Amazon กำลังพัฒนา “โดรน” รักษาความปลอดภัยรอบบ้าน

Amazon กำลังพัฒนา “โดรน” รักษาความปลอดภัยรอบบ้าน

26 มิ.ย. 2019
“หากคุณไปพักผ่อน และต้องการความปลอดภัยเป็นพิเศษรอบๆ บ้านของคุณ สักวันคุณอาจจะเรียกโดรนของ Amazon”
ล่าสุดทาง Amazon ได้รับการอนุมัติจากเจ้าหน้าที่รัฐบาลในเดือนนี้เพื่อจดสิทธิบัตรโดรนที่ให้บริการ "การเฝ้าระวังที่บ้าน" หรือพูดง่ายๆ โดรน จะเป็น ยามรักษาความปลอดภัยให้บ้านเรา
สิทธิบัตรได้ถูกจัดทำขึ้นในเดือนมิถุนายน 2558 และเผยแพร่สู่สาธารณะเมื่อต้นเดือน
ซึ่งเป็นบริการ Surveillance as a Service
โดยลูกค้าของ Amazon สามารถสั่งให้โดรนเคลื่อนที่ไปรอบๆ บ้าน และสแกนหาสิ่งต่างๆ เช่น ประตูโรงรถที่เปิดทิ้งไว้, หน้าต่างที่แตก, เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดไฟไหม้
เมื่อโดรนตรวจพบสิ่งผิดปกติ จะส่งข้อความหรือโทรศัพท์ไปยังเจ้าของบ้าน
หรือหากเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้น ก็อาจแจ้งเตือนไปยังหลายฝ่าย เช่น หน่วยงานเทศบาล ตำรวจ นักดับเพลิง
โดยลูกค้าสามารถจ่ายเงินค่าบริการเป็นรายชั่วโมง รายวันหรือรายสัปดาห์
และโดรนสามารถติดตั้งกล้องมองกลางคืน และมีไมโครโฟนเพื่อรับฟังเสียงได้อีกด้วย
แต่เดิมโดรนถูกนำมาใช้ในการเฝ้าระวังทางทหาร แต่ตอนนี้บริษัทต่างๆ รวมถึง Amazon นำโดรนมาใช้ในการส่งพัสดุ และต่อไปก็จะใช้ในการสังเกตการณ์..
โดย Amazon กล่าวว่าอาจให้บริการเชิงพาณิชย์ได้จริงในไม่กี่เดือนข้างหน้า
เรื่องนี้ดูเหมือนเป็นเรื่องดี เพราะต่อไปเราไม่ต้องกังวลเรื่องทรัพย์สิน หรือความปลอดภัยภายในบ้านอีกต่อไป 
หากเราไม่อยู่บ้าน เพียงแค่ใช้บริการโดรนของ Amazon
แต่ทุกอย่างย่อมมี 2 ด้านเสมอ 
ปัญหาหลักของเรื่องนี้คือ ความเป็นส่วนตัว
ถึงแม้ Amazon บอกว่าโดรนจะได้รับอนุญาตให้บันทึกภาพเฉพาะของเจ้าบ้านเท่านั้น 
จะไม่จับภาพบ้านที่ไม่ได้รับอนุญาตและสิ่งอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับความต้องการของเรา
แต่เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเทคโนโลยีนี้ จะไม่สอดแนมหรือรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบ้านโดยที่เราไม่รู้ตัว..
ทุกวันนี้ในยุคดิจิทัล เรื่องความเป็นส่วนตัวของเราในโลกออนไลน์แทบหาไม่ได้แล้ว
ทั้ง Facebook, Google และบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ ต่างเก็บข้อมูลของเราไว้
และรู้จักเราดีกว่า ตัวเราเองเสียอีก.. 
ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าแต่ละบริษัทเอาข้อมูลของเราไปทำอะไรบ้าง
แต่นั่นก็เป็นเพียงโลกออนไลน์
แต่มาคราวนี้โดรนของ Amazon กำลังจะเกิดขึ้นในโลกจริง
ถ้าในโลกของความจริงเราถูกสอดแนม จนความเป็นส่วนตัวหายไป ตอนนั้นก็น่าคิดว่าวิถีชีวิตของเราจะเป็นอย่างไร
รัฐบาลต้องการจับตาดูเรา และบริษัทเอกชนเองก็เริ่มจับตาดูเราเช่นเดียวกัน
เรื่องนี้ก็คงต้องหาจุดสมดุลระหว่างการใช้เทคโนโลยีช่วยลดอาชญากรรมของประเทศลง ทำให้เกิดความ
ปลอดภัยมากขึ้น กับการรักษาสิทธิส่วนบุคคล
เพราะไม่ว่าใครก็คงอยากมีพื้นที่ส่วนตัวของตนเอง และ คงไม่มีใครอยากให้หุ่นยนต์มามองเราอยู่ตลอดเวลา..
References - Forbes, The Verge
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.