แม็กกี้ ซอสปรุงอาหารจาก สวิตเซอร์แลนด์

แม็กกี้ ซอสปรุงอาหารจาก สวิตเซอร์แลนด์

4 ก.ย. 2021
สิ่งที่เรานึกถึง หรือตามหาเป็นอันดับแรก เมื่อกำลังทานเมนูสารพัดไข่ เช่น ไข่ดาว, ไข่กระทะ, ไข่ตุ๋น, ไข่ต้ม, ไข่ออนเซ็น, ไข่เจียว
ก็หนีไม่พ้นซอสเหยาะ มีโลโกแม็กกี้ (Maggi)
ที่เพียงเหยาะใส่ไม่กี่หยด อาหารก็มีรสชาติเข้มข้น และอูมามิขึ้นทันที
ถึง Maggi จะไม่ได้กำเนิดที่ประเทศไทย แต่ก็อยู่คู่ร้านอาหารและครัวไทยมานาน ไม่ต่างกับแบรนด์น้ำปลาและเครื่องปรุงรสสัญชาติไทยต่าง ๆ
และอยู่มานาน จนแทบจำความไม่ได้ ว่า Maggi เริ่มเข้ามาตีตลาดและครองใจชาวไทย ตั้งแต่เมื่อไร
รู้ไหมว่า Maggi มีต้นกำเนิดมาจากดินแดนเดียวกับ นาฬิกาแบรนด์หรูชื่อดังต่าง ๆ นั่นคือ สวิตเซอร์แลนด์
ตำนานของ Maggi มาจากผู้ประกอบการชาวสวิสเชื้อสายอิตาลี นามว่า จูเลียส แม็กกี้ ที่ได้สืบทอดกิจการโรงสีค้อน จากพ่อของเขา
ซึ่งตอนนั้น เขามีวิสัยทัศน์ว่า ต่อไปสังคมและโลกของการทำงานจะเปลี่ยนไป
ผู้คนจะมีวิถีชีวิตที่เร่งรีบ และผู้หญิงจะออกไปหางานทำที่โรงงานกันมากขึ้น
จึงยุ่งและไม่มีเวลาเตรียมอาหารให้ครอบครัว
ประกอบกับตอนปี ค.ศ. 1882 เขาได้มีโอกาสพบกับนายแพทย์คนหนึ่ง จากสมาคมสวัสดิภาพสาธารณะของสวิส ซึ่งกำลังมีเป้าหมายช่วยปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชากรในประเทศ ให้ได้รับโภชนาการที่ดี
เพราะในขณะนั้น ชนชั้นกรรมาชีพจำนวนมาก กำลังเป็นโรคขาดสารอาหาร
แต่ติดปัญหาตรงที่เนื้อสัตว์ในตอนนั้นมีราคาสูง หลายคนไม่สามารถเข้าถึงได้
จึงมีไอเดียว่า ถั่วซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหาร สามารถทดแทนและแก้ปัญหานี้ได้
จูเลียส แม็กกี้ ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากเรื่องนี้ เลยตัดสินใจก่อตั้งบริษัท Maggi ขึ้นในปี ค.ศ. 1884 ในหมู่บ้าน Kemptthal ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เพื่อต้องการคิดค้นผลิตภัณฑ์โปรตีนจากพืช ที่ช่วยให้การทำเมนูอาหารสะดวกและรวดเร็วขึ้น ตอบโจทย์ยุคที่ผู้หญิงอาจมีเวลาในครัวน้อยลง
และเพิ่มคุณค่าทางโภชนาการของมื้ออาหาร ในราคาที่คนทำงานและชนชั้นกรรมาชีพ เข้าถึงได้ เพราะพืชเป็นวัตถุดิบที่ราคาถูกกว่าเนื้อสัตว์
ด้วยความมุ่งมั่น เขาได้วิจัยและพัฒนาตลอดทั้งปี เพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับวิสัยทัศน์ของเขา
จนในที่สุดปี ค.ศ. 1886 ความพยายามทุกอย่างก็เป็นผล
โดยบริษัท Maggi ได้ปล่อยผลิตภัณฑ์ปรุงอาหารที่มีวัตถุดิบมาจากถั่ว ไม่ว่าจะเป็นซุปกึ่งสำเร็จรูป และซอสต่าง ๆ ออกสู่ตลาดเป็นครั้งแรก
