จากร้านโชห่วยภูธร สู่ “เล้งเส็ง กรุ๊ป” ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก รายได้หลักพันล้าน

จากร้านโชห่วยภูธร สู่ “เล้งเส็ง กรุ๊ป” ธุรกิจค้าส่ง-ค้าปลีก รายได้หลักพันล้าน

25 พ.ย. 2021
ใครจะไปคิดว่าจากร้านโชห่วยเล็ก ๆ ในจังหวัดสกลนคร ที่มีสินค้าวางขายเพียงอย่างเดียว คือ ข้าวสาร
หลังจากผ่านร้อนผ่านหนาวมา 64 ปี วันนี้จะเติบโตกลายเป็น “เล้งเส็ง กรุ๊ป”
“เล้งเส็ง กรุ๊ป” คือธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของภาคอีสาน ครอบคลุมพื้นที่ 14 จังหวัด มีเครือข่ายร้านค้ากว่าหมื่นร้านค้า
นอกจากนี้ ยังเป็นธุรกิจกระจายสินค้า และธุรกิจในกลุ่มเอ็นเตอร์เทนเมนท์ เช่น สปอร์ตคลับ, ฟิตเนส, สนามฟุตบอลหญ้าเทียม และสระว่ายน้ำ
เบื้องหลังความสำเร็จที่ทำให้ “เล้งเส็ง กรุ๊ป” ยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง มีรายได้หลักพันล้าน
ในยุคที่หลายคนอาจจะมองว่า “โชห่วยกำลังจะตาย” นั้น..
ไม่ได้อาศัยเพียงฝีไม้ลายมือของผู้บริหารที่อ่านเกมขาด สามารถปรับกลยุทธ์ธุรกิจ
เพื่อรับมือกับคู่แข่งและโลกธุรกิจที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปได้อย่างเหนือชั้น
แต่อีกหนึ่งแต้มต่อสำคัญที่ผู้ประกอบการหลายคนอาจจะมองข้ามไป คือ การมีสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือ
เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่พร้อมเคียงข้าง และต่อยอดธุรกิจในทุกสถานการณ์
ก่อนจะฉายภาพให้เห็นว่า การมีคู่หูทางการเงินที่รู้ใจ จะเอื้อต่อการต่อยอดธุรกิจอย่างคาดไม่ถึงได้อย่างไร
คุณเอก-สมหวัง เดชศิริอุดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เล้งเส็ง กรุ๊ป ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3
พาย้อนวันวานไปสู่จุดเริ่มต้นของธุรกิจที่ปลุกปั้นมาตั้งแต่รุ่นอากงกันก่อน
ย้อนกลับไปเมื่อ 64 ปีที่แล้ว “เล้งเส็ง กรุ๊ป” เริ่มต้นจากร้านโชห่วยเล็ก ๆ ที่ขายข้าวสารเพียงอย่างเดียว
จากนั้น จึงค่อย ๆ ขยับขยายจนเป็นร้านโชห่วยที่มีสินค้าครบครัน พร้อมตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า
เพราะอากงอาศัยฟังเสียงลูกค้าที่มาใช้บริการว่าอยากได้สินค้า​อะไร จึงนำสินค้านั้นมาวางขายในร้าน
กระทั่งเมื่อธุรกิจส่งต่อมาถึงรุ่นที่ 2 คุณพ่อของคุณเอก ได้เริ่มต่อยอดธุรกิจจาก “ค้าปลีก” มาสู่ “ค้าส่ง”
อาศัยความไว้ใจและรู้ใจลูกค้า จนมีฐานลูกค้าที่เป็นร้านค้ารายย่อยในภาคอีสานมากมาย
มาถึงรุ่นคุณเอก ซึ่งคลุกคลีกับธุรกิจค้าปลีกมาตั้งแต่เด็ก จนวิชาค้าขายอยู่ในสายเลือด และยังเลือกติดอาวุธให้ตัวเอง ด้วยการเลือกเรียนด้านบัญชี เพราะรู้อยู่แล้วว่า วันหนึ่งต้องกลับมาสานต่อธุรกิจครอบครัว
แต่แม้จะเตรียมความพร้อมมาดีแค่ไหน ขึ้นชื่อว่าโลกธุรกิจย่อมเต็มไปด้วยความท้าทาย
ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจค้าปลีก-ค้าส่ง ที่มองผิวเผินอาจจะไม่ซับซ้อน แค่ซื้อมาขายไป ใคร ๆ ก็ทำได้
แต่ในความเป็นจริงแล้ว กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด
