นักวิเคราะห์คาด ดีมานด์ในอุตสาหกรรมค้าปลีก จะหายไป 10% อย่างถาวร

นักวิเคราะห์คาด ดีมานด์ในอุตสาหกรรมค้าปลีก จะหายไป 10% อย่างถาวร

14 พ.ค. 2020
การระบาดของโควิด-19 ได้สร้างผลกระทบมหาศาลต่ออุตสาหกรรมค้าปลีก
ทำให้ต้องปิดหน้าร้าน ปลดพนักงาน และอาจถึงขั้นยื่นล้มละลาย
นอกจากนี้ ยังทำให้ผู้บริโภคมีพฤติกรรมซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าน้อยลงอีกด้วย
Ike Boruchow นักวิเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญด้านค้าปลีกของธนาคาร Wells Fargo
ได้กล่าวว่า ดีมานด์ หรือปริมาณความต้องการซื้อของผู้บริโภค
ในอุตสาหกรรมค้าปลีกโดยรวม อาจจะหายไป 5 - 10% อย่างถาวร
เมื่อเทียบกับดีมานด์ในช่วงก่อนเหตุการณ์วิกฤติโควิด-19
ซึ่งสาเหตุมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่กำลังเปลี่ยนไป จากความกังวลเรื่องโควิด-19
รวมถึงร้านค้าบางส่วน ก็ไม่สามารถตอบสนองต่อพฤติกรรมนั้นได้
เช่น ไม่เปิดขายสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์
Wells Fargo ได้ทำการสำรวจผู้บริโภคมากกว่า 1,000 คน ในช่วงอายุต่างกัน
และพบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามโดยเฉลี่ยแล้ว
วางแผนที่จะลดการใช้จ่ายลงประมาณ 8% เมื่อเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19
“นี้อาจมองโลกในแง่ร้ายมากเกินไป
อย่างไรก็ตาม การระบาดใหญ่ จะทำให้ความต้องการซื้อเสื้อผ้าและรองเท้าลดลงในระยะยาว” Boruchow
ตัวอย่างเช่น ผู้ผลิตรองเท้าชื่อดัง Under Armour
ได้ประกาศว่า ยอดขายของบริษัทจะลดลงมากถึง 60% ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2020
และจากผลสำรวจของ Wells Fargo พบว่า
มากกว่า 40% บอกว่า พวกเขาจะกลับไปซื้อเสื้อผ้าที่ร้านค้า ก็ต่อเมื่อครบ 3 เดือน หลังการระบาดสิ้นสุดลง
เกือบ 20% บอกว่า ต้องใช้เวลานานกว่า 3 เดือน ถึงกลับไปเข้าหน้าร้าน
และประมาณ 11% บอกว่า พวกเขาจะไม่กลับไปที่ร้านขายเสื้อผ้า หรือร้านขายรองเท้า
จนกว่าจะมีวัคซีน หรือยารักษาไวรัส..
ซึ่งในช่วงนี้ ผู้บริโภคจำนวนมากก็รู้สึกสบายใจที่จะท่องเว็บไซต์
และหยิบสินค้าใส่ตะกร้า บนอินเทอร์เน็ต
มากกว่าต้องไปหยิบจากชั้นวางของในห้างสรรพสินค้า
ดังนั้น ร้านค้าปลีกบางแห่ง ที่ต้องปิดหน้าร้านเป็นเวลาหลายสัปดาห์ เนื่องจากโรคระบาด
ก็เริ่มพยายามที่จะหารายได้ผ่านทางเว็บไซต์ เพื่อชดเชยส่วนของหน้าร้านที่หายไป
ทั้งนี้ ปัจจุบันยอดขายเครื่องแต่งกายและรองเท้าบนออนไลน์ในสหรัฐฯ คิดเป็น 25% ของยอดขายทั้งหมด
แต่ Wells Fargo คาดการณ์ ว่าโควิด-19 จะช่วยเร่งให้สัดส่วนออนไลน์คิดเป็น 30% ในเร็วๆนี้
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.