G-SHOCK เผยโฉม MR-G KIWAMI รุ่นพิเศษ ราคาหลักแสน หยิบเอาดีไซน์ต้นฉบับตำนานของแบรนด์ มาตีความใหม่

G-SHOCK เผยโฉม MR-G KIWAMI รุ่นพิเศษ ราคาหลักแสน หยิบเอาดีไซน์ต้นฉบับตำนานของแบรนด์ มาตีความใหม่

20 มิ.ย. 2022
ล่าสุด CASIO ได้เผยโฉม G-SHOCK MRG-B5000 KIWAMI นาฬิกา 2 รุ่นพิเศษ
หน้าออริจินรุ่นแรก ด้วยการหยิบเอาดีไซน์ต้นฉบับอันเป็นตำนานของ G-SHOCK มาตีความใหม่
โดยยึดจากดีไซน์ของนาฬิการุ่นแรกสุด ที่เปิดตัวมาตั้งแต่ปี 1983 แต่งแต้มด้วยสัมผัสอันโดดเด่น สง่างาม หรูหรา และทันสมัยไร้กาลเวลายิ่งขึ้น
ด้วยการปรับใช้วัสดุเป็นโลหะ ที่ผ่านการตกแต่งอย่างละเมียดละไมด้วยมือของช่างผู้เชี่ยวชาญ และผลิตโดยโรงงานนาฬิกาพรีเมียมระดับโลก
ซึ่งเผยโฉมในเมืองไทยเป็นครั้งแรกที่งาน Central The Ultimate Watch Fair เซ็นทรัลลาดพร้าว ในวันที่ 23 มิถุนายน – 6 กรกฎาคม 2565
- ความประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด
MRG-B5000 นำเสนอภาพลักษณ์ที่หรูหราและซับซ้อนยิ่งขึ้น แม้แต่ในซอกมุมที่เล็กที่สุดของกรอบตัวเรือน ด้วยส่วนประกอบที่สอดประสานร้อยเรียงกันถึง 25 ชิ้น เกิดเป็นโครงสร้างป้องกันหลายชิ้นหรือที่เรียกว่า “Multi-Guard Structure” ที่ CASIO พัฒนาขึ้นมาใหม่
นับเป็นเทคนิคทางโครงสร้างที่ต้องอาศัยทั้งแนวคิดและฝีมือในระดับสูง และยังสามารถซับแรงกระแทกเข้าไว้ในกรอบตัวเรือนแบบหลายองค์ประกอบ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทนทานต่อแรงกระแทกได้อย่างยอดเยี่ยม
ทั้งยังขัดแต่งส่วนประกอบแต่ละชิ้น รวมถึงตำแหน่งที่ท้าทายที่สุดจนเกิดเป็นพื้นผิวที่น่าทึ่งและงดงาม
สายนาฬิกาประกอบขึ้นด้วยโครงพิเศษ โดยมีหมุดแยกออกจากกันฝังอยู่ในทุกรูทรงกลมของข้อสายโลหะแต่ละชิ้น นำเสนอความประณีตได้งดงามทัดเทียมเช่นเดียวกับกรอบตัวเรือน
- คุณภาพที่ล้ำเลิศของวัสดุสะท้อนความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรม
พื้นผิวของวัสดุคือสิ่งที่บ่งบอกถึงความเชี่ยวชาญและประณีตในฝีมือของช่างชาวญี่ปุ่น เช่นเดียวกับการสอดประสานไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทำให้ CASIO มีความโดดเด่นและล้ำหน้าอยู่เสมอ
สำหรับ MRG-B5000D-1DR สีเงิน ก็คือการใช้ COBRARIAN วัสดุพิเศษที่แข็งกว่าไทเทเนียมบริสุทธิ์ถึง 4 เท่าและมีประกายแวววาวดุจแพลทตินัม ซึ่งนำมาใช้ประกอบชิ้นส่วนด้านบนของกรอบตัวเรือน