นอกจากจะมีสารอาหารจากพืชแล้ว
ผลิตภัณฑ์ของ Maggi ยังช่วยเพิ่มรสชาติกลมกล่อมให้กับอาหารอีกด้วย ซึ่งกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดความอยากอาหารมากขึ้น
เมื่อเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค และมีความต้องการในตลาดรองรับ
Maggi จึงสามารถเจาะตลาด และเข้าไปอยู่ในครัวของทุกชนชั้น ได้อย่างรวดเร็ว
ต่อมา Maggi ก็เริ่มส่งออกสินค้าไปขายประเทศต่าง ๆ ทั่วยุโรป เช่น เยอรมนี, ฝรั่งเศส, อิตาลี, สหราชอาณาจักร รวมถึงสหรัฐอเมริกา จนกลายเป็นเครื่องปรุงรสที่ผู้คนรู้จักกันไปทั่วโลก
เพื่อขยายกำลังการผลิต และเพิ่มจุดกระจายสินค้า
ในปี ค.ศ. 1897 จูเลียส แม็กกี้ ก็ตัดสินใจไปตั้งโรงงานและบริษัท Maggi ในเมือง Singen ที่ประเทศเยอรมนี
หลังจากนั้น ด้วยชื่อเสียงและความสำเร็จของแบรนด์ Maggi ทำให้เข้าไปเตะตาของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอาหารและเครื่องดื่มในสวิตเซอร์แลนด์อย่าง Nestlé
จนในที่สุด Nestlé ก็สามารถเข้าซื้อกิจการของ Maggi ทั้งหมด ได้ในปี ค.ศ. 1947
และนับแต่นั้นมา Maggi ก็เป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร Nestlé
ถึงแม้จะถูกซื้อกิจการไปแล้ว แต่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ของ Maggi
รวมถึงความตั้งใจเริ่มแรกของ จูเลียส แม็กกี้ ที่ต้องการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ให้สารอาหาร และความอร่อย ยังคงติดอยู่กับบริษัท มาถึงปัจจุบัน
โดยในปี ค.ศ. 2019 มีรายงานว่า บริษัท Nestlé สามารถขายผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ Maggi ได้สูงถึง 264,100 ตัน เลยทีเดียว
สำหรับผลิตภัณฑ์ของ Maggi ก็จะมีหลายรายการ เช่น
ซอสเหยาะหรือจิ้ม, ซอสปรุงรส, ซอสปรุงรสฝาเขียว ซอสปรุงอาหาร สูตรเข้มเข้าเนื้อ, ซอสผัดสำเร็จรูป All-in-one, ซอสหอยนางรม, ซอสปรุงอาหาร สูตรผัดกลมกล่อม และบะหมี่แม็กกี้
ซึ่งวัตถุดิบที่ใช้ทำซอส ก็อาจแตกต่างกันไปตามแต่ละผลิตภัณฑ์
เช่น ซอสเหยาะหรือจิ้ม ทำจากการหมักถั่วเหลืองด้วยวิธีธรรมชาติ
ซอสปรุงรส ผลิตจากโปรตีนข้าวสาลี ผ่านวิธีการหมักแบบธรรมชาติ
Maggi มีการทำตลาดในหลายประเทศทั่วโลก โดยประเทศที่นิยมใช้ Maggi ควบคู่กับการประกอบอาหาร ก็จะมีตั้งแต่จีน, ไต้หวัน, เวียดนาม, ไทย, มาเลเซีย, สิงคโปร์, ปากีสถาน, ยุโรป และเม็กซิโก เป็นต้น
ซึ่งบางประเทศ ก็จะมีสูตรในการผลิตซอสที่แตกต่างกัน
นอกจากซอสแล้ว อีกไฮไลต์ของ Maggi ซึ่งอาจไม่นิยมในบ้านเรานัก
