Cartier สร้างปรากฏการณ์จัดแสดงโชว์เคสคอลเลคชั่นไฮจิวเวลรี Cartier Beautés du Monde สัมผัสประสบการณ์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย

Cartier สร้างปรากฏการณ์จัดแสดงโชว์เคสคอลเลคชั่นไฮจิวเวลรี Cartier Beautés du Monde สัมผัสประสบการณ์เครื่องประดับอัญมณีชั้นสูง สุดยิ่งใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย

6 ก.พ. 2023
คาร์เทียร์ (Cartier) แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติฝรั่งเศส สร้างปรากฏการณ์โชว์เคสไฮจิวเวลรีระดับโลกครั้งแรกในประเทศไทยกับคอลเลคชั่น Beautés du Monde จัดแสดงจิวเวลรีและเรือนเวลากว่า 300 ชิ้น หลังจากเผยโฉมมาแล้วที่มาดริด และเซี่ยงไฮ้

เพื่อให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์ไฮจิวเวลรีระดับตำนานของคาร์เทียร์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงสัญลักษณ์แห่งความหรูหราสง่างามและความมั่งคั่งเท่านั้น แต่ยังเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแสดงถึงฝีมืออันวิจิตรเปี่ยมล้นด้วยเรื่องราว ความชำนาญ และคุณค่าผ่านประวัติศาสตร์อันมากมาย ที่ก้าวข้ามกาลเวลาด้วยความปราณีตบรรจงตลอดกาล

โดยงานนี้จะเปิดให้ประชาชนผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2566 เพียงวันเดียวเท่านั้น ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ที่ https://register.beautesdumonde.cartier.com 

Beautés du Monde คอลเลคชั่น รังสรรค์ขึ้นจากแรงบันดาลใจในการเฝ้าสังเกตและชื่นชมความงดงามของโลกใบนี้ไม่ว่าจะอยู่แห่งใด ผ่านการถ่ายทอดความเชี่ยวชาญของคาร์เทียร์ในการดีไซน์อันสง่างาม รวมไปถึงการจับคู่ผสมผสานระหว่างอัญมณีเลอค่า ที่ขับเน้นองค์ประกอบของธรรมชาติและวัฒนธรรมอันหลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน สำหรับไฮจิวเวลรีที่นำมาโชว์เคสในครั้งนี้มาจากหลายหลายคอลเลคชั่นกว่า 300 ชิ้นที่มีความล้ำค่าเหนือกาลเวลา 

-SAMBHAL (ซอมบาล คอลเลคชั่น)
ทุตตี้ ฟรุตตี้ (Tutti Frutti) คือสัญลักษณ์ที่อยู่คู่คาร์เทียร์มาตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก ในปี 1920 ด้วยการจัดวางองค์ประกอบที่ดูสนุก ร่าเริงสดใสเบิกบานและน่ารับประทานไปพร้อมกัน และยังคงเป็นเช่นนั้นต่อเนื่องอยู่เสมอ ผ่านการตีความใหม่ ดังเช่นสร้อยคอเส้นนี้ ที่เมซงจินตนาการออกมาเป็นสไตล์ Peter Pan Collar (ปกเสื้อปีเตอร์แพน หรือที่คนไทยเรียกว่า ปกบัว) ที่งดงามประณีต 

-IWANA (สร้อยคออิวาน่า)
คาร์เทียร์ได้แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สร้อยคออิวาน่าจากผิวสัมผัสและมิติของผิวหนังอีกัวน่า เพื่อเผยความงดงามของสิ่งมีชีวิตชนิดนี้ ผ่านสร้อยคอประดับเพชรประกายระยิบและมรกตแวววาวระยับตา ทุกสิ่งถูกจัดวางอยู่บนตัวเรือนอันแยบยลแฝงความละมุนและนุ่มนวล ที่ทำให้เกิดความรู้สึกเหมือนลักษณะการเคลื่อนไหวขยับเขยื้อนอย่างช้าๆ ของอีกัวน่า คาร์เทียร์เน้นผิวสัมผัสให้ชัดเจนขึ้นด้วยการใช้เทคนิคการขึ้นตัวเรือนด้วยการต่อส่วนประกอบทรงสามเหลี่ยมฝังเพชรแต่ละชิ้นสลับไปมาแบบเรขาคณิต

