รัฐเตรียมออกนโยบายลดภาษี และช่วยออกเงินซื้อรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุด 1.5 แสนบาท/คัน เป็นของขวัญปีใหม่

รัฐเตรียมออกนโยบายลดภาษี และช่วยออกเงินซื้อรถยนต์ไฟฟ้าสูงสุด 1.5 แสนบาท/คัน เป็นของขวัญปีใหม่

20 ธ.ค. 2021
ล่าสุด คณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมจัดสรรงบกลางกว่า 40,000 ล้าน ออกนโยบายหนุนคนซื้อรถยนต์ไฟฟ้า (EV) คันละ 1.5 แสนบาท
โดยมี 2 แพ็กเกจให้เลือก ได้แก่ กลุ่มราคาต่ำกว่า 2 ล้านบาท และกลุ่มราคามากกว่า 2 ล้านบาท
โดยแหล่งข่าวจากคณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ (บอร์ดอีวี) เผยว่า
ขณะนี้บอร์ดอีวีได้จัดทำหลักเกณฑ์เงื่อนไขมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตามนโยบายของรัฐบาลเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เบื้องต้นจะเสนอมาตรการดังกล่าวให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบให้ทันวันที่ 21 ธ.ค. 2564 นี้ เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2565 เป็นต้นไป ซึ่งจะเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน
ทั้งนี้ มาตรการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นมาตรการระยะยาวประมาณ 4 - 5 ปี เพื่อสนับสนุนให้คนไทยหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ากันมากขึ้น
โดยรายละเอียดมาตรการ จะมีทั้งการลดภาษีสรรพสามิต, ภาษีศุลกากร และรัฐบาลให้เงินอุดหนุนภายใต้กรอบวงเงิน 40,000 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 300,000 คันในระยะเวลา 5 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป
ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะเป็นมาตรการที่ยิงตรงไปยังผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ไฟฟ้าเลย
ทั้งนี้ ปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าของจีน ได้รับสิทธิประโยชน์พิกัดภาษีนำเข้ากรมศุลกากร 0% ตามที่ไทยได้มีการทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับจีนอยู่แล้ว แต่บอร์ดอีวีจะมีมาตรการเสริมให้
ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศอื่น ๆ เช่น
ค่ายรถญี่ปุ่น ที่ปัจจุบันยังเสียภาษีนำเข้าอัตรา 20% แต่เมื่อเข้าร่วมมาตรการจะได้รับการลดภาษีนำเข้าเหลือ 0%
ค่ายรถเกาหลี ปัจจุบันเสียภาษีนำเข้าในอัตรา 40% ก็จะได้รับการลดภาษี เหลือ 0%
ค่ายรถยุโรป ปัจจุบันเสียภาษีนำเข้าในอัตรา 80% ก็จะได้รับการลดภาษี เหลือ 40%
ภายใต้มาตรการดังกล่าว จำแนกรถยนต์ไฟฟ้าที่จะได้รับประโยชน์ออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่
1. กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ราคาไม่เกิน 2 ล้านบาท
นอกจากจะได้รับการลดภาษีศุลกากรสูงสุด 40% และลดภาษีสรรพสามิตเหลือ 2% แล้ว ก็จะได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลอีกทางหนึ่ง ซึ่งวงเงินสูงสุดที่รัฐบาลจะสนับสนุนอยู่ที่ 150,000 บาท/คัน
รวมถึงแต่ละค่ายรถ สามารถนำไปจัดทำโปรโมชันเพิ่มเติมได้
2. กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ราคามากกว่า 2 ล้านบาท
จะไม่ได้เงินอุดหนุนจากรัฐบาล แต่จะได้รับการลดอัตราภาษีศุลกากรสูงสุด 40% และลดอัตราภาษีสรรพสามิตอีก 2% เนื่องจากส่วนใหญ่รถระดับราคามากกว่า 2 ล้านบาทขึ้นไป ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า ราคาจะกระโดดสูงถึงคันละ 5 - 6 ล้านบาท
แต่หากรวมการลดอากรขาเข้า และลดภาษีสรรพสามิตแล้ว ผู้ซื้อจะได้รับการลดราคาคันละไม่ต่ำกว่า 7 - 8 แสนบาทแน่นอน
อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ยังคงต้องรอการยืนยันการเคาะมาตรการออกมาอย่างเป็นรูปธรรมอีกครั้ง
จะเห็นได้ว่ามาตรการนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งการเคลื่อนไหวหลังจากที่มีการประชุมผู้นำระดับโลก COP26 ที่เป็นข้อตกลงเรื่องนโยบายการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ให้เป็นศูนย์
เพราะในส่วนของประเทศไทย ได้ประกาศเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เป็นศูนย์ (Net Zero) ในปี พ.ศ. 2565 หรือประมาณอีก 10 ปีข้างหน้านี้
ดังนั้น มาตรการจูงใจและอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าดังกล่าว จึงเป็นทิศทางที่ดีในภาพรวม ที่จะทำให้เป้าหมายนี้บรรลุผลได้มากขึ้นนั่นเอง..
© 2021 Marketthink. All rights reserved.