5 ข้อที่ SME ต้องรู้ ก่อนทำการตลาดผ่าน “อินฟลูเอนเซอร์”

5 ข้อที่ SME ต้องรู้ ก่อนทำการตลาดผ่าน “อินฟลูเอนเซอร์”

25 พ.ค. 2022
การทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ (Influencer) หรือที่เรียกว่า Influencer Marketing ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับการเติบโตของจำนวนประชากรที่สามารถเข้าถึงโซเซียลมีเดีย
ปัจจัยสนับสนุนสำคัญประการหนึ่งที่ทำให้ Influencer Marketing เติบโตอย่างรวดเร็ว คือเป็นช่องทางการตลาดที่สื่อสารได้ตรงกลุ่มเป้าหมายในเวลาอันรวดเร็ว ยิ่งผู้บริโภคเข้าถึงโซเซียลมีเดียได้ง่ายเท่าไร การทำการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ก็ได้ผลลัพธ์เร็วขึ้นเท่านั้น
บางแบรนด์ใหญ่ถึงกับตั้งงบการตลาดผ่านอินฟลูเอนเซอร์ ไว้สูงถึง 75%
เมื่อการทำ Influencer Marketing ทวีความสำคัญและมีบทบาทเพิ่มมากขึ้น
SME เองก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะทำการตลาดผ่านช่องทางนี้ หากต้องการให้สินค้าและแบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้างในเวลาอันรวดเร็ว
“ศูนย์ 7 สนับสนุน SME” หรือ 7 SME Support Center ภายใต้การขับเคลื่อนของ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ผู้บริหาร 7-Eleven และ 7-Delivery
จึงได้รวบรวม “HOW TO : SME ลงทุนกับ Influencer อย่างไรให้ปัง ?”
เพื่อเป็นข้อมูลให้กับผู้ประกอบการก่อนตัดสินใจเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์
1. รู้ความต้องการของแบรนด์
ผู้ประกอบการต้องรู้วัตถุประสงค์ของแบรนด์ว่า ต้องการสื่อสารอะไรเกี่ยวกับสินค้าหรือแบรนด์ของตนเอง
เช่น ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ ต้องการเป็นที่รู้จักในกลุ่มเป้าหมาย หรือต้องการเป็นที่รู้จักในวงกว้าง
หากต้องการสร้างความน่าเชื่อถือ ก็ต้องเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ ที่มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคนขึ้นไป หรือที่เรียกว่า Mega-influencer
2. สินค้าต้องเหมาะกับอินฟลูเอนเซอร์
เลือกอินฟลูเอนเซอร์ให้เหมาะสมกับสินค้าและแบรนด์ ตลอดจนกลุ่มเป้าหมาย
เช่น ถ้าสินค้าประเภทสบู่มีราคาไม่สูงมาก แต่เลือกใช้ Mega-influencer ที่มีภาพจำชอบใช้สินค้าราคาแพง ก็ดูจะเป็นการสร้างการรับรู้ที่ดูขัดกับอินฟลูเอนเซอร์นั้น ๆ
ทำให้รู้สึกว่าอินฟลูเอนเซอร์ไม่ได้ใช้จริง ๆ ผู้บริโภคก็จะรู้สึกไม่อินกับคอนเทนต์นั้น
หากเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ ก็อาจจะเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่ดูแลสุขภาพ ชอบออกกำลังกาย มีไลฟ์สไตล์ตรงกับสินค้า หรือมีความรู้ด้านสุขภาพ
3. สืบค้น Background อินฟลูเอนเซอร์
แม้อินฟลูเอนเซอร์ที่สนใจจะตอบโจทย์สิ่งที่ต้องการ แต่ผู้ประกอบการต้องไม่ลืมดูประวัติของอินฟลูเอนเซอร์เพิ่มเติมด้วยว่าเป็นอย่างไร จะกระทบกับภาพลักษณ์สินค้าในอนาคตหรือไม่ รวมทั้งต้องนำเรื่องของตัวตนที่แท้จริงของอินฟลูเอนเซอร์ มาพิจารณาร่วมด้วย
เพราะสินค้าที่ขัดต่อตัวตนของอินฟลูเอนเซอร์ กลุ่มคนที่ติดตามอินฟลูเอนเซอร์เหล่านี้ ซึ่งติดตามความเป็นตัวตนจริง ๆ ของอินฟลูเอนเซอร์คนนั้น ๆ จะรับรู้ได้ทันทีว่าไม่ใช่ และอาจก่อให้เกิดความไม่เชื่อมั่นในสินค้า
4. ศึกษาแพลตฟอร์มอินฟลูเอนเซอร์
ผู้ประกอบการต้องดูว่าอินฟลูเอนเซอร์ที่เราสนใจ มีช่องทางสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มใดบ้าง เช่น Blog, Instagram, Facebook, YouTube, TikTok ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มสามารถสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมายของเราจริง ๆ ได้ไหม
เนื่องจากพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน เลือกที่จะบริโภคสื่อผ่านแพลตฟอร์มที่ตัวเองสนใจ ดังนั้นผู้ประกอบการจึงต้องเลือกอินฟลูเอนเซอร์ที่มีแพลตฟอร์มตรงกับพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย
5. มองนอกกรอบ
การทำ Influencer Marketing ผู้ประกอบการจะต้องมองให้แปลกและแตกต่างจากเดิม เช่น สินค้าของเราเป็นผ้าปูที่นอน แต่เลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์ที่เป็นสัตว์เลี้ยง เพื่อสื่อสารให้เห็นว่า ผ้าปูที่นอนของเราดีอย่างไร ขนาดสัตว์เลี้ยงยังหลับสบาย
หรือกรณีเป็นสินค้าเพื่อสุขภาพ เลือกทำการตลาดผ่านกลุ่มเกมเมอร์ เนื่องจากเป็นที่มีกลุ่มผู้ติดตามจำนวนมาก นำสินค้ามาให้เหล่าเกมเมอร์ทานโชว์ จนเกิดการซึมซับและอยากหามาลองทาน
แล้วเกิดกระแสแห่ซื้อสินค้า จนของขาดตลาดก็มีมาแล้ว
หัวใจสำคัญที่สุดอีกประการหนึ่งในการทำการตลาดแบบ Influencer Marketing ที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามคือ เรื่องของความสัมพันธ์ (Relationship) ระหว่างอินฟลูเอนเซอร์และแฟนคลับ
หากอินฟลูเอนเซอร์ไม่มีปฏิสัมพันธ์เข้าไปตอบโต้กับทางแฟนคลับ ก็จะไม่เกิดการต่อยอดมายังสินค้าหรือแบรนด์ของเราได้เต็มที่ อย่าดูแค่เพียงยอดผู้ติดตามเท่านั้น เพราะอินฟลูเอนเซอร์บางคนที่มียอดผู้ติดตามไม่มาก กลับให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าก็มีจำนวนมาก เพราะมี Relationship ที่ดี
การลงทุนกับอินฟลูเอนเซอร์ เพื่อให้สินค้าหรือแบรนด์เป็นที่รู้จักไม่ใช่เรื่องยาก ขอเพียงแค่ให้ผู้ประกอบการมีความรู้และความเข้าใจในอินฟลูเอนเซอร์
© 2022 Marketthink. All rights reserved.