บ้านปู จัดตั้งคณะกรรมการ ESG ยกระดับกระบวนการพัฒนาความยั่งยืน ตอกย้ำจุดยืน “Smarter Energy for Sustainability”

บ้านปู จัดตั้งคณะกรรมการ ESG ยกระดับกระบวนการพัฒนาความยั่งยืน ตอกย้ำจุดยืน “Smarter Energy for Sustainability”

2 พ.ย. 2021
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ จัดตั้งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (Environmental, Social and Governance: ESG) อย่างเป็นทางการ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการสร้างคุณค่าและความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียและสังคมอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนตอบสนองความต้องการด้านพลังงานแห่งอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เข้าถึงได้ และมีความชาญฉลาดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล สอดรับกับเทรนด์ 3Ds ของโลก (Decarbonization Decentralization และ Digitalization)  ด้วยจุดยืนที่จะส่งมอบ “Smarter Energy for Sustainability: อนาคตพลังงานเพื่อความยั่งยืน” ให้แก่ผู้มีส่วนได้เสีย พร้อมตั้งเป้าหมายทางธุรกิจให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ของสหประชาชาติ 7 ข้อ โดยมุ่งให้ความสำคัญในประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะเรื่องพลังงานและก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการดำเนินธุรกิจ รวมถึงประเด็นด้านการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ และการให้ความร่วมมือเพื่อพิชิตเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 
คณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ (ESG) มีหน้าที่ในการสนับสนุนคณะกรรมการบริษัทในการกำกับดูแลเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ ESG เช่น อาชีวอนามัยและความปลอดภัย ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สิทธิมนุษยชน ชุมชน ความรับผิดชอบต่อสังคม ฯลฯ โดยคณะกรรมการ ESG จะคอยให้คำแนะนำในด้านกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้อง, พิจารณานโยบาย เป้าหมาย การดำเนินงาน และผลลัพธ์, ตรวจสอบและติดตามการบริหารความเสี่ยงด้าน ESG  และการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย, ตลอดจนดูแลเรื่องการเปิดเผยข้อมูล ESG ที่สำคัญออกสู่สาธารณะ รวมทั้งปฏิบัติหน้าอื่นๆ ร่วมกับคณะผู้บริหารบริษัทฯ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงานด้าน ESG ให้เป็นไปตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิผลสูงสุด  
นายพิริยะ เข็มพล ประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลกิจการ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การดำเนินงานด้าน ESG เป็นสิ่งที่บ้านปูได้มีความตระหนักรู้และหยั่งรากลึกในองค์กรมายาวนาน และได้ดำเนินกิจการด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมตามหลักความยั่งยืนมาโดยตลอด การจัดตั้งคณะกรรมการ ESG สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญในการส่งเสริมให้เกิดการกำกับดูแล เพื่อช่วยให้ภารกิจสู่การบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืนมีความชัดเจนและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันประเทศต่างๆ เริ่มมีแนวนโยบายใหม่ๆ ด้าน ESG มากขึ้น และยังมีประเด็นที่หลากหลาย เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก (Climate Change) ความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Cybersecurity) การตอบสนองต่อภัยพิบัติ และการพัฒนาพนักงาน ดังนั้น คณะกรรมการ ESG จะเป็นตัวแทนของบอร์ดบ้านปูที่ทำหน้าที่เสมือนเป็นเรดาร์จับทิศทาง และร่วมมือกับฝ่ายบริหารในการขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางที่เหมาะสม โดยคณะกรรมการ ESG จะเป็นกรรมการอิสระที่มีความรู้ความสามารถในหลายด้าน จึงสามารถนำเสนอข้อคิดเห็นและมุมมองที่มีความเป็นกลางและเป็นประโยชน์แก่ผู้บริหาร ส่งผลให้เกิดการทำงานแบบส่งเสริมซึ่งกันและกัน สร้างสมดุลระหว่างผลประกอบการที่ดีและความรับผิดชอบต่อเป้าหมาย ESG อย่างเหมาะสม เพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ และผู้ถือหุ้น ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว”   
