Meiji บริษัทขนมระดับโลก ที่ไม่ได้ขายแค่ขนมและนม

Meiji บริษัทขนมระดับโลก ที่ไม่ได้ขายแค่ขนมและนม

9 พ.ย. 2021
เรารู้กันดีว่า ผลิตภัณฑ์ของเมจิ คือ นมและแบรนด์ขนมต่าง ๆ
โดยในการจัดอันดับ บริษัทขนมที่มีรายได้มากสุดในโลก ประจำปี 2020
อันดับ 1 คือ Mars Inc.
อันดับ 2 คือ Ferrero Group
อันดับ 3 คือ Mondelez International
อันดับ 4 คือ Meiji Holdings
อันดับ 5 คือ Hershey
จะเห็นว่า บริษัทที่ติด Top 5 ของโลก ส่วนใหญ่มาจากประเทศตะวันตกเกือบทั้งหมด
มีเพียง Meiji เท่านั้น ที่เป็นบริษัทตะวันออก ซึ่งมาจากประเทศญี่ปุ่น
ที่สำคัญ หลายคนอาจยังไม่รู้ว่า Meiji ไม่ได้มีเพียงผลิตภัณฑ์นมและขนมเท่านั้น แต่ยังมีผลิตภัณฑ์อื่น ๆ อีกมากมาย เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ไปจนถึงยาปฏิชีวนะ..
ปัจจุบัน Meiji Holdings จดทะเบียนในตลาดหุ้นโตเกียว มีมูลค่าบริษัทราว 312,000 ล้านบาท
และที่ผ่านมาบริษัทมีผลประกอบการดังนี้ (รอบบัญชี เม.ย.-มี.ค.)
ปี 2020 รายได้ 366,885 ล้านบาท กำไร 19,716 ล้านบาท
ปี 2021 รายได้ 349,037 ล้านบาท กำไร 19,229 ล้านบาท
โดยสัดส่วนรายได้ มาจาก
ธุรกิจอาหาร (84%) เช่น
- ผลิตภัณฑ์จากนม เช่น นมสด, โยเกิร์ต
- ผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป เช่น ชีส, เนย, ไอศกรีม, อาหารแช่แข็ง
- ขนม เช่น ช็อกโกแลต, เจลลี, หมากฝรั่ง
- ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร (Nutrition) และอื่น ๆ
และธุรกิจยา (16%)
แต่กว่าจะมาเป็นอาณาจักร Meiji ในวันนี้
บริษัทต้องผ่านการเดินทางบนโลกธุรกิจมานานกว่า 100 ปี
จากกิจการเล็ก ๆ ค่อย ๆ ขยายธุรกิจ ขยายผลิตภัณฑ์ และขยายตลาดจากในประเทศ สู่ระดับโลก
ซึ่งหลายคนคงสงสัยแล้วว่า Meiji มีจุดเริ่มต้นแบบไหน
บริษัทเริ่มทำผลิตภัณฑ์อะไรก่อน แล้วเข้าสู่ธุรกิจยาได้อย่างไร ?
