
เปิดกลยุทธ์ขับเคลื่อนธุรกิจ “แกรนด์โฮม” พร้อมมอบสินค้านวัตกรรมทันสมัย และบริการคุณภาพกับลูกค้าทุกกลุ่ม
14 พ.ย. 2023
“แกรนด์โฮม” หนึ่งในผู้นำเรื่องของวัสดุก่อสร้างชั้นนำของไทย ล่าสุดได้เปิดบ้าน
เพื่อเผยแนวคิดและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในอนาคต
เพื่อเผยแนวคิดและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในอนาคต
พร้อมชูกลยุทธ์ส่งมอบสินค้านวัตกรรมทันสมัย และบริการที่มีคุณภาพสู่ผู้ใช้บริการ
แบบครบ จบ ในที่เดียว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม
แบบครบ จบ ในที่เดียว เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่ม
เริ่มตั้งแต่เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมาโครงการ สถาปนิก ดีไซเนอร์ และเจ้าของบ้าน
ในขณะที่ก็ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าเดิม ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ใน
“กลุ่มลักชัวรี"(Luxury)
ในขณะที่ก็ยังมุ่งให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าเดิม ควบคู่ไปกับการขยายฐานลูกค้าใหม่ใน
“กลุ่มลักชัวรี"(Luxury)
โดยปัจจุบันแกรนด์โฮมได้แบ่งธุรกิจออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
-ธุรกิจขายโครงการ (Project) นับตั้งแต่เจ้าของโครงการ ผู้รับเหมาโครงการ สถาปนิก ดีไซเนอร์
-ธุรกิจขายปลีก (Retail)
-ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce)
-ธุรกิจขายปลีก (Retail)
-ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce)
สำหรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจหลังจากนี้ บริษัท ฯ จะยังคงรักษามาตรฐานและให้ความสำคัญกับกลุ่มลูกค้าเดิมที่มีอยู่
ผ่านการจัดกิจกรรมทางการตลาดเพื่อสร้างสายสัมพันธ์ที่ดีกับกลุ่มลูกค้าธุรกิจขายโครงการอย่างต่อเนื่อง
ทั้งในส่วนของกลุ่มลูกค้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ (Retail & Commercial Building) กลุ่มธุรกิจโรงแรมและการบริการ (Hospitality) ควบคู่ไปกับการขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ไปในกลุ่มลักชัวรี (Luxury) เพิ่มมากขึ้น
ขณะเดียวกันในส่วนของกลุ่มลูกค้าธุรกิจขายปลีกจะมีการวางแผนปรับโฉมโชว์รูมเดิมที่มีอยู่จำนวน 4 แห่ง เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการภายใต้การบริการที่มีคุณภาพและมีจุดเด่น ครบ จบ ในที่เดียว
จากกลยุทธ์ดังกล่าว จะส่งผลให้แกรนด์โฮมมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจขายโครงการ (Project) อยู่ที่ 79% ธุรกิจขายปลีก (Retail) อยู่ที่ 20% และธุรกิจอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) อยู่ที่ 1%
โดยสัดส่วนรายได้ของแกรนด์โฮม มาจากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหลักคือ
-Tile & Bath มีสัดส่วนการขายที่ 80%
-Kitchen, กลุ่ม Home Appliance และกลุ่มสินค้า DIY อีก 20%
-Kitchen, กลุ่ม Home Appliance และกลุ่มสินค้า DIY อีก 20%
โดยในปี 2566 นี้ คาดว่าบริษัทจะสามารถสร้างรายได้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
คือประมาณ 4,050 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีที่ผ่านมา 8% มากกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 5%
