จูปา จุ๊ปส์ มาจากประเทศอะไร ?

จูปา จุ๊ปส์ มาจากประเทศอะไร ?

30 ส.ค. 2021
ปฏิเสธไม่ได้ว่า แบรนด์ลูกกวาดเสียบไม้ “Lollipop” หรือที่เราเรียกว่า อมยิ้ม
ที่มีชื่อเสียงมากสุดในโลก และเกือบทุกคนเคยได้ลิ้มลองมาแล้วในวัยเด็ก ก็คือ “จูปา จุ๊ปส์” (Chupa Chups)
แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า Chupa Chups มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศอะไร
ซึ่งถ้าให้เดา ก็คงเดาไม่ถูก เพราะ Chupa Chups ไม่ได้มาจากประเทศแห่งดินแดนขนมหวานอย่างอิตาลี สหรัฐฯ หรือญี่ปุ่น แต่ดันเกิดในประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องฟุตบอลอย่าง สเปน..
เรื่องราวเกิดขึ้นที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน
ในช่วงปี 1950 คุณ Enric Bernat ทำงานอยู่ในโรงงานแยม ชื่อ “Granja Asturias”
แต่วันหนึ่งเขาสังเกตเห็นว่า ขนมหวานส่วนใหญ่ในสมัยนั้น ไม่ได้ออกแบบมาให้เหมาะกับเด็ก
เพราะละลายง่าย เหนียว หรือต้องใช้มือเปล่าเพื่อจับกิน ทำให้มือของเด็ก ๆ มักเปื้อนเลอะเทอะอยู่เสมอ
และตัวขนมหวาน อาจถูกเด็กที่มือยังสกปรกอยู่ สัมผัสเอาได้
คุณ Enric Bernat จึงมีไอเดียคิดจะทำลูกกวาดหรืออมยิ้ม เสียบไม้เล็ก ๆ เหมือนเอาส้อมจิ้มลูกกวาดขึ้นมา
เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถอมลูกกวาดอันแสนอร่อย และคายสลับกับอมได้ตลอดเวลา โดยไม่ทำให้มือเปื้อน
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่เขาได้ไอเดียในการทำอมยิ้มแล้ว
ก็ประจวบเหมาะพอดี เพราะตอนปี 1958 นักลงทุนและเจ้าของโรงงาน ดันทิ้งโรงงานแห่งนี้ไป
ทำให้เขาได้มีโอกาสเป็นเจ้าของโรงงานแห่งนี้ และเปลี่ยนชื่อเป็น “Chupa Chups”
พร้อมกับปรับปรุงเครื่องจักรและกระบวนการผลิต เพื่อทุ่มเทสายการผลิตทั้งหมด ไปยังลูกกวาดเสียบไม้ หรือ Lollipop ตามแนวคิดที่เขาวางไว้
จนในที่สุด คุณ Enric Bernat ก็สามารถทำอมยิ้ม Chupa Chups ออกวางขายได้สำเร็จ
โดยเริ่มแรก ก้านของอมยิ้ม Chupa Chups จะทำมาจากไม้ และขายในราคาชิ้นละหนึ่งเปเซตาสเปน
ก่อนจะเปลี่ยนก้านของอมยิ้มจากไม้ มาเป็นพลาสติกในเวลาต่อมา
ทั้งนี้ ชื่อแบรนด์ Chupa Chups มาจากคำว่า Chupar ในภาษาสเปน ที่แปลว่า ดูด
ซึ่งสื่อความหมายของตัวผลิตภัณฑ์อมยิ้ม ได้เป็นอย่างดี
นอกจากเรื่องของการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์แล้ว
คุณ Enric Bernat ยังช่างสังเกต และให้ความสำคัญกับเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่หลายคนในสมัยนั้นมองข้ามกัน
เช่น ในสมัยก่อน เขาเห็นว่าปกติร้านค้า มักวางอมยิ้ม ไว้หลังเคาน์เตอร์คิดเงิน ซึ่งทำให้ไกลมือของเด็ก ๆ หรืออาจทำให้เด็กมองไม่เห็นอมยิ้มเหล่านั้น
