สยามคูโบต้า ขยายผลโครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ” เฟส 2 ครอบคลุมทั่วไทย ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

สยามคูโบต้า ขยายผลโครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ” เฟส 2 ครอบคลุมทั่วไทย ยกระดับเศรษฐกิจฐานราก

23 พ.ย. 2022
เชื่อหรือไม่ว่า ประเทศไทยของเรามีแรงงานที่ประกอบอาชีพ “เกษตรกรรม” มากถึง 12.7 ล้านคน หรือคิดเป็น 30% ของประชากรทั้งประเทศ
แต่ทั้งหมดนั้นกลับสร้าง GDP ให้ประเทศของได้แค่ 8.5% เท่านั้น
ซึ่งถือว่ายังน้อย..
แสดงให้เห็นว่าเกษตรกรของเราส่วนใหญ่ “กำลังมีปัญหา” ทั้งในแง่ของราคาผลผลิตที่ขายไม่ได้ราคา และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นทุกปี
จุดนี้เองที่ “คูโบต้า” ผู้นำด้านเทคโนโลยีการเกษตรที่อยู่คู่กับเกษตรกรไทยมากว่า 44 ปี ได้เล็งเห็นถึงปัญหาของพี่น้องเกษตกร และต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรที่เป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจฐานรากของประเทศไทย ให้ดียิ่งขึ้น
นำมาสู่การเริ่มโครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรกรร่วมใจ” (เฟส 2) ที่เป็นการเข้าไปช่วยเกษตรกร
ทั้งการให้ความรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรที่ถูกวิธี, สนับสนุนด้านความพร้อมของเทคโนโลยีการเกษตร และการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ
เพื่อ “ลดต้นทุน และ “เพิ่มผลผลิต” ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง
ซึ่งที่ผ่านมาโครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ” ก็ประสบความสำเร็จอย่างมาก
โดยปัจจุบันมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนและสหกรณ์การเกษตรสนใจเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 168 กลุ่มใน 59 จังหวัด ครอบคลุมพื้นที่การเกษตรไปแล้วกว่า 132,479 ไร่
และช่วยให้เกษตรกรกว่า 13,100 คน มีรายได้เพิ่มขึ้นแล้วไม่ต่ำกว่า 10%
ที่โดดเด่นที่สุดเลยก็คือความสำเร็จของ “วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านสันหลวง จังหวัดเชียงราย”
ที่สามารถรวมกลุ่มกันทำเกษตรแบบปลอดการเผา รวมไปถึงยังสามารถแปรรูปผลผลิต
และสร้างแบรนด์ “ข้าว 108” ได้สำเร็จในปัจจุบัน
แล้วโครงการ คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ เข้าไปมีส่วนสำคัญให้กับ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านสันหลวง จนเกิดเป็นแบรนด์ ข้าว 108 อย่างไรบ้าง ?
เรื่องนี้คุณพิษณุ มิลินทานุช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการตลาดและบริการของคูโบต้า ได้บอกว่า
ที่ผ่านมาสยามคูโบต้า ได้มีการสนับสนุนเครื่องจักรกลการเกษตรให้แก่กลุ่มสหกรณ์การเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนที่เข้าร่วมโครงการ “คูโบต้าร่วมมือเกษตรร่วมใจ” โดยไม่มีค่าใช้จ่ายมาโดยตลอด
เพราะหนึ่งในปัญหาหลัก ๆ ที่เกษตรกรไทยที่กำลังพบเจออยู่นั้นก็คือ การเข้าไม่ถึงเครื่องจักรในการทำเกษตร ทำให้ไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้ ทั้งยังขาดองค์ความรู้ในการต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตของตัวเอง
ซึ่งก่อนหน้านี้วิสาหกิจชุมชนกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านสันหลวง ก็เคยเป็นหนึ่งในนั้น
ก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการกับ คูโบต้า ชาวบ้านในชุมชนนี้มีการทำนาแบบต่างคนต่างทำ ปลูกข้าวคนละสายพันธ์ ทำให้ไม่สามารถรวมกลุ่มกันต่อรองราคาได้
