MQDC เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Whizdom COEX“ ออกแบบเพื่อคนรุ่นใหม่ ประเดิมโครงการ Whizdom COEX Pinklao

MQDC เปิดตัวแบรนด์ใหม่ “Whizdom COEX“ ออกแบบเพื่อคนรุ่นใหม่ ประเดิมโครงการ Whizdom COEX Pinklao

13 ก.ย. 2022
บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ผู้พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย และโครงการมิกซ์ยูส ภายใต้แบรนด์ Magnolias, Whizdom, The Aspen Tree, Mulberry Grove และ The Forestias
ประกาศเปิดตัวแบรนด์ Whizdom COEX (วิสซ์ดอม โคเอ็กซ์) อย่างเป็นทางการ
ชูแนวคิดพื้นที่เจนใหม่ ที่ตอบสนองทุกด้านของชีวิตให้อยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง และเอนจอยไปกับการใช้ชีวิตในแบบของตัวเองได้
นายอัษฎา แก้วเขียว ประธานผู้อำนวยการ-วิสซ์ดอม โดย MQDC กล่าวว่า
Whizdom COEX คือแนวคิดการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัยที่สะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ Whizdom ซึ่งมุ่งสร้างสรรค์และพัฒนาอีโคซิสเต็ม เพื่อเต็มเติมเต็มวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ (Next Generation Living) อย่างครบวงจร
จากการศึกษาวิถีชีวิตและเทรนด์ความต้องการของผู้อยู่อาศัยเจนใหม่อย่างลึกซึ้ง ทำให้พบว่าสิ่งที่พวกเขามองหานั้นไม่เพียงแต่เป็นที่พักอาศัยที่สะดวกสบายเท่านั้น
แต่คือพื้นที่ที่ส่งเสริมการใช้ชีวิตในทุก ๆ ด้านให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
อีกทั้งยังต้องสามารถสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่เป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่
จึงกลายเป็นโจทย์ให้ MQDC ต้องพลิกบทบาทของที่อยู่อาศัยแบบเดิม ให้กลายเป็นพื้นที่ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตทุกด้านได้ด้วย ทั้งการทำงาน การเรียน ไปจนถึงกิจกรรมความบันเทิงและไลฟ์สไตล์อื่น ๆ ล้วนต้องสามารถเกิดขึ้นพร้อมกันบนพื้นที่แห่งนี้ได้
Whizdom COEX จึงเป็นคอนเซ็ปต์โครงการที่อยู่อาศัยแนวใหม่ที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ และตอบโจทย์ความต้องการของคนเจนใหม่ได้ครบจบในที่เดียว
Whizdom COEX สะท้อนการออกแบบพื้นที่เจนใหม่ (Smart New Generation Space)
โดยมีจุดเริ่มต้นมาจากแนวคิด “Enjoyable Coexistence” หรือการออกแบบพื้นที่ให้ผู้อยู่อาศัยสามารถ
สนุกไปกับการใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง (Co-live)
เต็มที่กับงานที่ทำ (Co-work)
ไม่หยุดเรียนรู้ (Co-learn)
และเอนจอยไปกับทุก ๆ กิจกรรมร่วมกันได้อย่างไร้ขีดจำกัด (Co-play)
ผ่านนวัตกรรมการดีไซน์ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนเจนใหม่ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่พักอาศัยหรือสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ล้วนถูกออกแบบให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตในปัจจุบัน
ซึ่งคอนเซ็ปต์ดังกล่าวนี้จะถูกนำไปต่อยอดและประยุกต์ใช้ในการพัฒนาโครงการอสังหาฯ ในทำเลต่าง ๆ ภายใต้แบรนด์ Whizdom COEX ต่อไปในอนาคต
โดยสะท้อนผ่านแนวคิดการออกแบบ 4 ด้าน ได้แก่
1) การผสานเทคโนโลยีดิจิทัล (Digitalization)
ภายในโครงการของ Whizdom COEX นั้นได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการดีไซน์เข้ามาผสมผสานเพื่อมอบประสบการณ์ที่สะดวกสบาย และตอบรับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน
นำโดย Smart Living ที่ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ เช่น
Smart Locker รักษาความปลอดภัยให้ของชิ้นสำคัญ
หรือ Smart Storage พื้นที่สำหรับเก็บของเพิ่มเติมสำหรับสิ่งของที่ไม่ค่อยได้ใช้ เพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้อง