โดยเว้นช่องว่างระหว่างกันไว้ให้เป็นฐานรองรับมรกตโคลัมเบียสุดตระการตาขนาด 43.45 กะรัต ที่ออกแบบตามสัญลักษณ์แห่งความเชี่ยวชาญและสไตล์ของคาร์เทียร์ให้เป็นทรงพีระมิดขอบมนที่ชวนให้นึกถึงหนามแหลมบนหลังของสิ่งมีชีวิตแสนมหัศจรรย์นี้ พร้อมเล่นกับแสงสะท้อนและโครงสร้างแบบกระจกเงา เพื่อเสาะหาเทคนิคเชิงสถาปัตยกรรมมาสร้างสรรค์มุมมองแปลกใหม่ให้กับคัมภีร์แห่งสรรพสัตว์ของเมซง 

-Beautés du Monde FINE JEWELRY Collection (โบเต้ ดู มงด์ ไฟน์จิวเวลรีคอลเลคชั่น)      
โบเต้ ดู มงด์ ไฟน์จิวเวลรีคอลเลคชั่น 3 ชุด นี้ คาร์เทียร์ได้รังสรรค์มาเพื่ออุทิศให้กับความงดงามของโลกใบนี้ด้วยเช่นกัน เครื่องประดับชุดแรก แสดงถึงความสนใจของคาร์เทียร์ที่มีต่อขนสัตว์และหนังของสรรพสัตว์มากว่าศตวรรษ ลวดลายของม้าลายจึงถูกนำมาตีความใหม่เพื่อประดับอยู่บนสร้อยคอในคอลเลคชั่นชุดนี้ ในส่วนของโซ่นั้น ลวดลายจะแลดูเป็นลายแฝงเชิงนามธรรมมากกว่าลายม้าลายที่เด่นชัด โดยใช้เพชร แท่งลูกปัดออนิกซ์และรูเบลไลต์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งสไตล์ของคาร์เทียร์มามากกว่าศตวรรษ รังสรรค์ออกมาเป็นโครงสร้างพร้อมทั้งช่วงจังหวะที่ทรงพลังให้กับองค์ประกอบต่างๆ

และเพื่อรักษาประเพณีดั้งเดิมของคาร์เทียร์ในการสร้างสรรค์เครื่องประดับที่สามารถแยกส่วนประกอบและสวมใส่ได้หลายแบบ สร้อยเส้นนี้จึงสามารถสวมใส่เป็นกำไลเส้นคู่หรือเป็นสร้อยติดคอแบบโชกเกอร์ได้ 

เครื่องประดับชุดที่สอง คาร์เทียร์ตระหนักรู้ถึงพลังแห่งความสวยงามของธรรมชาติแม้เพียงรายละเอียดที่เล็กที่สุด จึงได้นำเอาความสามารถนั้นมานำเสนอเป็นผลงานสร้างสรรค์มากมาย และในที่นี้เมซงได้นำแรงบันดาลใจจากต้นปาล์มซึ่งเคยถูกนำมาใช้ในการออกแบบเข็มกลัดทับทิมเมื่อปี 1957 โดยการนำโครงสร้างของลำต้นมาทอดยาวเป็นสายสร้อย คั่นช่วงด้วยลูกปัดรูเบลไลต์แทนผลปาล์มสีแดงก่ำและเรียงร้อยด้วยองค์ประกอบเดิมซ้ำไปจนรอบเส้น เพื่อมอบโครงสร้างเชิงกราฟิกให้กับสร้อยคอเส้นนี้ พร้อมสีสันที่ตัดกันอย่างสีแดงและสีดำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของคาร์เทียร์ ออนิกซ์สีดำวาวช่วยเน้นลายให้ชัดเจน ผสานมิติลุ่มลึกให้สร้อยคอเส้นนี้ยิ่งแลดูทรงพลัง 

เครื่องประดับชุดที่สาม คาร์เทียร์ได้นำอีกลวดลายจากธรรมชาติบนตัวผีเสื้อมาตีความใหม่ โดยให้ความสำคัญกับปีกของผีเสื้อ ซึ่งถ้าเพ่งมองในระยะใกล้แล้วจะเห็นโครงสร้างของลวดลายที่สวยงามแปลกตาราวกับผลงานศิลปะเชิงนามธรรม โดยการออกแบบนั้นเล่นกับความเป็นไปได้ที่หนึ่งลวดลายจะสามารถสรรสร้างได้ โดยใช้ชุดสีที่คาร์เทียร์เลือกใช้มามากกว่าศตวรรษ ได้แก่ ออนิกซ์สีดำขลับและรูเบลไลต์สีแดงก่ำ เพื่อรักษาสมดุลและเสริมมิติให้กับภาพรวมของทุกชิ้นงาน ทั้งสองสีล้วนมอบจังหวะให้กับท่วงทำนองแห่งดีไซน์ พร้อมเผยความโดดเด่นเชิงกราฟิกอีกด้วย  

