เซ็นทรัลพัฒนา ประกาศแผนธุรกิจ 5 ปี ปรับพอร์ตเน้นที่อยู่อาศัยและโรงแรม รวมกว่า 100 โครงการ

เซ็นทรัลพัฒนา ประกาศแผนธุรกิจ 5 ปี ปรับพอร์ตเน้นที่อยู่อาศัยและโรงแรม รวมกว่า 100 โครงการ

22 ก.พ. 2022
เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN ได้เดินหน้าวิสัยทัศน์ Imagining better futures for all สร้าง Sustainable Ecosystem ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน นำทีมโดย CEO หญิงคนแรกของเซ็นทรัลพัฒนา คุณวัลยา จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
โดยเซ็นทรัลพัฒนา มองตัวเองเป็น “นักพัฒนาพื้นที่แห่งอนาคต” ผู้บุกเบิกสร้างเมืองและความเจริญทั่วประเทศ พร้อมด้วยพันธกิจในการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชน ไปพร้อม ๆ กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและโลกของเรา
อีกทั้งยังชูแผนธุรกิจ 5 ปี (2022 - 2026) โดยทุ่มงบ 120,000 ล้านบาท ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ ที่เซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าสร้าง Better Futures ด้วย 3 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่
1. SYNERGY for new solutions ผนึกกำลังทุกฝ่าย สร้างแพลตฟอร์มยกระดับการใช้ชีวิตและธุรกิจอย่างครบวงจร
1.1 Synergy within Retail-Led Mixed-Use Development
ผนึกกำลังเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในเครือเซ็นทรัลพัฒนา โดยใน 5 ปี บริษัทฯ มีแผนที่จะพัฒนาทำให้จำนวนโครงการทั้งหมดเพิ่มขึ้น ในสัดส่วนดังต่อไปนี้
- จากเดิมมีศูนย์การค้า 36 แห่ง จะพัฒนารวมเป็น 50 แห่ง ทั้งในและต่างประเทศ
- คอมมูนิตีมอลล์รวม 16 แห่ง (อยู่ระหว่างการศึกษาการขยาย)
- จากเดิมโครงการที่พักอาศัยมี 23 แห่ง จะพัฒนารวมเป็น 68 แห่ง
- จาเดิมอาคารสำนักงาน 10 แห่ง จะพัฒนารวมเป็น 13 แห่ง
- จากเดิมโรงแรมเพียง 2 แห่ง จะพัฒนารวมเป็น 37 แห่ง
โดยมากกว่า 50% ของโครงการทั้งหมด จะเป็นรูปแบบมิกซ์ยูสที่มีมากกว่า 1 ธุรกิจ และมีศูนย์การค้าเป็นหัวใจสำคัญ โดยเร่งขยายการเติบโตของทุก ๆ ธุรกิจพร้อมกันไปอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งทั้งหมดจะเชื่อมโยงยกระดับการใช้ชีวิตทุกรูปแบบทั้ง shop-work-stay-play-live ด้วยโครงการรีเทลที่เติมเต็มทุกฟอร์แมตและเทรนด์ใหม่ ๆ, โครงการที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพและเชื่อมโยงสิทธิประโยชน์ในเครือเพื่อลูกบ้านเซ็นทรัล พร้อมเชื่อมต่อออฟฟิศให้เป็นสถานที่ที่ทำงานที่ดีที่สุด เพราะใกล้ศูนย์การค้าและโรงแรม
รวมถึงปั้นโรงแรมแบรนด์น้องใหม่ เพื่อยกระดับทำให้ทุกเมืองเป็นเมืองท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังได้ตั้งทีม Business & Digital Transformation ลงทุน 450 ล้านบาท ในปี 2022 เพื่อทรานฟอร์มสู่การเป็น Omnichannel Platform ซึ่งมากกว่าการเชื่อมออฟไลน์และออนไลน์ แต่ยังเชื่อมโยงทุกธุรกิจใน Ecosystem เข้าด้วยกัน และเชื่อมโยงธุรกิจที่อยู่กับเราไปยังลูกค้าด้วยเป็น B2B2C สร้างประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าในอนาคต
1.2 Synergy with business partners
มุ่งมั่นสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจของคู่ค้า พร้อมจัดตั้งทีม Partner Champions ที่จะเป็น Business Consultant ในการเป็น End-to-End Solutions ให้กับคู่ค้าอย่างครบวงจร
ได้แก่ การช่วยเหลือการเติบโตและขยายสาขาด้วยโมเดล Co-investment, Funding และ Franchise, การช่วยเหลือด้าน Business Operation ต่าง ๆ, การใช้ Big Data จาก The 1 และ The 1 Biz และ Retail Omnichannel เพื่อส่งเสริมและผลักดันธุรกิจของคู่ค้า
รวมไปถึงการจัดการ Transaction และบริการต่าง ๆ ที่จะช่วยพันธมิตรทุกราย
1.3 Synergy with communities
ทุกโครงการของเซ็นทรัลพัฒนามีส่วนสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน ทั้งได้ด้าน Art & Culture รวมไปถึง Local Wealth การสร้างและกระจายรายได้ให้กับชุมชน
นอกจากนี้ยังเป็นแพลตฟอร์มยกระดับ SMEs และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในแบบ Cross-Region ให้ผู้ประกอบการ, เกษตรกร และอาชีพต่าง ๆ ได้เข้าถึงพื้นที่การขายและลูกค้า
โดยรวมแล้วไม่ต่ำกว่า 40,000 ตร.ม. หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 300 ล้านบาทต่อปี
2. PIONEER for better lives