แถมยังไม่มีการรวมกลุ่มใช้เครื่องจักรกลการเกษตร ที่จะทำให้ต้นทุนถูกลงได้อีก
จุดนี้เองที่ คูโบต้าได้เข้ามาสนับสนุนเรื่องของการดำเนินงานของกลุ่มฯ ส่งมอบองค์ความรู้ต่าง ๆ ในการทำเกษตรให้กับชาวบ้านเริ่มตั้งแต่
-ส่งเสริมการทำนาแบบปลอดการเผา ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของฝุ่น P.M 2.5 ในภาคเหนือของประเทศไทย
-ส่งมอบเครื่องอัดฟาง HB 135 จำนวน 1 เครื่องให้ชาวบ้านสามารถนำฟางที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว มาอัดเพื่อสร้างเป็นรายได้เสริม แทนที่จะเผาทำลายทิ้งไปแบบเปล่าประโยชน์
-มอบแทรกเตอร์ รุ่น L5018 ที่ติดตั้งอุปกรณ์ “KIS” (Kiss Intelligence Solution) นวัตกรรมการเกษตรแห่งอนาคตของคูโบต้า ที่สามารถเก็บข้อมูลการใช้งานของรถแทรกเตอร์ มาออกแบบเป็นขั้นตอนทำเกษตรได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจำนวน 1 คัน
รวมไปถึงมีการสนับสนุนอุปกรณ์การเกษตรอื่น ๆ เช่น ชุดผานพรวน และชุดโรตารี่ อีกด้วย
ผลก็คือเกษตรกรจำนวน 143 คนในวิสาหกิจชุมชนกลุ่มนาแปลงใหญ่บ้านสันหลวง มีผลผลิตที่ดีขึ้น, มีรายได้เสริมจากการนำฟางไปขาย
และเป็นส่วนสำคัญในการลดมลพิษทางอากาศให้กับบริเวณใกล้เคียงได้เป็นอย่างดี ซึ่งนั่นหมายถึงโอกาสในการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้กับชุมชนได้อีกมาก..
แล้วจุดกำเนิดของแบรนด์ “ข้าว 108” มาจากไหน ?
เดิมที บ้านสันหลวง เป็นทำเลที่เหมาะกับการปลูกข้าวอยู่แล้ว เพราะเป็นจุดบรรจบกันของแม่น้ำสำคัญหลายสาย จึงทำให้มีความอุดมสมบูรณ์ผลผลิตมีคุณภาพ
แต่ก็น่าเสียดายว่าก่อนหน้านี้ชาวบ้านยังไม่มีความรู้เรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และหาช่องทางการจัดจำหน่ายมากนัก จึงทำให้ไม่สามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตได้
ดังนั้นคูโบต้า จึงได้เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาในด้านของการตลาด, ช่องทางการจัดจำหน่าย ผ่านการ Re-Branding ให้แบรนด์ดูทันสมัยและเข้าถึงง่ายขึ้น
โดยการทำ “Storytelling” ที่ดึงเอาจุดเด่นของข้าว 4 สายพันธุ์ของชาวแม่จันทร์ ได้แก่
-ข้าวหอมแม่จัน
-ข้าวกล้องแม่จัน
-ข้าวเหนียวเขี้ยวงู
-ข้าวไรซ์เบอร์รี่
มาบอกเล่าเรื่องราวอันเป็นเอกลักษณ์ของข้าวที่เกิดจากความรักในเพาะปลูก ของชาวบ้านสันหลวง ที่ต้องการปลูกข้าวที่ดีที่สุดสำหรับผู้บริโภค เสมือนปลูกให้คนในครอบครัวทาน
จนออกมาเป็นแบรนด์ “ข้าว 108” ที่มีคุณสมบัติที่ เหนียวนุ่ม หอมนาน เมล็ดอวบ สวยขึ้นหม้อ
นอกจากนี้ คูโบต้า ยังมีส่วนสำคัญในการหาช่องทางการจัดจำหน่ายใหม่ ๆ โดยเฉพาะ “ออนไลน์” ให้แบรนด์ข้าว 108 อีกด้วย
อย่างการทำ Facebook Fanpage, การเปิดร้านใน Shopee และช่องทางอื่น ๆ เพื่อโอกาสที่มากขึ้น
สุดท้ายนี้ คูโบต้ายังตั้งใจขยายความสำเร็จของโครงการ “คูโบต้าร่วมมือ เกษตรร่วมใจ” ต่อไปอีก
โดยกลุ่มเกษตรกรอื่น ๆ ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ จะต้องมีการรวมกลุ่มในนามวิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์
และมีผลิตภัณฑ์เป็นของตนเอง สามารถเข้ามาติดต่อเข้าร่วมโครงการผ่านผู้แทนจำหน่ายสยามคูโบต้าทั่วประเทศ
ซึ่งการขยายผลในเฟส 2 นี้ คูโบต้าตั้งเป้าว่าจะมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในโครงการรวมทั้งสิ้น 248 กลุ่ม สามารถครอบคลุมทั่วพื้นที่การเกษตรทั่วประเทศทั้ง 72 จังหวัด เพื่อส่งเสริมภาคการเกษตรไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น” นั่นเอง..
Tag:Kubota
© 2022 Marketthink. All rights reserved.