-NOPAL (โนปาล คอลเลคชั่น)                            
สร้อยคอน้ำหนัก 102.17 กะรัต Cat’s eye Rubellite แหวน น้ำหนัก 44.08 กะรัต Cat’s eye Rubellite 

-PANDANA (ปองดานา คอลเลคชั่น)    
ความงามในคอลเลคชั่นนี้ คาร์เทียร์ได้รังสรรค์ด้วยแรงบันดาลใจจากรูปทรงและสีสันสดใสของผลไม้ต่างแดน 

-NISHIN (นิชิน คอลเลคชั่น)   
สร้อยคอคอลเลคชั่นนี้ นำเสนอดีไซน์อันวิจิตรในรูปแบบนามธรรมความเป็นวัฒนธรรมญี่ปุ่นผ่านกิโมโนรูปตัวที (T) ทรงยาว เน้นองค์ประกอบสีของของอัญมณีให้สดใสเหมือนสีสันฤดูใบไม้ผลิที่ผ่านกาลเวลามาบ่อยครั้ง การออกแบบมีโครงสร้างโดยรอบเป็นทรงยาวของจี้ที่เน้นแซฟไฟร์สี่สี 

-POROCA (ปูฮูกจาร์ คอลเลคชั่น)
คาร์เทียร์รังสรรค์สร้อยคอคอลเลคชั่นนี้ให้เหมือนทิวคลื่นที่ถูกกระตุ้นให้มีความเคลื่อนไหวตลอดเวลา โดยได้รับแรงบันดาลใจจากสีน้ำเงินเข้มของไพลินจากเกาะซีลอน (ศรีลังกา) น้ำหนัก 36.67 กะรัต   

-ENIVRE (อองนีฟ คอลเลคชั่น) 
สร้อยเส้นนี้คาร์เทียร์ได้ออกแบบให้เป็นเหมือนสถาปัตยกรรมแห่งแสงที่ส่องกระทบสะกดสายตาระยิบระยับจับตาที่น่าหลงใหลชวนมอง รวมถึงองค์ประกอบรูปทรงที่ทำให้เรียวเพชรทรงเหลี่ยมและทรงเหลี่ยมแบบเกลี้ยง ในโครงสร้างทรงเรขาคณิตที่บ่งบอกถึงดีไซน์ที่ดูสูงยาวเพรียว จินตนาการได้ถึงเส้นขอบฟ้าของมหานครอันรุ่งโรจน์ 

-RAYUELA (ฮายูเอลา คอลเลคชั่น)  
คอลเลคชั่นนี้ คาร์เทียร์รังสรรค์การออกแบบด้วยมรกตจากโคลัมเบียให้เป็นรูปทรงมรกตห้าเหลี่ยม น้ำหนัก 6.84 กะรัต 

นอกเหนือจากความงดงามของไฮจิวเวลรีที่ล้ำค่าแล้ว การออกแบบสถาปัตยกรรมเพื่อเนรมิต Cartier Beautés du Monde Bangkok Exhibition นับเป็นการสร้างประสบการณ์เหนือระดับ ครั้งแรกของเมืองไทยที่จะได้ยลโฉมการดีไซน์อันน่าทึ่ง จากการออกแบบโดย Jaime Hayon ดีไซเนอร์ชาวสเปน ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักออกแบบผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในโลก

อีกทั้งยังได้ร่วมเป็นประจักษ์พยานการเผยโฉมห้อง Thai Patrimony ซึ่งรังสรรค์ขึ้นโดย ศรัณย์ เย็นปัญญา นักเล่าเรื่องผ่านงานดีไซน์และศิลปะชาวไทย เรียกได้ว่างานนี้คาร์เทียร์ได้ผสมผสานการออกแบบสถานที่โชว์เคสไฮจิวเวลรีระดับโลกจากสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เพื่อให้คนไทยได้รับประสบการณ์ที่หาชมได้ยาก เก็บเป็นภาพความทรงจำสุดประทับใจครั้งหนึ่งในชีวิต Beautés du Monde Bangkok Exhibition ประกอบไปด้วย 5 ห้องหลัก คือ Lounge, Introduction room, https://register.beautesdumonde.cartier.com 
© 2024 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.