MONO ประกาศผนึกกำลัง “GMM Grammy-GMM Studios” เพื่อขึ้นแท่นคอนเทนต์มีเดียยักษ์ใหญ่!!

MONO ประกาศผนึกกำลัง “GMM Grammy-GMM Studios” เพื่อขึ้นแท่นคอนเทนต์มีเดียยักษ์ใหญ่!!

4 พ.ย. 2019
บริษัท โมโน เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ “MONO” ผู้นำในการสร้างสรรค์สื่อและข้อมูลความบันเทิง “Media and Content Conglomerate” ชั้นนำของเมืองไทย ประกาศผนึกกำลังครั้งยิ่งใหญ่ที่ไม่เคยมีมาของสื่อบันเทิงไทย กับ บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน)   ผู้นำด้านสื่อและผู้นำคอนเทนต์ที่แข็งแรงที่สุดของเมืองไทย รวมทั้ง GMM Studios ในการเป็นพันธมิตรร่วมกันสร้างคอนเทนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด เพื่อจับมือเป็นผู้นำด้านคอนเทนต์และสื่อบันเทิงอันดับ 1 ของเมืองไทย โดยงานนี้ มีการวางแผนทั้งด้านการผลิตคอนเทนต์, ด้านกลยุทธ์ทางการตลาด และการขยายช่องทางการเข้าถึงคอนเทนต์   โดยได้จัดงานแถลงข่าวความร่วมมือทางธุรกิจว่า "Super Giant Alliance"  ในวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2562 ณ สเตจ1 จีเอสบีสเตเดียม 29 ถนนชัยพฤกษ์
คุณปฐมพงศ์ สิรชัยรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บมจ. โมโน เทคโนโลยี เปิดเผยถึงความร่วมมือครั้งนี้ว่า     “ถือเป็นความร่วมมือที่พิเศษมากๆ สำหรับโมโน กรุ๊ป ทั้งเราและจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ต่างมีจุดแข็งที่ชัดเจน เมื่อเรามาผนึกกำลังกัน ผมเชื่อว่าคอนเทนต์ที่ถูกสร้างขึ้นนั้นจะเป็นคอนเทนต์ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ดีที่สุด โมโนเองเป็นผู้นำด้านธุรกิจสื่อและการให้บริการข้อมูลและธุรกิจบริการด้านความบันเทิงแบบครบวงจร ที่ครอบคลุมการนำเสนอเนื้อหาทุกประเภท ซึ่งมีการพัฒนาและเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสำเร็จของธุรกิจทีวีดิจิตอล ในช่วงระยะเวลากว่า 5 ปี จากการนำเสนอคอนเทนต์ที่มีคุณภาพระดับโลก สดใหม่ และเข้าถึงลูกค้าทุกกลุ่ม ผลักดันให้ช่อง MONO29 เติบโตและสามารถครองอันดับต้นๆ จากการจัดอันดับความนิยมหรือเรตติ้งของผู้ชมด้วยดีมาตลอด 5 ปี อีกทั้งฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วอีกด้วย       ด้านของจีเอ็มเอ็ม  แกรมมี่ เป็นผู้นำด้านสื่อและคอนเทนต์ที่แข็งแรงและแข็งแกร่งที่สุดของเมืองไทย ทั้งเพลง ศิลปิน ซีรีส์ ที่ครองใจวัยรุ่นและทุกเพศทุกวัยมาตลอดระยะเวลายาวนานหลายสิบปี รวมทั้งเครือข่ายบน Social ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างชัดเจน วันนี้เรามีเป้าหมายเดียวกัน ในการผลิตเนื้อหาและคอนเทนต์ต่างๆ ที่สนุกสนาน มีคุณภาพ แถมยังรับชมได้หลากหลายช่องทางในเครือโมโน
ในส่วนของเนื้อหาและคอนเทนต์ที่เราจะร่วมมือกันนั้น จะมีทั้งในส่วนของนักแสดง, ศิลปิน, เพลง, Original Content  และคาราโอเกะโดย
[1] ร่วมมือสร้างศิลปินกลุ่มใหม่ ภายใต้รหัสลับ “Girl Universe” ตั้งเป้าปีแรกที่จะผลิต 2 กลุ่ม จำนวน 4 อัลบั้ม (20 ซิงเกิ้ล)
[2] Original Content จะเป็นการผลิตซีรีส์ร่วมกัน 6-8 เรื่องต่อปี เป็นซีรีส์แนว Action, Drama, Horror และ Romantic comedy โดยใช้นักแสดงหลักจากจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ร่วมกับ นักแสดงจากโมโน คาดหวังการเติบโตและความหลากหลายให้กับ MONO29 และ MONOMAX
[3] ซีรีส์บางส่วนและ คาราโอเกะนั้น โมโนจะนำเข้ามาเสริมทัพคอนเทนต์ให้กับแพลตฟอร์ม 3BB TV (โดยเทคโนโลยีจาก KT Corporation ประเทศเกาหลีใต้) โมโนทำหน้าที่ Master Content Provider ให้กับ 3BB  เพื่อรองรับกลุ่มลูกค้าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง ตั้งเป้าผู้ใช้งานบริการนี้ 1.5 ล้านรายในหนึ่งปี (3BB TV จะเปิดให้บริการภายในไตรมาส 2 ปี 2020)
