รัฐบาลจีน เข้าคุมโรงเรียนเอกชน หนุนให้เปลี่ยนสถานะเป็นโรงเรียนรัฐบาล เพื่อความเท่าเทียมด้านการศึกษา

รัฐบาลจีน เข้าคุมโรงเรียนเอกชน หนุนให้เปลี่ยนสถานะเป็นโรงเรียนรัฐบาล เพื่อความเท่าเทียมด้านการศึกษา

29 พ.ย. 2021
เมื่อไม่นานมานี้ รัฐบาลจีนเพิ่งได้เข้าควบคุมธุรกิจติวเตอร์ และสถาบันสอนพิเศษ ด้วยการกำหนดให้โรงเรียนกวดวิชา ต้องจดทะเบียนเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไร
และล่าสุด ได้เพิ่มความเข้มงวดและขยายนโยบายไปถึงโรงเรียนเอกชน ที่จัดการเรียนการสอนในภาคบังคับด้วย
โดยการสนับสนุนให้โรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นที่เป็นของเอกชน ให้ขายทรัพย์สินและถ่ายโอนมาเป็นโรงเรียนของรัฐบาลแทน ภายใต้นโยบายการส่งเสริมความเท่าเทียมในภาคการศึกษา
สาเหตุเนื่องจากการเติบโตของภาคเอกชนในธุรกิจการศึกษา ที่ทำให้ต้นทุนทางการศึกษาทะยานสูงขึ้น
เห็นได้จากการที่ครอบครัวหนึ่ง จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินกว่าหลายหมื่นดอลลาร์สหรัฐ/ปี เพื่อให้ลูกหลานได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด
ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้คู่รักหนุ่มสาว ต้องคิดแล้วคิดอีก ในการเริ่มต้นสร้างครอบครัว
และสาเหตุอีกส่วนหนึ่งก็มาจากนโยบาย "ความเจริญรุ่งเรืองร่วมกัน" ของ สี จิ้นผิง ที่ต้องการลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งก็รวมไปถึงภาคการศึกษาด้วยเช่นกัน
เห็นได้จากการที่ทางโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น ที่จะต้องสอนเรื่อง “อุดมคติของ สี จิ้นผิง” ซึ่งเป็นอุดมการณ์ทางการเมืองของผู้นำสูงสุดในจีน ด้วย
จากสาเหตุที่กล่าวมา ทำให้รัฐบาลจีนต้องการเปลี่ยนโรงเรียนเอกชนในประเทศ ให้เป็นของรัฐบาล
ซึ่งในตอนนี้ เมืองต่าง ๆ ของประเทศจีน ก็ได้ออกมาตั้งเป้าหมายในการลดจำนวนโรงเรียนเอกชน อาทิ
-มณฑลส่านซี จะสนับสนุนให้โรงเรียนเอกชน ขายทรัพย์สินให้กับรัฐบาลท้องถิ่น และเปลี่ยนสถานะเป็นโรงเรียนของรัฐ
-เมืองฝอซาน ที่มีประชากร 7.2 ล้านคนในมณฑลกวางตุ้ง มีแผนจะซื้อโรงเรียนเอกชนในบางเขต
-เมืองต่าง ๆ ของฉางซาและโจวโข่ว ตั้งเป้าที่จะลดจำนวนนักเรียนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้นที่เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชน ให้เหลือน้อยกว่า 5% ภายในสิ้นปีหน้า
โดยปีที่ผ่านมา มีนักเรียนมากกว่า 16 ล้านคน เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา
ซึ่งจำนวนดังกล่าว คิดเป็น 9% ของนักเรียนระดับประถมศึกษา และ 15% ของนักเรียนมัธยมต้นทั้งประเทศ
และเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลจีนจำเป็นต้องเข้าซื้อโรงเรียนเอกชนอย่างน้อย 60 แห่ง, ปิดโรงเรียนอย่างน้อย 200 แห่ง และสนับสนุนให้นักเรียนกว่า 80,000 คน เข้าเรียนในโรงเรียนรัฐบาล
ซึ่งทางรัฐบาลกลางจีน ได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น ให้เปลี่ยนโรงเรียนเอกชนส่วนใหญ่ ไปเป็นโรงเรียนของรัฐอย่างสมบูรณ์ภายในกลางปี 2023 หรือกลางปีหน้านี้..
อย่างไรก็ดี หากมีโรงเรียนเอกชนที่ไม่ยอมเปลี่ยนสถานะมาเป็นโรงเรียนรัฐบาล ก็จะได้รับแจ้งเกี่ยวกับค่าเล่าเรียนมาตรฐาน เพื่อไม่ให้คิดค่าเทอมสูงเกินกว่าที่รัฐบาลกำหนด
อีกทั้งโรงเรียนเอกชน จะไม่ได้รับอนุญาตให้รวบรวมเงินบริจาค และไม่สามารถคัดเลือกนักเรียนที่เข้าเรียนผ่านการทดสอบ หรือสัมภาษณ์ได้
นอกจากนี้ จะไม่มีการอนุญาตให้สถาบันเอกชนแห่งใหม่ สามารถเปิดโรงเรียนได้อีก เว้นแต่จะได้รับการยกเว้นเท่านั้น
จะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนโรงเรียนเอกชนเป็นโรงเรียนของรัฐบาล
นอกจากจะแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจีน กำลังจริงจังกับการลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มความเท่าเทียมด้านการศึกษาแล้ว
ในอีกมุม ยังสื่อเป็นนัย ๆ ได้ว่า รัฐบาลจีน กำลังแสวงหาหนทางในการเข้าควบคุมประชาชนตั้งแต่ยังเป็นเด็ก เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาจะถูกปลูกฝังค่านิยม, ความคิด และอุดมคติ ที่รัฐมองว่าเหมาะสม ให้ตั้งแต่เด็ก ๆ ก็เป็นได้..
© 2022 Marketthink. All rights reserved.