สร้างมาตรฐานใหม่ของพื้นที่แห่งการใช้ชีวิตที่ดีในอนาคต โดยอนาคตภายในทุกโครงการใหม่ของเซ็นทรัลพัฒนา จะมีการบริหารจัดการที่ใส่ใจหัวใจสำคัญ 2 ด้าน เพื่อการใช้ชีวิตของทุกคนอย่างยั่งยืน ได้แก่
- Green & Energy ด้วย Green Building Standard มาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล, ติดตั้งเซลล์ผลิตพลังงานไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ในทุกโครงการ, พัฒนาอาคารอัจฉริยะหรือ Building Automation, การเพิ่มจุด EV Charging และ Recycle Station สนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดและแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน
- Health & Wellness พื้นที่ที่มีส่วนช่วยยกระดับการใช้ชีวิตของผู้คน ด้วยการตอกย้ำแผนแม่บทและมาตรการด้านความสะอาดและความปลอดภัย, การเพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้ง indoor-outdoor, การออกแบบที่ตอบสนองคนทุกกลุ่ม (Inclusive Design) ให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนมาใช้ได้จริง
รวมถึงพื้นที่เพื่อชุมชน เช่น ลานออกกำลังกาย, สนามเด็กเล่น, ศูนย์การเรียนรู้, ศูนย์ฉีดวัคซีน, พื้นที่รับบริจาคโลหิต และพื้นที่เพื่อ well-being สำหรับชุมชน
3. OPPORTUNITIES with Purpose
ขับเคลื่อนสังคมและธุรกิจ เปิดโอกาสให้ทุกคน เป็นองค์กรแห่งการสร้าง “โอกาส” พัฒนาคน พัฒนาเมือง พัฒนาประเทศ และยกระดับวงการอสังหาฯ และรีเทลของไทย เทียบเท่าระดับโลก เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าร่วมกัน
- ให้คนได้มาเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ จับคู่ทางธุรกิจ และขยายไปทั้งในและต่างประเทศ ผ่านโครงการ Central Pattana Lead และ Retail Academy
- สร้าง Local Wealth ให้เกิดการจ้างงานในพื้นที่ ขยายความเจริญจากส่วนกลางสู่ท้องถิ่น และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในจังหวัด
- ให้คนรุ่นใหม่ได้เข้ามาร่วมงานกับเซ็นทรัลพัฒนา ผ่านโปรแกรมให้ได้ทดลองไอเดียใหม่ ๆ เช่น Retail Hackathon ซึ่งนำไปต่อยอดจริง
- ให้โอกาสอย่างทั่วถึงกับกลุ่มคนที่หลากหลาย LGBTQ+ ข้อจำกัดทางร่างกาย บุคคลพิเศษ และมีความเป็น Global Citizen ให้ความสำคัญกับ Global Values เช่น Human Rights, Equality และ Diversity
จากกลยุทธ์ทั้งหมดนำไปสู่การสร้าง Big impact ในเชิงเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสิ่งแวดล้อมของทุกเจเนอเรชัน โดยคุณวัลยา ได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า
“ภายใต้วิสัยทัศน์ใหม่ เรามุ่งมั่นที่จะทำตาม Brand Commitment ที่สำคัญคือการเดินหน้าสร้าง Sustainable Ecosystem ที่แข็งแกร่งและยั่งยืน เพื่อคนไทย ยืนหยัด สร้างพื้นที่ที่มีคุณภาพ ส่งเสริมการใช้ชีวิตในทุกมิติ สร้างสรรค์สิ่งที่ที่ดีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนสำหรับคนไทยและประเทศไทย โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน ได้แก่
- ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนและชุมชนทั่วประเทศ
โดยปัจจุบัน เซ็นทรัลพัฒนามีส่วนช่วยสร้างเงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจเทียบเท่าประมาณ 1% ของ GDP ของประเทศมาอย่างต่อเนื่อง และใน 5 ปีข้างหน้า จะยังคงเติบโตเช่นนี้ และทำให้เกิดการจ้างงานไม่ต่ำกว่า 150,000 ตำแหน่ง ที่อยู่ใน Sustainable Ecosystem ของเซ็นทรัลพัฒนา
- ตั้งเป้าเป็นองค์กร Mixed-use Developer รายแรกสู่ Net Zero ภายในปี 2050
ด้วยแผนระยะยาวตั้งเป็น Net Zero Carbon Emission ให้ได้ผ่านการลดการใช้พลังงานให้ได้ 50%
ลดการใช้ CFC และสารที่ทำลายชั้นบรรยากาศ และส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดหรือ Clean Energy ให้ได้อีก 50%
นอกจากนี้ เรายังตั้งเป้าปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวทั้งภายในและภายนอกโครงการให้ได้ถึง 1 ล้านต้นโดยเร็วอีกด้วย
จากการดำเนินธุรกิจเพื่อความยั่งยืนมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เซ็นทรัลพัฒนา เป็นบริษัทอสังหาฯ หนึ่งเดียวในไทย ที่เป็นสมาชิกดัชนีความยั่งยืนระดับโลก DJSI World ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และ DJSI Emerging Markets ต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 อีกด้วย
© 2022 Marketthink. All rights reserved.