COVID-19 ฝันร้ายของโรงหนังไทย

COVID-19 ฝันร้ายของโรงหนังไทย

17 มี.ค. 2020
เป็นเวลาเกือบ 2 เดือน ที่โรงหนังในจีนมากกว่า 70,000 แห่ง
ประกาศปิดให้บริการอย่างไม่มีกำหนด ด้วยการระบาดของ COVID-19
เป็นผลกระทบที่รุนแรง ที่ค่ายหนังระดับโลกต่างๆ ไม่เคยเจอมาก่อน
เพราะรู้หรือไม่ว่า จีน คือขุมทรัพย์ของบรรดาค่ายหนัง ฮอลลีวูด
ที่ในแต่ละปีสร้างรายได้มหาศาล
เหตุการณ์นี้ ก็ถือว่าหนักหนาสาหัสอยู่แล้ว แต่เวลานี้สถานการณ์กลับเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม
เมื่อค่ายหนังระดับโลกต่างพร้อมใจเลื่อนโปรแกรมหนังฟอร์มยักษ์ที่นิยมนำมาฉาย
ในช่วงปลายเดือนมีนาคม - พฤษภาคม ของทุกๆ ปี
โดยในบ้านเราที่ประกาศเลื่อนมีอยู่หลายเรื่อง เช่น
Mulan
A Quiet Place Part II
Fast & Furious 9
The New Mutants
ขณะที่ Black Widow ที่มีกำหนดฉาย 29 เมษายน ณ เวลานี้ยังรอการยืนยัน
เพราะบรรดาค่ายหนังรู้ดีว่า หากยังดื้อดึงจะฉายเวลานี้
ผลลัพธ์ ได้ไม่คุ้มเสีย เมื่อคนดูน้อยเสี่ยงต่อการขาดทุน
เมื่อไม่มีใครกล้าเข้าโรงหนัง ซึ่งเป็นสถานที่ปิดอากาศเย็น
เหมาะแก่การแพร่เชื้อไวรัส COVID-19
แล้วโรงหนังอย่าง Major และ SF จะทำอย่างไร เพราะหากสถานการณ์ COVID-19
ยังยืดเยื้ออยู่อย่างนี้ นอกจากคนเข้าโรงหนังน้อยลง
อาจจะทำให้ตัวเองไม่มีหนังใหม่ๆ เข้าฉายเพื่อหารายได้
ซึ่งน่าจะเป็นวิกฤติที่ทั้ง Major และ SF ไม่เคยเจอมาก่อน
เพราะในช่วงเดือนที่ผ่านมา แม้จะมีหนังหลายเรื่องได้คะแนนรีวิวดี แต่รายได้กลับไม่ได้ดีตาม
เป็นสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง เพราะหากคนเข้าโรงหนังน้อยลง
นอกจากรายได้ค่าตั๋วจะน้อยลง ก็จะส่งผลกระทบไปยังยอดขายป๊อบคอร์นและเครื่องดื่มที่น้อยลง ตามไปด้วย
จนไปถึงแบรนด์สินค้าที่อาจชะลอการซื้อโฆษณาในโรงหนัง
ที่กล่าวมาล้วนเป็นรายได้หลักของธุรกิจนี้
เพราะหากเราดูสัดส่วนรายได้ของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
รายได้จากตั๋วหนังและขายอาหารเครื่องดื่ม 7,953 ล้านบาท คิดเป็น 74% จากรายได้ทั้งหมดของบริษัท
แล้วถ้าเราเป็นเจ้าของโรงหนังจะทำอย่างไร ?
เมื่อต้นทุนทุกอย่างคงที่ ทั้งเงินเดือนพนักงาน, ค่าเช่าสถานที่, ค่าน้ำค่าไฟ
แต่ในโรงหนังคนดูกับโหรงเหรง รายได้ลดน้อยลงอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
วิธีแก้เกมของ Major คือใช้โปรโมชันราคาสุดพิเศษ ที่ตัวเองไม่เคยทำมาก่อน
ด้วยราคา 29 บาท ดูได้ทุกเรื่อง ทุกรอบ ในช่วงวันที่ 2 - 4 มีนาคม
แต่จริงๆ แล้ว สถานการณ์เช่นนี้ การใช้ราคาอาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ตรงจุด
เพราะไม่ใช่คนไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าตั๋วภาพยนตร์ แต่คือคนไม่กล้าเข้าโรงภาพยนตร์ ต่างหาก
ทำให้ล่าสุด Major เลือกใช้วิธี ให้ 1 โรงหนัง ผู้ชมนั่งแถวเว้นแถว และในแถวเดียวกันก็ต้องเว้นห่าง 2 ที่นั่ง
ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ความจุของผู้ชมต่อ 1 โรงหนังลดน้อยลงมากกว่าครึ่งหนึ่ง
แต่...สุดท้ายวิธีนี้อาจไม่ช่วยอะไรเลย เมื่อโรงหนังส่วนใหญ่ก็อยู่ในศูนย์การค้า
ที่วันนี้ ก็อยู่สภาวะเงียบเหงาไร้ผู้คน ไม่เหมือนอย่างช่วงเวลาปกติ
เพราะหลายคนคิดว่าเมื่อก้าวเท้าออกจากบ้านเมื่อไร
ตัวเองก็มีความเสี่ยงในการติด COVID-19
และเมื่อคนไม่ไปศูนย์การค้า ธุรกิจโรงหนังต่อให้ทำโปรโมชัน มีแผนป้องกัน COVID-19 ดียังไง
ก็ไร้ความหมายอยู่ดี
ทำให้คอหนังหลายคน เวลานี้เลือกจะนอนอยู่บ้านเปิดทีวี หรือดู Netflix
น่าจะเป็นความบันเทิงที่ปลอดภัยที่สุดในเวลานี้
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีคนอยากเสี่ยงไปดูหนังที่โรงหรือไม่
ฝันร้ายของโรงหนังไทยก็ได้เกิดขึ้นแล้ว
เมื่อล่าสุดทาง ครม. มีมติให้ปิดสถานบริการ ซึ่งรวมถึงโรงภาพยนตร์..
ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล นับตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป
ซึ่งทาง Major และ SF ก็ต้องจำใจปิดให้บริการโรงหนังในพื้นที่ดังกล่าว
จากที่ต้องลุ้นว่ารายได้จะลดลงมากแค่ไหน
กลับไม่ต้องลุ้นอีกต่อไป เพราะตอนนี้มันได้หายไปหมดเรียบร้อยแล้ว
Reference
https://www.majorcineplex.com/…/movie-3days-special-summer-…
รายงานประจำปี เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.