
SC พลิกโฉมครั้งประวัติศาสตร์ รีแบรนด์ครั้งใหญ่ ปูพรมโปรโมตโลโก้ใหม่ทั่วกรุง
31 มี.ค. 2026
ช่วงนี้ใครหลายคนน่าจะเคยเห็นป้ายโฆษณาของบริษัทชื่อ SC พร้อมโลโก้ทรงกลมไม่คุ้นตา
ตามสื่อ Out Of Home ที่อยู่ตามโลเคชันระดับ Prime Area ของประเทศ
ตามสื่อ Out Of Home ที่อยู่ตามโลเคชันระดับ Prime Area ของประเทศ
ไม่ว่าจะเป็นลานหน้าพารากอน, Emsphere, ทางด่วนเฉลิมมหานคร MRT และป้ายต่าง ๆ ทั่วกรุงฯ นอกเหนือจากป้ายบิลบอร์ดยักษ์เหล่านั้นแล้ว SC ยังทำเก๋ออกแบบคาราวานจักรยาน “Sunflower Bike” สร้างกิมมิกตระเวณขี่ไปทั่วกรุง ไม่ว่าจะเป็นย่านออฟฟิศ สวนสาธารณะ หรือแหล่งชุมชนต่าง ๆ เพื่อมอบดอกทานตะวัน ส่งต่อแนวคิดของโลโก้ใหม่ พร้อมแจกความสดใสให้คนเมืองได้สดชื่นกันทั่วเมืองด้วย
รู้ไหมว่านี่เป็นโลโก้พร้อมชื่อใหม่ของ SC Asset หรือ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เจ้าตลาดโครงการที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี
เจ้าของโครงการบ้านอย่าง Bangkok Boulevard และคอนโดมิเนียมอย่าง SCOPE
เจ้าของโครงการบ้านอย่าง Bangkok Boulevard และคอนโดมิเนียมอย่าง SCOPE
ที่ตัดสินใจ Rebranding ครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 20 ปี จากคนทำธุรกิจที่อยู่อาศัยเป็น “ผู้มอบประสบการณ์” ให้กับผู้คน
ด้วยการเปลี่ยนชื่อแบรนด์ใหม่เป็น SC และเปิดตัวโลโก้ พร้อม ๆ กับ CI แบบยกเครื่องใหม่หมด
นับเป็นมูฟระดับประวัติศาสตร์ของวงการอสังหาฯ ในไทยเลย
นับเป็นมูฟระดับประวัติศาสตร์ของวงการอสังหาฯ ในไทยเลย
อยากรู้ไหมว่าแบรนด์ระดับนี้ รีแบรนด์ครั้งหนึ่งเขาคิดอะไรบ้าง ทำไมถึงมารีแบรนด์ในช่วงที่ทุกอย่างดูไม่แน่นอนเหมือนตอนนี้ ? MarketThink จะสรุปให้ในโพสต์นี้
Charles Darwin นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษเคยบอกว่า “ตามธรรมชาติผู้ที่อยู่รอดไม่ใช่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด แต่คือผู้ที่ปรับตัวได้ดีที่สุด”
ธุรกิจก็เช่นกัน.. ธุรกิจไหนปรับตัวตามสถานการณ์ได้ดีก็มีโอกาสอยู่รอดสูง
ที่ต้องยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด เพราะว่าตอนนี้ SC มองว่าสภาพเศรษฐกิจ, สถานการณ์โลก และอีกหลาย ๆ ปัจจัยมีผลทำให้หลาย ๆ อุตสาหกรรมมีความผันผวนและไม่แน่นอนสูงมาก
ดังนั้นการรีแบรนด์ในช่วงนี้ไม่ใช่สิ่งที่ SC มองว่า “ควรทำ” แต่เป็น “ต้องทำ”
ถ้า SC อยากอยู่รอด ซึ่งเป็นที่มาของการรีแบรนด์ในวันนี้นั่นเอง
ถ้า SC อยากอยู่รอด ซึ่งเป็นที่มาของการรีแบรนด์ในวันนี้นั่นเอง
ไฮไลต์ของการปรับตัวในครั้งนี้จะอยู่ที่การตัดคำว่า “Asset” ออกจากชื่อแบรนด์ (จาก SC Asset เป็น SC) และเปลี่ยนโลโก้พร้อม CI ใหม่ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากดอกทานตะวัน

