“ออน ล๊อก หยุ่น” ตำนานร้านอาหารเช้า 80 ปี ที่เดินทางมาถึงทายาทรุ่น 4

“ออน ล๊อก หยุ่น” ตำนานร้านอาหารเช้า 80 ปี ที่เดินทางมาถึงทายาทรุ่น 4

21 พ.ย. 2021
การสานต่อธุรกิจครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่น มักมีความท้าทาย บางครั้งธุรกิจต้องล้มหายตายจากไป จากการเปลี่ยนมือผู้บริหาร
แต่สำหรับ “ออน ล๊อก หยุ่น” ตำนานร้านอาหารเช้าอายุกว่า 80 ปี ไม่เป็นเช่นนั้น
เพราะธุรกิจสามารถเดินต่อไปได้ จนมาอยู่ในความดูแลของทายาทรุ่น 3 และรุ่น 4
นั่นคือ คุณสมบัติ ทยานุกูล ทายาทรุ่น 3, คุณวัชราภรณ์ ทยานุกูล และคุณอภิรัตน์ ทยานุกูล ทายาทรุ่น 4
อะไรคือเคล็ดลับที่ทำให้ร้าน ออน ล๊อก หยุ่น อยู่มาได้ยาวนานขนาดนี้ โดยที่ไม่โดนดิสรัปต์ วันนี้เราจะไปหาคำตอบกัน
จุดเริ่มต้นของธุรกิจ เกิดจากคุณพ่อของคุณสมบัติ ได้ร่วมหุ้นกับเพื่อนอีก 2 คน เพื่อเปิดร้าน ออน ล๊อก หยุ่น ด้วยกัน
โดยเปิดร้านเรื่อยมาจนเกือบครบ 80 ปี เมื่อคุณพ่อจากไป คุณแม่จึงได้ทยอยซื้อหุ้นของคุณพ่อและเพื่อน ๆ ต่อ จนได้เป็นเจ้าของเพียงคนเดียว ซึ่ง ณ ตอนนั้น นับเป็นรุ่นที่ 2
ที่น่าสนใจคือ ออน ล๊อก หยุ่น เป็นร้านที่เติบโตมาพร้อม ๆ กับยุค 1960s หรือยุคเฟื่องฟูของ เอลวิส เพรสลีย์
ความคลาสสิกของยุคนั้น ได้ถูกถ่ายทอดมาเป็นกลิ่นอายของการตกแต่งร้านแบบสภากาแฟ ที่ใช้เก้าอี้ไม้และโต๊ะกลม โดยร้านยังคงความดั้งเดิมไว้ ต่อให้ผ่านมาแล้ว 80 ปีก็ตาม
ส่วนที่ตั้งของร้าน ตั้งอยู่บริเวณ “วังบูรพาภิรมย์” ซึ่งเป็นแหล่งรวมวัยรุ่นชาย-หญิง ที่ใหญ่ที่สุดในสมัยนั้น
และเป็นจุดรวมตัวของเหล่าบรรดานักแสดงและแมวมอง ที่ชอบมานั่งดื่มกาแฟกันที่ร้าน เพราะเป็นร้านกาแฟที่ดังที่สุดในยุคโก๋หลังวัง
สาเหตุที่เรียกว่า ยุคโก๋หลังวัง เพราะสมัยนั้นมีภาพยนตร์ไทยย้อนยุค เรื่อง โก๋หลังวัง ออกฉาย และได้รับกระแสตอบรับอย่างดี
โดยเนื้อเรื่องอธิบายถึงวิถีชีวิตของวัยรุ่นไทยในยุค 1960s ที่นิยมมาเที่ยวเล่นในแถบย่านวังบูรพา มักจะแต่งตัวดูดี และนิยมฟังเพลงตะวันตกของ เอลวิส เพรสลีย์
ดังนั้นทุกคนจึงเปรียบย่านวังบูรพา ว่าเป็นแหล่งรวมของโก๋หลังวัง
จากเรื่องราวทั้งหมด ทำให้ที่นี่เป็นเหมือนร้านแห่งความหลังของคุณปู่คุณย่า, คุณตาคุณยาย และคุณพ่อคุณแม่ ของใครหลาย ๆ คน
หากวัยรุ่นคนไหนในยุค 1960s ไม่รู้จัก ออน ล๊อก หยุ่น ก็ไม่ต่างอะไรกับวัยรุ่นสมัยนี้ ที่ไม่รู้จักเคเอฟซี นั่นเอง..
