครือเดียวกัน อาทิ
ในปี 1958 บริษัท Nippon Gum Industries ได้ควบรวมกิจการกับบริษัท Riken Rubber 
กลายเป็นบริษัท Nippon Riken Rubber  
ในปี 1968 บริษัท Nippon Riken Rubber ได้ควบรวมกิจการกับบริษัท Okamoto Rubber
กลายเป็นบริษัท Okamoto Riken Rubber
และต่อมาในปี 1985 
บริษัท Okamoto Riken Rubber จึงได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น Okamoto Industries ที่ใช้มาถึงทุกวันนี้
โดยในช่วงแรก ๆ ธุรกิจของ Okamoto จะมีผลิตภัณฑ์หลัก ๆ คือพวกฟิล์มพลาสติกสำหรับตึกและอาคาร, วัตถุดิบสำหรับยานพาหนะ, วัตถุดิบในโรงงาน รวมไปถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์
แต่พอธุรกิจเดิมที่เน้นเพียงผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม เริ่มอยู่ตัวแล้ว 
ทางบริษัทจึงได้แสวงหาการเติบโต ด้วยการขยายไปยังธุรกิจอื่น ๆ โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ซึ่งถุงยางอนามัย ก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย
และด้วยความที่การวิจัยและพัฒนาอยู่ใน DNA ของบริษัท ตั้งแต่ก่อตั้งมา
ทำให้เป้าหมายของการสร้างถุงยางอนามัย Okamoto ไม่ใช่การทำของที่มีราคาต่ำกว่า มาขายแข่งกับคู่แข่งในตลาด
แต่ต้องเป็นการเพิ่มมูลค่าของถุงยางอนามัย ผ่านตัวนวัตกรรมและเทคโนโลยี
โดยเฉพาะในเรื่องของวัสดุที่บาง แต่ทนทานกว่าถุงยางอนามัยทั่ว ๆ ไป 
ซึ่งการเลือกเดินเส้นทางนี้ ก็นับว่าเป็นคำตอบที่ถูก 
เพราะแม้จะเป็นแบรนด์น้องใหม่ แต่ก็สามารถครองใจชายชาวญี่ปุ่นได้อย่างรวดเร็ว 
และถึงขั้นส่งต่อนวัตกรรมถุงยางอนามัยนี้ ไปให้กับผู้คนทั่วโลกได้สัมผัส
ปัจจุบัน Okamoto Industries, Inc. จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว
มีมูลค่าบริษัทอยู่ที่ 23,000 ล้านบาท 
ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์ที่บริษัทผลิตและจำหน่ายทั้งหมด หลัก ๆ จะมี 2 หมวด ได้แก่
1) ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (Industrial Products) อาทิ
ฟิล์มพลาสติก, แผ่น ABS และอะคริลิกแบบขึ้นรูป, หนังสังเคราะห์สำหรับเฟอร์นิเจอร์, วัสดุยานยนต์, เทปกาว, แถบยาง, ผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์, ถุงมือทางการแพทย์, เสื้อกาวน์, ฟิล์มกั้นห้อง, รองเท้านิรภัย ฯลฯ
2) ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Household Products) อาทิ
ถุงยางอนามัย, แผ่นแปะความร้อน, ถุงน้ำร้อน, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด, ถุงมือทำอาหาร, แผ่นดูดความชื้น, ฟิล์มห่ออาหาร, เสื้อกันฝน ฯลฯ
ในส่วนของผลประกอบการบริษัท Okamoto Industries, Inc. 
ปี 2019 มีรายได้ 26,219 ล้านบาท กำไร 1,011 ล้านบาท
ปี 2020 มีรายได้ 25,019 ล้านบาท กำไร 1,650 ล้านบาท
โดยสัดส่วนรายได้ปีล่าสุดมาจาก
- ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม คิดเป็น 62%
- ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน คิดเป็น 38%
จะเห็นว่ารายได้หลักของบริษัท จะมาจากผลิตภัณฑ์ในอุตสาหกรรม
ส่วนถุงยางอนามัย เป็นเพียงส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน เท่านั้น
ซึ่งนอกจากบริษัทที่ตั้งในประเทศญี่ปุ่นแล้ว 
Okamoto ยังมีบริษัทย่อยตั้งอยู่ในประเทศไทย, จีน, ฮ่องกง และสหรัฐฯ อีกด้วย
สำหรับประเทศไทย Okamoto ขยายธุรกิจเข้ามาตั้งแต่ปี 1998
แต่จดทะเบียนตั้งจัดเป็น บริษัท โอกาโมโต รับเบอร์ โปรดักส์ จำกัด เพื่อผลิตถุงยางอนามัย  
ตอนปี 2003 
บริษัท โอกาโมโต รับเบอร์ โปรดักส์ จำกัด
ปี 2019 มีรายได้ 800 ล้านบาท กำไร 99 ล้านบาท
ปี 2020 มีรายได้ 821 ล้านบาท กำไร 112 ล้านบาท
ทีนี้เราก็รู้แล้วว่า Okamoto มีความเป็นมาอย่างไร 
และสิ่งที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ มาได้ถึงทุกวันนี้ 
คือการให้ความสำคัญกับ การวิจัยและพัฒนา เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ 
ซึ่งถุงยางอนามัย Okamoto ก็เป็นหนึ่งในผลลัพธ์ที่ดี ของการยึดมั่นในแนวทางนี้
ถึงแม้ถุงยางอนามัย Okamoto อาจไม่ใช่แหล่งทำเงินหลักของบริษัท
แต่ว่าในทางการตลาด ผลิตภัณฑ์นี้ อาจถือได้ว่าประสบความสำเร็จและสำคัญมากที่สุด
เพราะทำให้คนทั่วโลก ได้รู้จัก เข้าถึง และจดจำชื่อแบรนด์ Okamoto นั่นเอง..
อ้างอิง:
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
© 2021 Marketthink. All rights reserved.