ในช่วงเปลี่ยนผ่านทางธุรกิจของบ้านปูในฐานะผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลายในระดับนานาชาติ (International Versatile Energy Provider) บริษัทฯ ให้ความสำคัญด้าน ESG ควบคู่ไปด้วยอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของโลกแห่งอนาคต โดยได้วางกรอบการดำเนินงานและมุ่งให้ความสำคัญในประเด็นที่สอดคล้องกับทิศทาง ESG และการประเมินความเสี่ยงระยะสั้นและระยะยาวของโลก โดยในด้านสิ่งแวดล้อม (E)  บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับประเด็นการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การจัดการพลังงานและน้ำ และการจัดการมลพิษทางอากาศ ในด้านสังคม (S) มุ่งเน้นเรื่องการจัดการและพัฒนาศักยภาพของพนักงาน การจัดการด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย การทำงานชุมชนสัมพันธ์ และการพัฒนาชุมชน และด้านการกำกับดูแลกิจการ (G) มุ่งเน้นประเด็นการกำกับดูแลกิจการอย่างยั่งยืน การดูแลจริยธรรมทางธุรกิจ การจัดการคู่ค้าและผู้รับเหมาการบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ และการจัดการความเป็นส่วนตัวของข้อมูลและความปลอดภัยทางไซเบอร์ (Data Privacy & Cybersecurity) โดยมีตัวอย่างการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรมดังนี้ 
ด้านสิ่งแวดล้อม (E) : บ้านปูดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์ Greener & Smarter เพื่อตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) ทั้งการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลงทุนในพลังงานหมุนเวียนและพลังงานเชื้อเพลิงที่สะอาดขึ้น และการสร้างธุรกิจใหม่ๆ ที่ตอบสนองแนวโน้มและความต้องการพลังงานแห่งโลกอนาคต โดยบ้านปูได้วางเป้าหมายว่าภายในปี 2568 EBITDA มากกว่าร้อยละ 50 จะมาจากธุรกิจพลังงานที่สะอาดขึ้นและเทคโนโลยีพลังงาน นอกจากนี้ ยังมีการดำเนินโครงการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity) ซึ่งเป็นโครงการะยะยาวในเหมืองที่อินโดนีเซียอีกด้วย
ด้านสังคม (S) : บ้านปูมีวัฒนธรรมองค์กร Banpu Heart ที่เชื่อมโยงและหลอมรวมพนักงานจากหลากหลายเชื้อชาติและต่างวัฒนธรรมใน 10 ประเทศที่บ้านปูดำเนินธุรกิจ ให้สามารถร่วมแรงร่วมใจกันทำงานสู่การบรรลุเป้าหมายเพื่อความยั่งยืนตามหลัก ESG และการดำเนินโครงการเพื่อสังคมต่างๆ ทั้งในด้านการส่งเสริมการศึกษา การช่วยเหลือสังคมและชุมชนในภาวะวิกฤตและในยามเกิดภัยพิบัติ โดยนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย บ้านปูได้ร่วมมือกับกลุ่มมิตรผลในการจัดตั้ง ‘กองทุนมิตรผล-บ้านปู รวมใจช่วยไทย สู้ภัย COVID-19’ เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 โดยปัจจุบันกองทุนฯ มีมูลค่ารวม 1,000 ล้านบาท
ด้านการกำกับดูแลกิจการ (G) : บ้านปูมีทีมงาน Incident Management Team หรือ IMT ในการบริหารจัดการในสภาวะวิกฤต ทำให้การดูแลความปลอดภัยของพนักงาน และการดำเนินธุรกิจโดยในช่วงสถานการณ์โควิด-19  ที่ผ่านมาเป็นไปได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ และได้มีการจัดตั้งหน่วยงาน Digital Center of Excellence (DCOE) เพื่อขับเคลื่อนบ้านปูให้พร้อมเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) โดยนำนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดแบบดิจิทัลที่ทันสมัยมาใช้อย่างชาญฉลาดทั่วทั้งองค์กร ควบคู่ไปกับการทำงานรูปแบบใหม่ที่รวดเร็วและคล่องตัว "Agile Working" มากขึ้น เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพการทำงานในทุกส่วน รวมทั้งก่อให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ให้กับลูกค้าทั้งภาคธุรกิจ (B2B) รายย่อย (B2C) และรัฐบาล (B2G) ได้ดียิ่งขึ้น
จากการดำเนินธุรกิจตามหลัก ESG ของบ้านปูอย่างต่อเนื่อง ทำให้บ้านปูได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในผู้นำด้านความยั่งยืนจากองค์กรชั้นนำทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ อาทิ การรักษาสถานะสมาชิกกลุ่มดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 การรักษาตำแหน่ง “Gold Class” ในกลุ่มอุตสาหกรรม Coal & Consumable Fuels จากการประกาศผลรางวัล SAM Sustainability Award 2021 รวมถึงได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในระดับ A (ตามเกณฑ์วัด AAA ถึง CCC) ในการประเมินความยั่งยืน ESG Ratings โดย MSCI ในปี 2562 และล่าสุดได้รับการคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) ที่มีความโดดเด่นด้าน ESG ในภาคอุตสาหกรรมเหมืองแร่และโลหะ จากการจัดอันดับโดย Vigeo Eiris (V.E), Moody’s ESG Solutions นอกจากนี้ยังได้รับรางวัล Asia’s Best SDG Reporting ระดับ Silver จาก Asia Sustainability Reporting Awards 2020 อีกด้วย 
บ้านปูจะเดินหน้าธุรกิจตามหลัก ESG ด้วยความมุ่งมั่น บนทิศทางการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานที่สะอาดและฉลาดขึ้นตามกลยุทธ์ Greener & Smarter พร้อมสร้างคุณค่าและความไว้วางใจให้กับผู้มีส่วนได้เสียด้วยความรับผิดชอบต่อโลกและสังคม 
© 2021 Marketthink. All rights reserved.