เมื่อมีแบรนด์อมยิ้มเป็นของตัวเอง เขาก็ได้กำชับร้านค้าที่นำอมยิ้ม Chupa Chups ของเขาไปวางขาย ว่าต้องวาง Chupa Chups ไว้ข้างหน้าเคาน์เตอร์คิดเงิน หรือจุดที่ใกล้มือเด็กมากที่สุด
เพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย เข้าถึงผลิตภัณฑ์ได้ง่ายที่สุด จนเพิ่มโอกาสในการขาย
และยิ่งเป็นอมยิ้ม ที่ล่อตาล่อใจเด็กด้วยแล้ว ยิ่งได้ผลดี
หลังจากนั้น ภายใน 5 ปี ก็มีร้านค้ากว่า 300,000 แห่ง ที่นำอมยิ้ม Chupa Chups ไปวางขาย
ซึ่งเรื่องนี้ เหมือนจะกลายเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ของคุณ Enric Bernat
แต่จริง ๆ แล้ว มันเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ของ Chupa Chups เท่านั้น ที่จะกลายเป็นแบรนด์อมยิ้มระดับโลก
แม้จะขายอมยิ้มมาหลายปี แต่ Chupa Chups ก็ยังไม่มีโลโกเป็นของตัวเอง
ดังนั้นในปี 1969 คุณ Enric Bernat จึงเดินทางไปหาเพื่อนของเขาที่เป็นศิลปิน ชื่อว่า Salvador Dalí
เพื่อให้ช่วยออกแบบโลโกให้ ตามคอนเซปต์ที่เขาต้องการ
Salvador Dalí ก็เริ่มออกแบบและวาดต้นแบบโลโก ลงบนกระดาษภายใน 1 ชั่วโมง
จนในที่สุด ก็ได้ออกมาเป็น กระดาษห่ออมยิ้มรูปดอกเดซี่ ที่ล้อมชื่อ Chupa Chups
ซึ่งกลายเป็นโลโกอันโด่งดัง มาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นหนึ่งในโลโก ที่ผู้คนจดจำกันได้มากที่สุด
ต่อมาช่วงปี 1970 Chupa Chups ก็เริ่มบุกตลาดในประเทศญี่ปุ่น และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ก่อนจะขยายไปสู่ตลาดยุโรปและอเมริกาเหนือ รวมถึงประเทศในเอเชียส่วนใหญ่ เช่น เกาหลีใต้และจีน ในเวลาต่อมา
นอกจากเรื่องราวความเป็นมาของ Chupa Chups แล้ว
อีกเรื่องที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย คือ การตลาดของ Chupa Chups ที่เมื่อทำออกมาที เรียกได้ว่าสร้างความแปลกใหม่ และดึงดูดความสนใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี
เช่น ในช่วงทศวรรษ 1980 ที่เกิดเหตุการณ์ทำให้ประชากรมีอัตราการเกิดที่ลดลง ส่งผลให้จำนวนผู้บริโภคเด็กและเยาวชน ที่เป็นลูกค้าหลัก ลดลงตามไปด้วย
ทาง Chupa Chups เลยแก้เกมและพยายามดึงดูดผู้บริโภคที่เป็นผู้ใหญ่ เพื่อมาทดแทนผู้บริโภคกลุ่มเด็ก
ด้วยการออกแคมเปนต่อต้านการสูบบุหรี่ “Smoke Chupa Chups”
สนับสนุนให้ผู้ใหญ่หยุดดูดบุหรี่ แล้วหันมาดูด Chupa Chups แทน
แถมยังลงทุนทำแพ็จเกจจิงของ Chupa Chups แบบใหม่ ซึ่งเป็นกล่องสี่เหลี่ยมเหมือนกล่องบุหรี่
แต่ภายในกล่องไม่มีบุหรี่ มีเพียงอมยิ้ม Chupa Chups ให้หยิบมาดูด..