นอกจากจะต้องวางระบบหน้าร้าน ไปจนถึงหลังบ้านให้ดี ​เพื่อให้ธุรกิจไม่สะดุด เงินลงทุนไม่จม กระแสเงินสดไม่มีปัญหา ฯลฯ
ยังต้องพร้อมรับมือกับแลนด์สเคปของธุรกิจที่เปลี่ยนไป นอกจากการขยายตัวของโมเดิร์นเทรด ยังมีวิกฤติโรคระบาดเป็นตัวเร่ง​ ให้ลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมย้ายมาอยู่บนโลกออนไลน์มากขึ้น
ในฐานะแม่ทัพใหญ่ คุณเอกต้องงัดทุกกลยุทธ์ที่มีมาใช้อย่างสุดกำลัง
เริ่มตั้งแต่การกลับมาตีโจทย์ธุรกิจให้แตกว่า จุดแข็งของธุรกิจโชห่วย คืออะไร ? เพื่อสร้างแต้มต่อให้ธุรกิจ
คำตอบที่ได้ คือ ความสัมพันธ์อันดีและเหนียวแน่นกับลูกค้าที่มีตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ
ซึ่งต่อให้มีเงินก็อาจจะหาซื้อไม่ได้
แต่ต้องอาศัยระยะเวลาและความจริงใจที่มีให้ลูกค้า
ดังนั้น สิ่งที่คุณเอกยึดถือตลอดมา คือ การทำธุรกิจแบบไม่ได้เน้นแต่ตัวเลขหรือผลกำไร
แต่อยากจูงมือลูกค้า (เครือข่ายร้านค้า) ให้เติบโตไปด้วยกัน
เพราะคุณเอก เชื่อว่า เมื่อใดก็ตามที่ลูกค้าแข็งแรง เล้งเส็ง กรุ๊ป ก็จะแข็งแกร่งตามไปด้วย
ดังนั้นเหนือกว่า การติดต่อ ค้าขายกับลูกค้า เพื่อให้เกิดพลังเครือข่ายที่เข้มแข็ง
ที่ผ่านมา “เล้งเส็ง กรุ๊ป” ยังเข้าไปแบ่งปันองค์ความรู้ พัฒนาและยกระดับร้านค้าในเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ในยามวิกฤติก็ไม่ทอดทิ้งกัน
อย่างช่วงโควิด 19 เล้งเส็ง กรุ๊ป แนะนำให้ร้านค้าในเครือข่าย สต็อกสินค้าน้อยลง เพื่อจะได้มีกระแสเงินสดหมุนเวียนในธุรกิจมากขึ้น​ โดยไม่ต้องกังวลว่าสินค้าจะขาดสต็อก จนกระทบยอดขาย
เพราะ เล้งเส็ง กรุ๊ป ใช้วิธีเปลี่ยนระบบการส่งสินค้าให้ถี่ขึ้น และยังช่วยแนะนำว่าสินค้าตัวไหนขายดี น่าสต็อกไว้ จะได้เพิ่มยอดขายอีกด้วย
พร้อมช่วยวางระบบหน้าร้านออนไลน์ให้ร้านค้า เพื่อปูทางสู่การปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์​
ขณะที่ เล้งเส็ง กรุ๊ป เอง ก็มีการปรับตัวภายในอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
ไม่ว่าจะเป็น การนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อวางระบบหลังบ้านให้มีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การส่งของ ออกบิล ไปจนถึงเพิ่มความคล่องตัวในการทำธุรกรรมทางการเงิน​ให้มีความปลอดภัยและสะดวกสบาย ลดขั้นตอนที่วุ่นวายเพื่อให้ผู้ประกอบการมีเวลาเหลือไปบริหารหรือต่อยอดธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังการปรับตัวขนานใหญ่นี้ นอกจากจะต้องอาศัยแรงกายและแรงใจของผู้บริหารและทีมงาน
อีกหนึ่งตัวช่วยสำคัญที่คุณเอกภูมิใจนำเสนอ คือ การมีพาร์ตเนอร์ทางการเงินที่รู้ใจและเข้าใจคอยให้การสนับสนุน อย่าง SCB SME
ซึ่งถนนสายมิตรภาพนี้เริ่มตั้งแต่​ คุณเอกคิดจะขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจอื่น ๆ จึงมองหาสถาบันการเงิน เข้ามาช่วยเหลือเรื่องเงินทุน
ในตอนแรก คุณเอกก็พิจารณาอยู่หลายตัวเลือก จนตอนที่คิดจะขยายธุรกิจไปยังอีก 14 จังหวัด
ถึงมั่นใจให้ SCB SME เป็นเพื่อนร่วมทางคนสำคัญเพื่อไปสู่เป้าหมายที่วางไว้