[4] ร่วมมือในการตลาดร่วมกัน ด้วยสื่อ ฐานลูกค้า และแฟนคลับทางโซเชียลเน็ตเวิร์ค ของทั้งสองฝ่าย
[5] วิเคราะห์การขายโฆษณาทางดิจิตอลทีวีร่วมกัน เพื่อให้เกิดการกำหนดมาตรฐานราคาที่เหมาะสมกับเรตติ้ง และส่งเสริมอุตสาหกรรมสื่อทีวีของไทย”
คุณฟ้าใหม่ ดำรงชัยธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลยุทธ์  สายงานธุรกิจ จีเอ็มเอ็ม มิวสิค บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า
“ต้องยอมรับว่า “Content is King” ยังใช้ได้อยู่ แต่นอกจากคอนเทนต์ที่ดีแล้วเรายังต้องมีพันธมิตรที่ดีมาช่วยขับเคลื่อน รวมทั้งแผนการตลาดที่ครบทั้งออนไลน์  ออฟไลน์ ควบคู่กันไปด้วย   เพราะหากมีคอนเทนต์ดีแต่ไม่ทำการตลาดก็ประสบความสำเร็จ
ได้ยาก การที่เรามาจับมือกับกลุ่มบริษัท โมโน ในครั้งนี้ จะเป็นการจับมือเพื่อผลิตคอนเทนต์ที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด จากความถนัดของเราทั้งสองบริษัทเมื่อมาผสมผสานกันแล้ว คิดว่าจะออกมาเพอร์เฟคและตอบโจทย์ตลาดอย่างแน่นอน อย่างในมุมของธุรกิจเพลง ทางจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ มีทีมนักสร้างสรรค์เพลงที่มีฝีมือ และสร้างผลงานเพลงดังเพลงฮิตมากมาย ความร่วมมือครั้งนี้เราจึงมาร่วมสร้าง Original Album ให้กับเกิร์ลกรุ๊ปศิลปินแม่เหล็กของทางโมโน   ซึ่งมั่นใจว่าจะได้ผลงานเพลงที่ทำให้ธุรกิจเพลงมีปรากฏการณ์ใหม่ๆ  ที่น่าติดตามอย่างแน่นอน 
อีกทั้งจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ก็ยังมีความถนัดด้านคอนเทนต์เกี่ยวกับวัยรุ่นและกลุ่มคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็น เพลง ศิลปิน ซีรีส์ เราจึง      มองความถนัดและเชี่ยวชาญของเราทั้งคู่ว่าจะสามารถช่วยเสริมให้กันได้ในทุกๆทาง  สำหรับแผนกลยุทธ์คอนเทนต์ที่เราวางไว้ 3 ปี ต่อจากนี้เราจะมุ่งสร้าง10 Artists,10 Digital Albums,12 Concerts, 30 Road tour Events, 20,000 Karaoke Songs
และ  20 Original Content โดยคอนเทนต์ทั้งหมดจะต้องเป็นที่ถูกใจและตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้บริโภคอย่างแน่นอน ให้สมกับเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญของ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งวงการบันเทิงอย่างแท้จริง”
คุณอมฤต ศุขะวณิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีเอ็มเอ็ม แชนแนล โฮลดิ้ง จำกัด เปิดเผยว่า
“นับเป็นโอกาสดี ที่บริษัทที่มีความแข็งแรงทางด้านคอนเทนต์อย่างจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่  จะได้ร่วมงานกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่างโมโน  ซึ่งจะทำให้ทั้งสองบริษัทสามารถโฟกัสในสิ่งที่ตนเองถนัด  ในส่วนของ  GMM Studios จะทำหน้าที่เป็นผู้ผลิตซีรีส์ให้ในทิศทางที่โมโนต้องการ ในขณะเดียวกันโมโนสามารถโฟกัสด้านการสร้างและบริหารแพลตฟอร์มและทำการตลาดควบคู่กันไป  ในส่วนของคอนเทนต์นั้น ผมวางจุดเด่นของซีรีส์  คือการเล่าเรื่องที่ซับซ้อน  สนุก  และน่าติดตาม   เรามองว่าซีรีส์ที่ผลิตให้โมโนต้องสามารถเรียกผู้ชมทางโทรทัศน์ได้ และต้องสามารถเข้าไปอยู่ในบริการของ MONOMAX ที่สามารถดู    ในรูปแบบ OTT ได้ คือมีอายุ หรือ Shelf Life ที่นาน บางเรื่องอาจจะมีการพัฒนาเป็นซีซั่นที่ 2 - 3 ต่อไป  ครั้งนี้ถือเป็น   การจับมือทำงานกันเป็นระยะเวลา 3 ปี มีจำนวนซีรีส์ที่วางแผนกันเบื้องต้นมากถึง 20 -22 เรื่องครับ”
"การร่วมมือครั้งนี้ เป็นโอกาสพิเศษที่ บริษัทบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ทั้งสอง มีวิสัยทัศน์ร่วมกันในทุกๆ ด้าน  ทั้งด้านคอนเทนต์ ศิลปิน การตลาด การขาย และเทคโนโลยี ในระยะยาว” คุณปฐมพงศ์ กล่าวทิ้งท้าย
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.