แม้แต่นักเตะในตำนานชาวดัตช์ อย่าง Johan Cruyff อดีตนักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และทีมบาร์เซโลนา แห่งสเปน
ที่เป็นคนดูดบุหรี่จัด และรู้ตัวว่ากำลังเป็นมะเร็ง ก็ได้เลิกดูดบุหรี่ แล้วหันมาดูด Chupa Chups แทน..
ทั้งจุดเด่นเรื่องรสชาติ, กลิ่นหอมของอมยิ้ม, แพ็จเกจจิงและโลโกที่มีสีสันโดดเด่น และสะดุดตา รวมไปถึงการทำการตลาดที่สร้างสรรค์
ทำให้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา Chupa Chups ได้ขึ้นบัลลังก์แบรนด์อมยิ้ม ที่คนรู้จักกันมากที่สุด และเป็นหนึ่งในอมยิ้มที่ขายดีสุดในโลกอีกด้วย
ปัจจุบัน Chupa Chups ทำตลาดไปแล้วมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก
และสามารถขายอมยิ้ม ได้มากกว่า 4 พันล้านชิ้นต่อปี
โดยยอดขายกว่า 90% เกิดขึ้นนอกประเทศสเปน
สำหรับรายได้ของ Chupa Chups เฉพาะในสเปน
ปี 2018 อยู่ที่ประมาณ 3,480 ล้านบาท
ปี 2019 อยู่ที่ประมาณ 3,690 ล้านบาท
แล้วปัจจุบันบริษัท Chupa Chups มีใครเป็นเจ้าของ ?
คุณ Enric Bernat ผู้สร้างแบรนด์ Chupa Chups ได้ส่งมอบกิจการให้กับลูกชายของเขาไปบริหารต่อ เมื่อปี 1991
และหลังจากนั้น ในปี 2006 บริษัท Chupa Chups ก็ได้ถูกซื้อกิจการและเปลี่ยนมือให้กับ Perfetti Van Melle บริษัทด้านขนมหวานยักษ์ใหญ่ สัญชาติอิตาลี-เนเธอร์แลนด์
ซึ่งมีแบรนด์ขนมและลูกอมอยู่ในเครือมากมาย เช่น ลูกอม Mentos (เมนทอส)
สรุปแล้ว เจ้าของแบรนด์ Chupa Chups ในปัจจุบัน คือบริษัท Perfetti Van Melle ที่เป็นเจ้าของแบรนด์ Mentos นั่นเอง
สำหรับในประเทศไทย ผู้จัดจำหน่ายอมยิ้ม Chupa Chups คือ บริษัท ซีโน-แปซิฟิค เทรดดิ้ง (ไทยแลนด์) จํากัด
ส่วนผลิตภัณฑ์ Personal Care ภายใต้แบรนด์ Chupa Chups
ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์อาบน้ำ, ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและเส้นผม, เครื่องสำอาง
ซึ่งมอบกลิ่นหอมหวาน ที่ถอดแบบจากอมยิ้ม Chupa Chups
ภายใต้คอนเซปต์ “Don’t Eat Me” กินไม่ได้เหมือนลูกอม แต่ทำให้คุณน่ากินได้
แถมยังเรียกเสียงฮือฮาในบ้านเรา ว่าจากแบรนด์อมยิ้มชื่อดัง ผันตัวมาสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่ดูไม่น่าจะเข้ากันสักเท่าไร อย่างครีมอาบน้ำ ให้เซอร์ไพรส์กัน
ผลิตและจำหน่ายโดย บริษัท เทค แอนด์ แคร์ คอนเซ็ปต์ จำกัด ซึ่งได้ลิขสิทธิ์แบรนด์ Chupa Chups
ในการนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ Personal Care ประเทศแรกของโลก
หลังจากนี้ ก็ต้องลุ้นกันว่า Chupa Chups
จะเดินเกม และสร้างสรรค์การตลาดและผลิตภัณฑ์อะไรใหม่ ๆ มาทำให้เรารู้สึกสนุกและเซอร์ไพรส์ เหมือนอย่างที่ผ่านมา ในรูปแบบไหนอีก..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.