จากวันนั้นถึงวันนี้ ก็ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า คุณเอกตัดสินใจไม่ผิด
เพราะ SCB SME ไม่ได้แค่เป็นพาร์ตเนอร์ที่ให้เงินกู้​ แต่มองไปถึงว่า​จะทำอย่างไรให้ธุรกิจของเพื่อนคนนี้แข็งแรง​
ด้วยการมอบความใส่ใจ เวลามีผลิตภัณฑ์ทางการเงินอะไรใหม่ ๆ หรือข้อเสนอดี ๆ ก็จะนึกถึงเล้งเส็ง กรุ๊ป เป็นคนแรก ๆ ไม่เคยทำให้รู้สึกน้อยใจว่าเป็นลูกค้าเก่า แล้วจะไม่ได้รับการดูแล​ดีเหมือนวันแรกที่รู้จักกัน
เรื่องนี้หลายคนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องไม่สำคัญ แต่จริง ๆ แล้ว หากผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในช่วงเวลาที่มีข้อเสนอดี ๆ ก่อนใคร นอกจากจะทำให้เข้าใกล้เป้าหมายเร็วขึ้น ยังเป็นการลดต้นทุนในการทำธุรกิจ
ที่สำคัญ SCB SME ยังเข้ามาเติมเต็มในส่วนที่ธุรกิจที่ยังขาด ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
คุณเอกบอกว่า แม้จะคลุกคลี​อยู่ในวงการนี้มานาน จนเชี่ยวชาญในเรื่องการติดต่อซื้อขาย การกระจายสินค้า
แต่สิ่งที่เป็น Pain Point ของธุรกิจ คือ เรื่องการนำระบบ หรือเทคโนโลยีเข้ามาใช้
ซึ่งการที่ เล้งเส็ง กรุ๊ป มีความรู้ตรงนี้ และสามารถนำเทคโนโลยีเข้ามาติดอาวุธธุรกิจได้อย่างราบรื่น
ไม่ว่าจะเป็นระบบหลังบ้าน หรือการจ่ายเงินของลูกค้า
SCB SME ก็มีส่วนสำคัญในฐานะที่ปรึกษา หาพาร์ตเนอร์ให้เราแก้โจทย์ที่เหมือนเป็นจุดอ่อนตรงนี้
มาถึงวันนี้ คุณเอก ยอมรับว่า ที่ธุรกิจโตมาได้ส่วนหนึ่งเพราะ SCB SME
“SCB SME ไม่ใช่ให้แต่เงิน แต่ให้ความสำคัญ รับฟัง และเห็นปัญหา พยายามหาโซลูชันซัปพอร์ต
ทุกครั้งที่ SCB SME โทรหา เราจะรู้สึกว่าเราเป็นคนสำคัญ ยิ่งอยู่นาน เขายิ่งรักเรามากขึ้น”
ถ้าถามว่าทำไม SCB SME ทำได้ขนาดนี้
ก็เพราะ SCB SME ทลายขีดจำกัดของการเป็นสถาบันการเงิน มองว่าตัวเองเป็นมากกว่าแหล่งเงินทุน
และพร้อมเป็นเพื่อนที่คอยดูแลและช่วยเหลือผู้ประกอบการ SME ในช่วงเวลาต่าง ๆ
ใช้จุดแข็งที่มีมาช่วยมองภาพใหญ่ในการทำธุรกิจ เพื่อวิเคราะห์ความเป็นไปได้ในการสร้างการเติบโตในอนาคต
พร้อมมองหาโซลูชันเพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการเข้าใกล้เป้าหมาย
หรือต่อให้ธุรกิจจะอยู่ในช่วงที่เจออุปสรรค หรือเจอวิกฤติที่ไม่คาดคิดอย่างโควิด 19 SCB SME ก็พร้อมเคียงข้างอย่างเข้าอกเข้าใจ เป็นที่ปรึกษา เพื่อคลี่คลายอุปสรรคจากหนักให้เป็นเบา
เพราะฉะนั้น ถ้าถามว่า อะไรคือ Key Success ในการทำธุรกิจที่คุณเอกอยากส่งต่อให้ผู้ประกอบการด้วยกัน
แน่นอนว่า แต่ละธุรกิจอาจมีสูตรสำเร็จที่ต่างกันออกไป
แต่หัวใจสำคัญที่ไม่เปลี่ยน นอกเหนือจากการไม่หยุดนิ่ง พร้อมปรับตัวให้ทันกับโลกที่ไม่หยุดหมุน คือ การมีพาร์ตเนอร์ทางการเงินที่ดีไว้ข้างกาย
ซึ่งถ้าถามว่า “เล้งเส็ง กรุ๊ป” เจอพาร์ตเนอร์คนนั้นแล้วหรือยัง
คำตอบคือ เจอแล้ว ซึ่งพาร์ตเนอร์ที่พร้อมเคียงข้างเพื่อต่อยอดในทุกช่วงเวลา มีชื่อว่า SCB SME นั่นเอง..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.