คือประมาณ 4,050 ล้านบาท หรือเติบโตจากปีที่ผ่านมา 8% มากกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 5%
ซึ่งทีมผู้บริหารยังเผยอีกว่า “ทิศทางการดำเนินธุรกิจและการบุกตลาดของแกรนด์โฮมในปีหน้า ยังเน้นการคัดสรรผลิตภัณฑ์คุณภาพด้วยนวัตกรรมที่โดดเด่นตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
และเป็นผลิตภัณฑ์ ESG (Environment, Social, และ Governance) ซึ่งเป็นเทรนด์ของผลิตภัณฑ์ที่สำคัญและสอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนของโลก มาพร้อมบริการที่เป็นเลิศมอบให้กับลูกค้า
นอกจากนี้ แกรนด์โฮมยังจะนำเทคโนโลยีระบบดิจิทัลมาใช้ทั้งภายในและภายนอกองค์กรโดยเฉพาะนำมาบริหารลูกค้าทั้ง B2B และ B2C รวมถึงนำมาบริหารข้อมูลลูกค้า ในการสร้างดีลส่วนลดและสิทธิพิเศษอีกหลายอย่าง
ยกตัวอย่างเช่นการสร้าง Grand Home Application พร้อมปรับโฉมเว็บไซต์ให้เป็น Virtual Showroom
ที่ออกแบบมาเพื่อให้ความสะดวกสบายตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าทั้งสองกลุ่มอย่างครบครัน ใช้งานง่ายสะดวก แบบ One stop service
ที่ออกแบบมาเพื่อให้ความสะดวกสบายตอบโจทย์การใช้ชีวิตของลูกค้าทั้งสองกลุ่มอย่างครบครัน ใช้งานง่ายสะดวก แบบ One stop service
ด้านนายพีระพล ทยานุวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานขายโครงการและผลิตภัณฑ์ต่างประเทศ บริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด กล่าวว่า
สำหรับการนำผลิตภัณฑ์ไปทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่ผ่านมานั้นนับว่าได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าโครงการและกลุ่มลูกค้าเจ้าของบ้าน ซึ่งแนวทางการพัฒนาสินค้า
และบริการของแกรนด์โฮม ในอนาคตเราให้ความสำคัญกับการคัดสรรผลิตภัณฑ์จากทุกมุมโลก โดยมุ่งเน้นที่เทรนด์ (Trend) นวัตกรรม (Innovation) และการบริการ (Services) โดยมีกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ไฮไลต์อยู่ 3 กลุ่มได้แก่
ซึ่งเทรนด์ในปีนี้จะเน้นที่การเลียนแบบลายหินหายากและเสมือนจริงในกลุ่ม Sintered Stone Full Body เพื่อนำมาตอบโจทย์งานสถาปัตยกรรม ตกแต่งภายใน และเฟอร์นิเจอร์
-กลุ่ม Baths’ Story แหล่งรวมสุขภัณฑ์ชั้นนำจากแบรนด์ดังที่ตอบโจทย์ความหลากหลายของลูกค้าทั้งในเรื่องดีไซน์และราคา
นอกจากนี้ทางแกรนด์โฮมยังมี House Brand ชื่อ Victor นำมาช่วยเติมเต็มตลาดอีกด้วย ซึ่งเทรนด์สุขภัณฑ์ทุกวันนี้เน้นในเรื่องของ Smart Bathroom เป็นการนำเทคโนโลยีมาตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ สามารถปรับแต่งตามความต้องการของลูกค้าได้ (Customization) และที่สำคัญที่สุดคือมาพร้อมกับการติดตั้งและการบริการหลังการขาย
-กลุ่ม Kitchens’ Story ภายใต้ 2 แบรนด์ ได้แก่ Le Krua ครัวปูน และ The Common โดยจุดเด่นของ The Common คือ เป็นแบบ Modular ลูกค้าสามารถ Customise สร้างสรรค์สไตล์ได้ ซึ่งเป็นครัวที่สร้างมาจาก Pain point ของลูกค้าอย่างแท้จริง และสิ่งที่สร้างความมั่นใจสูงสุดกับทางลูกค้าคือเราควบคุมการผลิตทั้งหมดในรูปแบบ One Stop Service ด้วยทีม Grand Renovation ของเรา
“นอกจากนี้แกรนด์โฮมยังมุ่งเน้นการบริการที่ตอบโจทย์ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น Quick Solution และ Grand Renovation เพื่อให้บริการทั้งงานก่อสร้าง ต่อเติม จนถึงงานซ่อมแซมอีกด้วย” นายพีระพลกล่าวทิ้งท้าย
Tag:Grandhome