ย้อนความกลับไปตอนปี 1916 ที่บริษัท Tokyo Confectionery ก่อตั้งขึ้นมา
โดยบริษัทเล็งเห็นว่าในช่วงเวลานั้น ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นเริ่มหันมาชื่นชอบขนมจากประเทศตะวันตก เพราะมีรสชาติที่อร่อยและแตกต่างจากขนมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม
อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นมีเพียงไม่กี่เจ้าในประเทศ ที่สามารถผลิตขนมแบบตะวันตกได้ ทำให้ร้านค้าส่วนใหญ่ยังพึ่งพาการนำเข้าขนมจากต่างประเทศมาวางขายอยู่
Tokyo Confectionery จึงต้องการเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว ด้วยการผลิตและจำหน่ายขนมแบบตะวันตก ในราคาย่อมเยา ให้ชาวญี่ปุ่นได้ลิ้มลอง
โดยในช่วงแรก ๆ ผลิตภัณฑ์ของบริษัท จะเป็นขนมหวานจำพวกคาราเมล และบิสกิต ซึ่งบริษัทได้ตั้งโรงงานผลิตคาราเมลและบิสกิตในปีถัดมา ที่โตเกียว
หลังจากนั้น บริษัทก็ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Meiji พร้อมกับขยายไลน์ผลิตภัณฑ์และแบรนด์ใหม่ ๆ ออกสู่ตลาด
ไม่ว่าจะเป็นนม, ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนม และช็อกโกแลต
โดย Meiji เข้าสู่ธุรกิจนม เนื่องจากมองว่า นมสดและผลิตภัณฑ์จากนมที่อยู่ในตลาดในสมัยนั้น ยังไม่ค่อยได้มาตรฐาน บริษัทจึงอยากสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในระดับสากล
บริษัทจึงเปิดตัวนมข้นหวาน “Meiji Merry Milk” ในปี 1921 และต่อมาก็ได้เปิดตัวนมพาสเจอไรซ์
ซึ่งความต้องการบริโภคนมในญี่ปุ่นก็มีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่นั้นมา ทำให้บริษัทต้องเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์นม ทั้งในแง่ของรสชาติ และประเภทของนม
เช่น เปิดตัวนมแบรนด์ใหม่ “Meiji Oishii Gyunyu” นมระดับพรีเมียมที่ราคาสูงกว่าแบรนด์อื่น ๆ
สำหรับธุรกิจช็อกโกแลต ในช่วงทศวรรษ 1920 ช็อกโกแลตเริ่มได้รับความนิยมอย่างมากในญี่ปุ่น
ทาง Tokyo Confectionery เมื่อเห็นโอกาสทางธุรกิจ จึงได้นำเข้าเครื่องจักรผลิตช็อกโกแลตที่ทันสมัยจากเยอรมนี และเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านการทำช็อกโกแลตจากที่นั่นมาให้คำปรึกษาทางเทคนิค
จนในที่สุด บริษัทก็สามารถพัฒนาและเปิดตัวช็อกโกแลตแท่ง “Meiji Milk Chocolate” ได้สำเร็จในปี 1926 ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ ก็ติดตลาดอย่างรวดเร็ว และได้ทำให้ชื่อแบรนด์ Meiji เป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ
หรือในปี 1971 ที่ Meiji ได้เริ่มบุกธุรกิจโยเกิร์ต เนื่องจากเห็นแนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพที่มากขึ้นในญี่ปุ่น จากการที่ประชากรเริ่มสูงวัย
ซึ่งต่อมาบริษัทต่อยอดธุรกิจโยเกิร์ต ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่าง Meiji Bulgaria Yogurt ที่ผลิตจากแบคทีเรียกรดแล็กติก LB51 ในปี 1985
รวมถึงขยายไปสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอื่น ๆ เช่น ผลิตภัณฑ์เสริมโปรตีน “Savas”
เครื่องดื่มกรดอะมิโน สำหรับนักกีฬา “VAAM” และอื่น ๆ อีกมากมาย
ในส่วนของธุรกิจยาของ Meiji นั้น บริษัทเริ่มเข้าสู่ธุรกิจยา ในช่วงทศวรรษ 1940
โดยในปี 1946 บริษัทได้เปิดตัว ยาตัวแรก ที่บริษัทสามารถผลิตได้ ก็คือ “เพนิซิลลิน”