แต่ได้รับความนิยมอย่างมากในอินเดีย, ปากีสถาน, บังกลาเทศ, สิงคโปร์, มาเลเซีย, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ ฯลฯ คือ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของ Maggi
อย่างเมนู Maggi Goreng (แม็กกี้โกเร็ง) อันเลื่องชื่อของมาเลเซีย
หรือ “Maggi 2 Minutes Noodles” บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบด่วนพิเศษ ที่ปรุงพร้อมทานได้ภายใน 2 นาที
สำหรับในประเทศไทย
Maggi อยู่ภายใต้การบริหารและทำการตลาดของ บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด
ซึ่งความเคลื่อนไหวและการเดินเกมทำตลาด ที่น่าสนใจของ Maggi
หนึ่งในนั้นคือ การเปิดตัวโมเดลธุรกิจใหม่ “Maggi Kitchen” ที่ The Market Bangkok
ครัวกลางสำหรับทำเมนูอาหาร ที่ใช้ซอสแม็กกี้เป็นส่วนผสม ซึ่งในไทยเป็นแห่งแรกของโลก
สลัดภาพผู้ผลิตซอส มาขายอาหารกล่อง
เพื่อปรับตัว รุกเข้าหาตลาดฟูดดิลิเวอรี ที่กำลังเติบโตแบบติดจรวด
และยังเป็นการสร้าง Engagement กับลูกค้ากลุ่มใหม่ ๆ
โดย Maggi Kitchen จะมีให้เลือกมากกว่า 10 เมนู ในราคาเริ่มต้นที่ 69 บาท
เช่น ข้าวผัดน้ำพริกกะปิป้าต้อย, ข้าวผัดกุ้งแม็กกี้, สเต๊กอกไก่อบซอสกระเทียม, ข้าวกะเพราเนื้อไข่ดาว
ซึ่งลูกค้าจะต้องซื้อกลับบ้าน หรือสั่งผ่านฟูดดิลิเวอรี เช่น Grab, LINE MAN, Foodpanda, Robinhood เท่านั้น
หรือล่าสุดที่ Maggi ไปจับมือกับ เบทาโกร
ทำข้าวกล่องพร้อมทานแช่แข็งและแช่เย็น ได้แก่ ข้าวหมูทอดนัว, ข้าวหน้าไก่คลุกเห็ดหอม, ข้าวขาหมูตุ๋นโกโก้ และขาหมูตุ๋นโกโก้ (กับข้าว) ในราคาเริ่มต้น 45 บาท
เพื่อวางจำหน่ายผ่านช่องทางโมเดิร์นเทรด อย่าง โลตัสทั่วประเทศ
กลยุทธ์การทำโมเดล Maggi Kitchen และการ Co-Branding กับเบทาโกร
ยังช่วยเติมเต็มวิถีชีวิตของผู้คน ที่ชอบความสะดวกสบาย หรือเร่งรีบ จนไม่มีเวลาทำอาหารเอง จึงสั่งอาหาร หรือซื้ออาหาร จากข้างนอกมาทาน นั่นเอง
จนสุดท้ายแล้ว แบรนด์ Maggi ก็จะมีโอกาสเข้าไปอยู่ในครัวและภาพจำของผู้บริโภค ไม่ว่าพวกเขาจะเลือกทำอาหารเอง หรือเลือกซื้ออาหารมาทาน..
อ้างอิง :
-https://www.nestle.com/aboutus/history/nestle-company-history/julius-maggi-cubes-consommes-creativity
-https://en.wikipedia.org/wiki/Maggi
-https://en.wikipedia.org/wiki/Julius_Maggi
-https://www.breakfastinnovation.com/กว่าจะมาเป็นซอสแม็กกี้/
-https://www.nestle.com/brands/allbrands/maggi_culinary
-https://www.business/-standard.com/article/companies/return-of-maggi-volume-and-value-surpasses-pre-ban-level-of-2014-120060401532_1.html
© 2021 Marketthink. All rights reserved.