Nio และ Xpeng เผยว่า ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของ Tesla ในการผลิตรถยนต์ครบ 1 แสนคัน

Nio และ Xpeng เผยว่า ใช้เวลาครึ่งหนึ่งของ Tesla ในการผลิตรถยนต์ครบ 1 แสนคัน

11 ต.ค. 2021
ล่าสุด สตาร์ตอัปด้านรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน อย่าง Xpeng ได้ออกมาเปิดเผยว่า
บริษัทได้ผลิตรถยนต์ไปกว่า 100,000 คันแล้ว นับจากเวลา 6 ปีที่บริษัทเริ่มดำเนินธุรกิจ
ซึ่งเร็วกว่า Tesla ที่ใช้เวลาถึง 12 ปี ในการผลิตรถยนต์ให้ได้ 100,000 คัน
ส่วนทางด้าน Nio สตาร์ตอัปรถยนต์ไฟฟ้าสัญชาติจีน ก็ได้ออกมาเปิดเผยว่า ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทผลิตรถยนต์ได้เกิน 100,000 คันแล้ว
โดยทางด้าน Nio ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2014 โดยใช้ชื่อแบรนด์อื่น ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็น Nio ในปี 2017 หรือเมื่อประมาณ 4 ปีที่แล้ว
ทั้งนี้ ในการเปรียบเทียบครั้งนี้ Tesla บริษัทรถยนต์ไฟฟ้าของ อีลอน มัสก์
ที่ก่อตั้งขึ้นมาตั้งแต่ 2003 และใช้เวลานานถึง 12 ปี ในการผลิตรถยนต์ให้ได้ 100,000 คัน
ซึ่งถ้าหากดูจากที่ผ่านมาในอดีต Tesla ประสบกับปัญหาการผลิตล่าช้า เพราะติดข้อจำกัดหลาย ๆ อย่าง อาทิ ข้อจำกัดด้านเงินทุน, การวางระบบการผลิต ฯลฯ
และถึงแม้ความท้าทายเหล่านั้นจะถูกแก้ไขและผ่านพ้นไปได้ด้วยดี แต่ปัจจุบัน Tesla ก็จะคงเจอความท้าทายด้านการผลิตเป็นระยะ ๆ เช่น โรงงานผลิตรถยนต์ Tesla ที่อยู่ในเซี่ยงไฮ้ ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายควบคุมการใช้พลังงานที่เข้มงวดของทางการจีน ทำให้การผลิตอาจไม่เป็นไปตามเป้า
แต่ถึงจะอย่างนั้น Tesla ก็ยังคงใหญ่กว่า และเหนือกว่าคู่แข่งในหลาย ๆ ด้าน
ซึ่งอีลอน มัสก์ ก็ได้ออกมาทวีตตั้งแต่เมื่อเดือนมีนาคม ปี 2020 ว่า Tesla สามารถผลิตรถยนต์ได้เกิน 1,000,000 คันแล้ว
โดยเพียงแค่ในไตรมาสที่ 3 ปี 2021 อย่างเดียว ก็สามารถผลิตรถได้ 238,000 คัน
และนอกจากนี้ Tesla ยังนับเป็นผู้บุกเบิกนวัตกรรมในหลาย ๆ ด้าน ทั้งการคิดค้นแบตเตอรี่, เทคโนโลยีการขับเคลื่อนต่าง ๆ และอื่น ๆ อีกมากมาย
ทำให้บริษัทที่เข้ามาลงเล่นในตลาดทีหลัง นอกจากจะมีช่องทางที่สามารถระดมทุนได้ง่ายขึ้นแล้ว (เพราะ Tesla ปูทางและการันตีกับนักลงทุนให้ว่าอุตสาหกรรมนี้เติบโตได้จริง)
ยังมี Khow-How, กระบวนการผลิต และเทคโนโลยี ที่สามารถนำมาพัฒนาต่อยอดจากแนวคิดเดิม และนำมาปรับใช้ได้เป็นอย่างดี
ทั้งนี้ ในปีนี้ ราคาหุ้นของ Tesla ขึ้นมาราว ๆ 8% นับตั้งแต่ต้นปี
ส่วนทางด้านราคาหุ้นของ Xpeng ร่วงลงมา -15% ตั้งแต่ต้นปี
และทางด้าน Nio ก็ร่วงลงมา -33% ตั้งแต่ต้นปี เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมี BYD ผู้ผลิตแบตเตอรี่และรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ก็ได้เปิดเผยว่า เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา
บริษัทสามารถผลิตรถยนต์ได้ 1 ล้านคัน ในรถยนต์ประเภทพลังงานสะอาด ซึ่งรวมถึงรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ และรถยนต์แบบไฮบริด
โดยราคาของหุ้นของ BYD เพิ่มขึ้นมากกว่า 24% ตั้งแต่ต้นปี
ทั้งนี้ BYD มีผู้ถือหุ้นใหญ่คือ บริษัท Berkshire Hathaway ของวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนในตำนาน
สรุปแล้ว เรียกว่าได้อุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าเอง ก็แข่งขันกันอย่างดุเดือดขึ้นทุก ๆ วัน
และคงต้องรอดูกันต่อไปว่า อีก 5 ปี หรือ 10 ปีข้างหน้า ใครจะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าได้บ้าง
หรือไม่แน่ว่า ถ้าโลกหมุนไปเร็วกว่าที่เราคิด รถของเรา มันอาจจะล้ำไปไกลกว่ารถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ก็เป็นได้..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.