วิธีการรับมือวิกฤติที่แตกต่าง ของสหราชอาณาจักรที่เตรียมเปิดประเทศ ขณะที่จีนสั่งล็อกดาวน์

วิธีการรับมือวิกฤติที่แตกต่าง ของสหราชอาณาจักรที่เตรียมเปิดประเทศ ขณะที่จีนสั่งล็อกดาวน์

29 ต.ค. 2021
สหราชอาณาจักร (United Kingdom) ซึ่งประกอบไปด้วยอังกฤษ, สกอตแลนด์, เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือเตรียมปลดล็อกทุกประเทศที่มีความเสี่ยงสูง ออกจากบัญชีแดง (Red list) ในการเดินทางเข้าประเทศแล้ว
เพราะล่าสุด รัฐบาลสหราชอาณาจักร เตรียมถอด 7 ประเทศสุดท้าย ออกจากลิสต์ห้ามเดินทางเข้าประเทศ
ในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2021 นี้ ซึ่งได้แก่ โคอมเบีย, สาธารณรัฐโดมินิกัน, เอกวาดอร์, เฮติ, ปานามา, เปรู และเวเนซุเอลา
โดยประชากรชาวสหราชอาณาจักร ที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้ สามารถเดินทางกลับประเทศได้โดยไม่ต้องกักตัวแล้ว
ส่วนด้านผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ รวมไปถึงประเทศไทยด้ว
หากมีหลักฐานการฉีดวัคซีนที่เหมาะสมและครบ 2 โดส ก่อนเข้าประเทศอย่างน้อย 14 วัน ก็สามารถเดินทางเข้ามาในสหราชอาณาจักรได้ โดยไม่จำเป็นต้องกักตัวในโรงแรมอีกต่อไป
ส่วนยี่ห้อวัคซีนที่รัฐบาลสหราชอาณาจักรรับรองแล้ว ได้แก่ AstraZeneca, Pfizer, Moderna และ Johnson & Johnson
ทั้งนี้ ทางรัฐบาลสหราชอาณาจักร ระบุว่า “บัญชีแดงและนโยบายการกักตัว จะยังคงมีไว้อยู่ เพื่อเอาไว้ป้องกันในกรณีที่พบเหตุที่น่ากังวล โดยทางรัฐบาลจะตรวจสอบบัญชีแดงทุก ๆ 3 สัปดาห์ และอาจมีการนำนโยบายหรือบัญชีแดงกลับมาใช้อีก หากรัฐบาลมองว่า ได้ตรวจพบประเทศที่มีความเสี่ยงสูงอีกครั้ง”
และหากย้อนกลับมาดูตัวเลขผู้ติดเชื้อในสหราชอาณาจักร ของเมื่อวาน
พบว่ามียอดผู้ติดเชื้อรายใหม่ถึง 39,842 ราย เลยทีเดียว
และมียอดผู้ติดเชื้อที่กำลังรับการรักษาอยู่ที่ 1,534,182 ราย
เรียกได้ว่า สหราชอาณาจักร ที่มีจำนวนประชากรใกล้เคียงกับประเทศไทยก็จริง
แต่สถานการณ์การระบาด ก็ยังถือว่าระบาดหนักกว่าประเทศไทยมาก
อย่างไรก็ดี ที่สหราชอาณาจักร ตัดสินใจเปิดประเทศ อาจเป็นเพราะว่าคนในประเทศ มีอัตราการฉีดวัคซีนครบทั้ง 2 โดส ถึง 67.9% ของประชากรทั้งหมดแล้ว
รวมถึงสหราชอารณจักรเอง ก็ดูเป็นกลุ่มประเทศที่พยายามจะปรับตัวเพื่อให้สามารถอยู่กับไวรัสชนิดนี้ได้ตั้งแต่แรก
ในทางกลับกัน ประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศแรก ๆ ที่สามารถควบคุมสถานการณ์โรคระบาดได้สำเร็จ ตอนนี้ก็กำลังกลับมาระบาดอีกรอบหนึ่ง
แต่ที่น่าสนใจก็คือ จีนมีจำนวนผู้ติดเชื้อในระดับที่น้อยกว่าสหราชอาณาจักรมาก แต่กลับตัดสินใจเด็ดขาด เพื่อล็อกดาวน์ในหลายมณฑล
โดยเมื่อไม่นานมานี้ ประเทศจีน ได้มีคำสั่งล็อกดาวน์ใน 11 มณฑล รวมถึงกรุงปักกิ่งด้วย
และในด้านอะพาร์ตเมนต์ที่มีการติดเชื้อเกิดขึ้น ถูกสั่งล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเป็นเวลากว่า 21 วัน
ซึ่งคำสั่งลอกดาวน์ในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากในสัปดาห์ที่แล้ว
มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิดในหลายมณฑล รวมกว่า 120 ราย
โดยคำสั่งของรัฐบาลจีนที่เข้มงวดครั้งนี้ หมายถึงการห้ามไม่ให้ประชากรหลายล้านคน ออกจากบ้าน ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ
ทั้งนี้ สาเหตุที่ต้องเข้มงวดในการล็อกดาวน์ อาจเนื่องมาจากอีก 100 วันข้างหน้า หรือในเดือนกุมภาพันธ์ ปีหน้า จีนจะต้องเป็นเจ้าภาพ ในการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2022 นั่นเอง
โดยข้อมูลล่าสุด เมื่อวานนี้ประเทศจีนมีรายงานผู้ติดเชื้อใหม่ 39 ราย และกำลังรักษาอยู่ 659 ราย เท่านั้น
จากเรื่องทั้งหมดนี้ คงต้องรอดูกันต่อไปว่า ประเทศจีนจะสามารถกลับมาเปิดประเทศได้อย่างเต็มรูปแบบอีกครั้ง ท่ามกลางความพยายามในการรักษายอดผู้ติดเชื้อให้น้อยที่สุดได้หรือไม่
เพราะเมื่อดู ๆ แล้ว ดูเหมือนว่าหลายประเทศ จะมีความพยายามในการล็อกดาวน์ประเทศอย่างเข้มงวด เพื่อให้จำนวนผู้ติดเชื้อลดลงจนเป็นศูนย์ เช่นเดียวกับที่จีน ซึ่งดำเนินมาตรการอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด
แต่ในขณะเดียวกัน ประเทศอื่น ๆ เช่น สหราชอาณาจักร และสหรัฐฯ ต่างเลือกอีกเส้นทาง โดยพยายามที่จะอยู่ร่วมกับไวรัสนี้ให้ได้แทน เพื่อพยายามทำให้เศรษฐกิจยังสามารถดำเนินต่อไปได้ นั่นเอง..
อ้างอิง :
-https://www.gov.uk/government/news/travel-update-all-countries-removed-from-the-uks-red-list
-https://news.google.com/covid19/map?hl=en-US&mid=%2Fm%2F07ssc&state=7&gl=US&ceid=US%3Aen
-https://www.nzherald.co.nz/world/china-places-millions-in-harsh-lockdown-over-just-dozens-of-covid-19-cases/W7XDQODNXD7PIT5G46HP2UKJEY/
-https://www.worldometers.info/coronavirus/?utm_campaign=homeAdvegas1?
© 2021 Marketthink. All rights reserved.