ไปจนถึงระบบ Home Automation ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน
นอกจากนี้ อาคารของโครงการ Whizdom COEX ยังออกแบบให้เป็น Smart Building ที่ติดตั้ง Central Utilities Plant (CUP) หรือนวัตกรรมระบบปรับอากาศที่ทำความเย็นผ่านท่อน้ำเย็น ช่วยลดอุณหภูมิและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
รวมถึงระบบจอดรถอัตโนมัติ (Automatic Parking) เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้อยู่อาศัยในโครงการ
2) การสร้างพื้นที่สีเขียว (Naturalization)
Whizdom COEX ให้ความสำคัญกับการเชื่อมต่อไลฟ์สไตล์เข้ากับพื้นที่สีเขียว ให้ผู้อยู่อาศัยได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีจากธรรมชาติบำบัด
การสร้างพื้นที่สีเขียวภายในโครงการนั้นยังรวมถึง Pocket Garden ที่กระจายตัวอยู่ทุกที่ ทั้งบริเวณที่พักอาศัย พื้นที่ส่วนกลาง และภายนอกอาคาร
การออกแบบที่ใส่ใจต่อสุขภาพของผู้พักอาศัย ตั้งแต่เดินเข้าโครงการ ไม่ว่าจะเป็น Sound Absorption ลดมลภาวะทางเสียง และ Air Filtration เพื่อลดมลภาวะทางอากาศโดยรอบโครงการ และยังรวมไปถึงการใช้อุปกรณ์ประหยัดพลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงานไฟฟ้าและลดปริมาณการใช้น้ำของทั้งโครงการ
3) การเชื่อมต่อประสบการณ์ทุกด้าน (Experience)
อีกหนึ่งจุดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ของ Whizdom COEX คือ “COEX Space” หรือพื้นที่ส่วนกลางที่เปิดโอกาสให้ทั้งสมาชิกวิสซ์ดอม และผู้คนในชุมชนได้ทำกิจกรรมร่วมกัน
โดยใน COEX Space ประกอบไปด้วยโซนต่าง ๆ ได้แก่
CO-Café คาเฟ่และร้านอาหาร ที่เติมพลังด้วยอาหารเช้าพร้อมเสิร์ฟ และเมนูที่หลากหลายไว้คอยต้อนรับสำหรับการนั่งทำงานตลอดทั้งวัน
CO-Play & Creation Space หรือ Smart Co-working Space ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามรูปแบบการใช้งานที่หลากหลายได้ ทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อป การประชุม หรือการทำงานที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงการจัดอีเวนต์
CO-Kitchen & Dining ซึ่งเป็นโซนที่รวบรวมร้านอาหารต่าง ๆ สามารถใช้พบปะสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อนในบรรยากาศที่เป็นกันเองและผ่อนคลายได้
CO-Active & Digital Lifestyle หรือพื้นที่สำหรับการออกกำลังกาย พร้อมกิจกรรมและอุปกรณ์แบบอินเตอร์แอ็กทีฟ
4) การออกแบบที่พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง (Adaptability)
ทุกรายละเอียดภายในโครงการของแบรนด์ Whizdom COEX ได้ถูกคิดค้นและออกแบบให้ตอบสนองวิถีชีวิตยุคใหม่ และตอบรับความต้องการที่แตกต่าง
ในขณะเดียวกัน ยังคำนึงถึงการดีไซน์ที่พร้อมรองรับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต เช่น
การออกแบบโครงสร้างอาคารที่มาพร้อมโซลูชันป้องกันน้ำท่วม (Flood Prevention)
การติดตั้งระบบฆ่าเชื้อโรคก่อนเข้าอาคารและจุดบริการแบบไร้สัมผัส เพื่อสร้างความอุ่นใจให้กับผู้อยู่อาศัย
หรือการออกแบบระบบท่อน้ำ ที่คำนึงถึงขั้นตอนการบำรุงรักษาที่สะดวก ไม่รบกวนผู้ที่พักอาศัยห้องอื่น
ไปจนถึงการออกแบบพื้นที่ส่วนกลางแบบ Universal Design ที่เอื้อต่อการใช้งานของคนทุกกลุ่ม ทุกวัย
ทั้งนี้ MQDC เตรียมเปิดตัวโครงการ “Whizdom COEX Pinklao” (วิสซ์ดอม โคเอ็กซ์ ปิ่นเกล้า)
โครงการที่อยู่อาศัยแห่งแรกภายใต้แบรนด์ Whizdom COEX ในรูปแบบคอนโดมิเนียมมิกซ์ยูส บนพื้นที่รวมกว่า 4 ไร่ บนถนนจรัญสนิทวงศ์
โดยโครงการประกอบไปด้วย 2 ทาวเวอร์ ตั้งอยู่ระหว่างสถานีรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน สถานีบางยี่ขัน
ซึ่ง Whizdom COEX Pinklao เตรียมเปิด Sales Gallery ให้เข้าชม และพร้อมเปิดให้จองอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 ตุลาคม นี้..
© 2022 Marketthink. All rights reserved.