ในขณะที่สายนาฬิกาถูกสร้างขึ้นจาก DAT55G ไทเทเนียมอัลลอยที่แข็งกว่าไทเทเนียมบริสุทธิ์ถึง 3 เท่า จึงมีความทนทานเหมาะกับการใช้งาน เกิดรอยขีดข่วนได้ยาก
พร้อมพื้นผิวที่ขัดแต่งได้แวววาว ผ่านการเคลือบด้วยไทเทเนียมคาร์ไบด์ให้สีเงินเป็นเงาดุจกระจกสะท้อนรสนิยมของผู้สวมใส่ ละเมียดละไมทั้งดีไซน์ รายละเอียด และการเฟ้นหาวัสดุที่ดีเลิศที่สุดเพื่อสดุดีการออกแบบดั้งเดิมของแบรนด์ได้อย่างไร้ที่ติ
ในขณะที่ MRG-B5000B-1DR สีดำนั้น รายละเอียดความประณีตทั้งการใช้ส่วนประกอบมากถึง 25 ชิ้นและความทนทานในการซับแรงกระแทกเช่นเดียวกัน แต่สิ่งที่ทำให้แตกต่างจาก MRG-B5000D-1DR ก็คือ การใช้ชิ้นส่วนระบบกันสั่นสะเทือนแบบสี่มุม ผสานแท่งรูปตัว T และสปริงแบบซิลิโคน
แต่ที่สังเกตเห็นได้ชัดที่สุดคือ ดีไซน์และภาพลักษณ์ โดย MRG-B5000B-1DR นั้นจะผ่านการขัดเงาแบบ SALLAZ ที่งดงามตระการตา กรอบหน้าปัดด้านบนทำจาก COBRARIAN โลหะผสมโคบอลต์-โครเมียม
ส่วนตัวเรือน ฝาครอบด้านหลัง และปุ่มใช้ Ti64 ซึ่งเป็นโลหะผสมไทเทเนียม ทั้งสองรุ่นล้วนแต่เลือกใช้วัสดุที่มีความสง่างาม หรูหรา แวววาว กันกระแทกและการเกิดรอยขีดข่วนต่าง ๆ ได้อย่างดีเยี่ยม
ขึ้นอยู่กับรายละเอียดของภาพลักษณ์ที่แตกต่างกัน โดย MRG-B5000D จะผ่านการเคลือบคาร์บอนคล้ายเพชร ส่วน MRG-B5000B-1DR จะมีสีดำโดดเด่น คล้ายคลึงกันนาฬิการุ่นดั้งเดิม G-SHOCK และตกแต่งด้วยการชุบเคลือบ IP สีทอง
- ความฉลาดล้ำจากแหล่งผลิตระดับโลก
ความพิเศษอีกอย่างที่สามารถถ่ายทอดความพิเศษของ MRG-B5000D-1DR ก็คือเป็นรุ่นนาฬิกาที่ถูกผลิตขึ้นจากสายการผลิตนาฬิการะดับพรีเมียมที่ Y AMAGATA โรงงานหลักที่ผลิตนาฬิการะดับพรีเมียมของ CASIO
การันตีถึงความล้ำเลิศในทุก ๆ ด้าน เช่นเดียวกับฟังก์ชันที่ไม่แพ้ใคร ด้วยระบบเทียบเวลาควบคุมด้วยคลื่นวิทยุและระบบเชื่อมต่อ “Smartphone Link” เชื่อมต่อนาฬิกาเข้ากับแอปพลิเคชัน CASIO WATCHES ที่ติดตั้งอยู่ในสมาร์ตโฟนผ่านทาง Bluetooth เพื่อการปรับตั้งเวลาอัตโนมัติ
มาพร้อมกับระบบประจุพลังงานด้วยแสงและไฟ LED มอบความสว่างไสวและสะดวกต่อการใช้งานในทุกโอกาส
สำหรับ G-SHOCK 2 รุ่นพิเศษนี้ วางจำหน่ายในราคา
MRG-B5000D-1DR ราคา 130,000 บาท
และ MRG-B5000B-1DR ราคา 150,000 บาท
© 2022 Marketthink. All rights reserved.