เปิดนโยบาย “คุ้มครองผู้บริโภค” ของผู้ว่าฯ กทม. โค้งสุดท้าย

เปิดนโยบาย “คุ้มครองผู้บริโภค” ของผู้ว่าฯ กทม. โค้งสุดท้าย

21 พ.ค. 2022
สภาองค์กรของผู้บริโภค รวบรวมนโยบายของ 7 ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคใน 9 ด้าน โดยแต่ละด้านที่ว่านั้น อ้างอิงมาจากการทำงานคุ้มครองผู้บริโภคของสภาองค์กรของผู้บริโภค ที่แบ่งออกเป็น 8 ด้าน + 1 คณะทำงาน ได้แก่
1)การขนส่งและยานพาหนะ
2)อสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย
3)การเงินและการธนาคาร
4)สินค้าและบริการทั่วไป
5)บริการสุขภาพ
6)บริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม
7)อาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ
8)การสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ
9)การทำงานด้านการศึกษา
ประเด็นแรก นโยบายด้านการขนส่งและยานพาหนะที่เป็นประเด็นปัญหาที่อยู่คู่กับคน กทม. มาอย่างยาวนาน ทั้งปัญหารถติด หรือ ปัญหารถสาธารณะไม่เอื้อกับมวลชนในการเข้าถึงบริการ เช่น รถไฟฟ้าราคาแพง รถเมล์มาไม่ตรงเวลา แถมพนักงานยังขับรถไม่สุภาพ
รวมทั้งในกระแสโซเชียลยังมีการร้องขอให้เปิดเผยสัญญาณสัมปทานรถไฟฟ้าให้โปร่งใส เพราะประชาชนจะต้องเป็นผู้ร่วมตัดสินใจในการต่อสัญญาสัมปทานนั้น
ในประเด็นปัญหาด้านการขนส่งฯ นี้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ส่วนใหญ่มองว่า รัฐบาลไม่ควรต่อสัญญาสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียว หรือ รถไฟฟ้าบีทีเอส
ด้านคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร มองว่าควรมีการเปิดสัญญาสัมปทานเดิมที่ทำกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว และในอนาคตไม่ควรต่อสัญญาสัมปทานอีกแล้ว รวมถึงยังเห็นว่าการผลักดันให้เกิดตั๋วร่วมในราคา 15 - 45 บาทตลอดสายสามารถทำได้
เช่นเดียวกับ คุณรสนา โตสิตระกูล ที่เห็นว่า รัฐไม่ควรต่อสัญญาสัมปทานกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว และจะผลักดันค่าโดยสารรถไฟฟ้าในอัตรา 20 บาทตลอดสาย
ส่วนคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เห็นเช่นเดียวกับอีกสองคน คือ ไม่ควรต่อสัญญาสัมปทาน และควรเปิดเผยสัญญาสัมปทานเดิมออกมา รวมทั้งยังสนับสนุนให้ค่าโดยสารต่อเที่ยวมีราคาอยู่ระหว่าง 25 - 30 บาทตลอดสาย
รวมไปถึงคุณศิธา ทิวารี ที่มองว่า ไม่ควรต่อสัญญาสัมปทานกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเช่นเดียวกัน และจะผลักดันตั๋วร่วมให้เกิดขึ้นให้ได้
ขณะที่คุณอัศวิน ขวัญเมือง เห็นว่าการต่อสัญญาสัมปทานกับรถไฟฟ้าสายสีเขียวและการเก็บค่าโดยสารในราคาสูงสุดไม่ 65 บาท จะทำให้มวลชนสามารถเข้าถึงบริการรถไฟฟ้าได้
นอกจากนี้ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ยังเสนอนโยบายที่ต้องการทำให้ระบบขนส่งมวลชนมีคุณภาพ เชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ
ในด้านคุณสกลธี ภัททิยกุล ก็มีความพยายามจะเชื่อมล้อ ราง เรือ ให้เกิดขึ้นทั่วกรุงเทพฯ ขณะเดียวกัน คุณสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ มีความพยายามที่จะแก้ปัญหารถติดในกรุงเทพฯ ด้วยการนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาช่วยจัดการ
ถัดมาในประเด็นอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. แต่ละคนมีความพยายามที่จะทำให้ กทม. มีผังเมืองที่น่าอยู่