ซึ่งเป็นการนำความเชี่ยวชาญเดิมของบริษัท ในการผลิตแล็กโทสจากผลิตภัณฑ์นม มาต่อยอด เนื่องจากเพนิซิลลิน สามารถผลิตได้จากแล็กโทส
นับจากนั้น Meiji ก็นำเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ามา เพื่อวิจัยและพัฒนายาปฏิชีวนะใหม่ ๆ
รวมถึงจัดตั้งศูนย์วิจัยเพื่อศึกษายาปฏิชีวนะของตัวเอง และขยายสู่ตลาดเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร ในเวลาต่อมา
ซึ่งตัวอย่างผลิตภัณฑ์ยาของบริษัท ที่เคยเปิดตัวไปก็จะมี “AMLODIPINE MEIJI” ยาต้านแคลเซียม (Calcium Channel Blockers) ซึ่งเป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ไม่ให้แคลเซียมเข้าสู่เซลล์กล้ามเนื้อเรียบและกล้ามเนื้อหัวใจ
ตามมาด้วย “REFLEX” ยาต้านอาการซึมเศร้า และ “KMB” วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เป็นต้น
ปัจจุบัน อาณาจักรของ Meiji มีบริษัทและแบรนด์ในเครือมากมาย
โดยจะมี Meiji Holdings ทำหน้าที่เป็นบริษัทแม่ ที่ถือหุ้นและดูแลบริษัทต่าง ๆ ภายในเครือ ซึ่งมีบริษัทต่าง ๆ เช่น
- Meiji Co. ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายนม, ผลิตภัณฑ์จากนม, ขนมหวาน และอาหาร
- Meiji Seika Pharma Co. ทำธุรกิจผลิตและจำหน่ายยา, ยารักษาสัตว์ และเคมีภัณฑ์ทางการเกษตร
- KM Biologics Co. วิจัยพัฒนาและผลิตวัคซีนสำหรับมนุษย์, วัคซีนสำหรับสัตว์ และผลิตภัณฑ์จากพลาสมาในเลือด
สำหรับธุรกิจของ Meiji ในประเทศไทย ก็จะมีอยู่ 3 ธุรกิจหลัก ๆ ได้แก่
- บริษัท ซีพี-เมจิ จำกัด ที่ดำเนินธุรกิจนมและผลิตภัณฑ์จากนม
ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกันระหว่าง Meiji ประเทศญี่ปุ่น กับเครือเจริญโภคภัณฑ์ (C.P. Group)
ปี 2019 รายได้ 9,148 ล้านบาท กำไร 594 ล้านบาท
ปี 2020 รายได้ 9,191 ล้านบาท กำไร 822 ล้านบาท
- บริษัท ไทย เมจิ ฟู๊ด จำกัด ดำเนินธุรกิจขนม
ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกันระหว่าง Meiji ประเทศญี่ปุ่น กับ บริษัท สยามร่วมมิตร จำกัด (เจ้าของแบรนด์ฮานามิ)
ปี 2019 รายได้ 119 ล้านบาท กำไร 11 ล้านบาท
ปี 2020 รายได้ 151 ล้านบาท กำไร 8 ล้านบาท
- บริษัท ไทยเมจิฟาร์มาซิวติคัล จำกัด ดำเนินธุรกิจยา
ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง Meiji ประเทศญี่ปุ่น กับบริษัทไทยเช่นเดียวกัน
ปี 2019 รายได้ 1,443 ล้านบาท กำไร 154 ล้านบาท
ปี 2020 รายได้ 1,640 ล้านบาท กำไร 263 ล้านบาท
ในส่วนของทิศทางธุรกิจล่าสุด ที่ทาง Meiji Holdings และบริษัทในเครือต่าง ๆ กำลังมุ่งไป
คือการหันมาโฟกัสกับการพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ใส่ใจเรื่องของสุขภาพมากขึ้น
เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับเทรนด์และพฤติกรรมของผู้บริโภค ที่หันมาตระหนักกับเรื่องสุขภาพและการกินมากขึ้น นั่นเอง..
อ้างอิง :
-https://www.meiji.com/global/investors/results-presentations/results/pdf/2021/results_2021_r04_en.pdf
-https://c/-hotline.net/Viewer/Default/1667f40a793c53ce9b0398da2ca998e3c306
-https://www.meiji.com/global/about-meiji/history/
-https://en.wikipedia.org/wiki/Meiji_Holdings
-กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
© 2022 Marketthink. All rights reserved.