นอกจากนั้น ในด้านคุณภาพของอาหารและความใส่ใจ ก็มีมาตั้งแต่รุ่นแรก ๆ
โดยคุณพ่อของคุณสมบัติ จะจำได้ว่าลูกค้าแต่ละคนชอบทานกาแฟหวานประมาณไหน พอเห็นหน้าก็จะชงกาแฟแบบที่ต้องการให้ทันที รวมถึงอาหารก็ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ และกาแฟที่คั่วเองกับมือ
หลังจากธุรกิจถูกเปลี่ยนมือ ส่งต่อมาอยู่ในทายาทรุ่นที่ 3 และรุ่นที่ 4
เอกลักษณ์ต่าง ๆ ก็ยังคงเดิม ไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก
เพราะคุณสมบัติและลูก ๆ เชื่อว่า
“สิ่งเดิมที่มันดีอยู่แล้ว เราไม่ต้องไปเปลี่ยนอะไรมาก แค่เติมบางอย่างเข้าไป และลดทอนบางสิ่งลง ให้มันเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคในยุคนั้น ๆ ก็พอ”
ซึ่งคอนเซปต์ของร้าน ยังเหมือนเดิม คือไม่ได้ขายแค่อาหารเช้า แต่ขาย “เช้าวันใหม่” ให้ลูกค้าได้มีความสุขไปกับการกิน พร้อมเริ่มต้นวันใหม่ก่อนที่จะเดินทางไปทำงาน หรือส่งลูกไปโรงเรียน
หากมาร้านนี้เมื่อ 10 ปีที่แล้ว รสชาติอาหาร, คุณภาพ และบรรยากาศ ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
โดยเมนูซิกเนเชอร์ของทางร้าน ที่มาแล้วไม่สั่ง ก็เหมือนมาไม่ถึง คือ
1) ขนมปังชุบไข่ ที่หาทานได้ที่นี่ที่เดียว
2) ไข่กวน ไข่ดาว แฮม เบคอน กุนเชียง
3) กาแฟ ที่คั่วเอง 100% โดยใช้เวลาคั่วทั้งหมด 3 วัน ภายใน 1 สัปดาห์
4) ไข่ลวก ใช้ไข่สดใหม่ และถ้าตอกแล้วไข่แดงแตก ทางร้านก็จะไม่เสิร์ฟ เพราะอาจจะทำให้มีกลิ่นคาว
และที่ขาดไม่ได้คือ “ชาฟรี” ซึ่งเป็นสูตรลับของทางร้าน โดยจะใช้ใบชาจริง ๆ มาผสมกัน จนออกมาเป็นรสชาติที่กลมกล่อม
จากธุรกิจที่อยู่มานานกว่า 80 ปี ดูเหมือนจะไม่ต้องปรับตัวเท่าไรนัก เพราะมีทุนเดิมที่ดีอยู่แล้ว
แต่ในช่วงโควิด 19 ก็มีความท้าทายไม่น้อยทีเดียว เพราะร้านอาหารได้รับผลกระทบอย่างหนัก
ซึ่ง ออน ล๊อก หยุ่น ไม่ได้ตื่นตระหนกหรือกลัวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าไร เพราะได้วางแผนรองรับไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว นั่นคือการเตรียมของและคิดค้นเมนูใหม่ เผื่อไว้สำหรับทำดิลิเวอรี
สิ่งที่ร้านได้เรียนรู้จากสถานการณ์ในครั้งนี้คือ ได้ออกจากคอมฟอร์ตโซนของตัวเอง และโตขึ้นจากการลองทำเมนูใหม่ อย่าง ข้าวไข่เจียวไส้กรอก กล่องละ 30 บาท วางขายแบบดิลิเวอรี
ซึ่งผลตอบรับก็เกินความคาดหมาย เพราะกลายเป็นไวรัลในทวิตเตอร์ในช่วงนั้น
สารที่ทางร้านพยายามส่งออกไปว่า “ออน ล๊อก หยุ่น พยายามดิ้นรนเพื่ออยู่รอด” ผู้บริโภคก็รับรู้และให้การสนับสนุนตอบกลับมาอย่างดี
สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ ออน ล๊อก หยุ่น อยู่มายาวนาน ผ่านมาทุกยุคทุกสมัย รวมถึงวิกฤติต่าง ๆ
ก็เพราะ
- คุณภาพของอาหารที่ไม่เคยเปลี่ยน ต่อให้ผ่านมากี่รุ่นต่อกี่รุ่น
- การเอาใจใส่และจดจำลูกค้า เหมือนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน
- การคงเอกลักษณ์และกลิ่นอายความดั้งเดิมของร้านไว้ ให้คนได้หวนคิดถึง
- ความไม่เกรงกลัวต่อวิกฤติ พร้อมที่จะปรับตัวอยู่ตลอดเวลา
สิ่งเหล่านี้คือภูมิคุ้มกันที่ดี ที่จะทำให้ร้าน ออน ล๊อก หยุ่น เป็นร้านอาหารเช้าที่อยู่คู่กับคนไทยต่อไปได้ ในอีกหลายสิบปี..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.