โดนพยายามจะแบ่งโซนของผังเมืองให้เป็นสัดเป็นส่วน รวมถึงมีการนำเสนอนโยบายในการจัดระเบียบไม่ให้กลุ่มทุนเข้ามาครอบครองผังเมืองด้วย
ขณะที่ประเด็นด้านการเงินการธนาคารนั้น เน้นไปการทำให้ผู้สูงอายุ เด็ก คนพิการ หรือคนที่เกษียณอายุไปแล้ว มีรายได้ที่ได้รับการอุดหนุนจากส่วนกลางเพิ่มมากขึ้น
ทั้งการเพิ่มเงินผู้สูงอายุ เพิ่มเงินของเด็กและคนพิการ รวมถึงการเพิ่มเงินบำนาญให้ประชาชน
ส่วนประเด็นด้านสินค้าและบริการทั่วไป ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อย่างคุณวิโรจน์ เน้นไปที่การทำให้ศูนย์เด็กเล็กมีคุณภาพ มีมาตรฐานทัดเทียมเทียบกับของเอกชนได้
ส่วนคุณอัศวิน เน้นไปที่การทำให้หน่วยงานราชการ กทม. มีความโปร่งใส เชื่อมโยงข้อมูลต่าง ๆ ได้ทันท่วงทีและรวดเร็ว
ขณะที่คุณรสนา เน้นไปที่การทำให้การค้าขายเป็นไปอย่างถูกกฎหมายมากยิ่งขึ้น รวมถึงเน้นให้มีความสะอาด ปลอดภัย และมีพื้นที่ทำเลที่ดีในการรองรับการค้าขาย
ด้านประเด็นบริการสุขภาพ ส่วนใหญ่เน้นนำเสนอนโยบายที่ดูแลสุขภาพประชาชน หรือการเข้ารับการรักษาพยาบาล ให้เป็นไปอย่างทันท่วงที ทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ และมีระบบที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น
ประเด็นบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ทั้ง 7 คน เน้นหนักในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว มีสวนสาธารณะมากขึ้น รวมทั้งการจัดการปัญหาขยะ ทั้งการจัดเก็บขยะให้เป็นระบบ แยกขยะให้มากขึ้น และเปลี่ยนขยะให้เป็นรายได้
เริ่มที่คุณวิโรจน์ นำเสนอนโยบายเปลี่ยนที่รกร้างเป็นสวนสาธารณะ ขณะที่คุณสกลธี มีความพยายามที่จะลดขยะ และ แยกขยะให้มากขึ้น อีกทั้งการเพิ่มสวนสาธารณะขนาดเล็กทั่วเมือง
ด้านคุณสุชัชวีร์ จะปฏิวัติระบบการจัดเก็บขยะ จัดการฝุ่น PM2.5 และผลักดันสวนสาธารณะฉบับกระเป๋า ส่วนคุณอัศวิน จะเดินหน้าปลูกต้นไม้เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและทำคลองต่าง ๆ ให้น้ำในคลองใสขึ้น
ขณะที่คุณรสนานั้น เน้นไปทำเรื่องกองทุนหลังคาบ้านโซลาร์เซลล์ ด้านคุณชัชชาติ มีการนำเสนอแนวคิดเปลี่ยนขยะเป็นรายได้ และผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อมให้ดีขึ้นด้วย
ปิดท้ายที่คุณศิธา ที่จะผลักดันให้มีพื้นที่รองรับสังคมผู้สูงอายุ รวมถึงเพิ่มพื้นที่สีเขียวใน กทม. ให้มากขึ้น
ส่วนในประเด็นการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ แต่ละคนพยายามทำให้ กทม. กลายเป็นเมืองดิจิทัล โดยการติดตั้งไวไฟฟรีทั่วเมือง เตรียมพร้อมในเรื่องความปลอดภัยในโลกไซเบอร์
รวมถึงการปรับเปลี่ยนระบบการยื่นขอใบอนุญาตต่าง ๆ ให้เป็นระบบอิเล็กทรอนิกส์
ขณะที่ในประเด็นอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพ นั้น ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. อย่างคุณสุชัชวีร์ เน้นนโยบายเรื่องอาหารดี มีคุณภาพ ขณะที่คุณรสนาเน้นนโยบายที่ทำให้อาหาร ยา ผลิตภัณฑ์สุขภาพต่าง ๆ ถูกกฎหมาย มีคุณภาพ ปลอดภัย มากยิ่งขึ้น
และในประเด็นสุดท้าย อย่างประเด็นการศึกษา แต่ละคนมีการนำเสนอนโยบายที่ทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ที่ตอบโจทย์นักเรียน ปรับหลักสูตรมีคุณภาพและเหมาะสมขึ้น รวมถึงสนับสนุนให้โรงเรียนมีพื้นที่ให้เอื้อต่อการทำกิจกรรมอื่น ๆ สำหรับเด็ก
© 2022 Marketthink. All rights reserved.