ทีนี้คำถามต่อมาคือ ทำไมต้องเป็นดอกทานตะวัน ?
ต้องบอกก่อนว่าการปรับตัวของ SC ครั้งนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสีกับโลโก้เฉย ๆ แต่ต้องการเปลี่ยนวิธีคิดขององค์กรใหม่
SC จะไม่มองตัวเองว่าเป็นคนทำธุรกิจอสังหาฯ แค่อย่างเดียวแล้ว แต่ต้องการเข้าไปอยู่ในไลฟ์สไตล์ของผู้คน ในฐานะ “ผู้มอบประสบการณ์”
ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมต้องตัดคำว่า Asset ที่สื่อความถึงสินทรัพย์ออกไป
ซึ่งเป็นที่มาว่าทำไมต้องตัดคำว่า Asset ที่สื่อความถึงสินทรัพย์ออกไป

นอกจากชื่อแบรนด์แล้ว ทั้งสี, ฟอนต์ที่ใช้, โลโก้ รวมไปถึงวิธีการสื่อสาร ที่นักการตลาดเรียกว่า Brand CI ใหม่หลังจากการรีแบรนด์ของ SC ก็ควรจะต้องสื่อถึงแนวทางนี้เช่นกัน
SC เลยไปดึง Pentagram บริษัทออกแบบระดับโลกจากประเทศอังกฤษให้เข้ามาช่วยงานรีแบรนด์ครั้งนี้
โดยทางทีมงานของ Pentagram ได้เข้าสัมภาษณ์ผู้บริหารและทีมงานของ SC อย่างเข้มข้น ถึงสินค้า, แนวทางการทำธุรกิจ ไปจนถึงเรื่องกลุ่มเป้าหมาย
เพื่อหาตัวตนใหม่ที่ SC ควรจะเป็นหลังจากนี้ว่าเป็นแบบไหน ?
ก่อนจะได้คำตอบว่าควรใช้ดิไซน์จาก “ดอกทานตะวัน” เพราะมีความหมายเชิงนามธรรมสอดคล้องกับแนวทางใหม่ของ SC ได้ชัดเจนที่สุดแล้ว
ที่บอกว่าสะท้อนตัวตนได้ชัด เพราะถ้าลองสังเกตดูดี ๆ ตัวเมล็ดในดอกทานตะวัน จะมีการเรียงตัวที่ไม่ซ้ำกัน

กิมมิกตรงนี้เหมาะมากที่จะเอามาสื่อให้เห็นถึงการเติบโตที่ไม่มีที่สิ้นสุด และไม่จำกัดแค่แนวทางเดิม ๆ เหมือนวิธีคิดแบบใหม่ของ SC หลังจากนี้
ต่อมาคือดอกทานตะวันจะหันหน้าเข้าหาแสงอาทิตย์เสมอ สามารถเอามาใช้สื่อสารได้ว่า SC พร้อมจะหันหน้าเข้าหา “ลูกค้า” ก่อนเสมอ ไม่ว่าลูกค้าจะต้องการประสบการณ์แบบไหน SC ก็พร้อมตอบโจทย์
พอได้ดอกทานตะวันแล้ว.. ดิไซน์ใน CI ใหม่ของ SC เลยถูกออกแบบโดยยึดมาจากดอกทานตะวันเป็นหลัก ตั้งแต่สีส้ม ขาว ใน CI ของแบรนด์ พร้อมโลโก้ที่ได้ส่วนเว้าส่วนโค้งเหมือนรูปดอกทานตะวันเหมือนที่เราเห็นกันนั่นเอง
และรู้ไหมว่านอกจากรีแบรนด์แล้ว SC ยังได้เผยถึงเป้าหมายใหม่ ๆ ในมุมธุรกิจ พร้อมเปิดกลยุทธ์หลังจากนี้ไว้ว่า
ภายในปี 2569 นี้ SC อยากมีรายได้รวมที่ 25,500 ล้านบาท หรือเติบโต 21% ให้ได้จากปีก่อนหน้า
และภายในปี 2573 หรืออีก 5 ปีหลังจากนี้ SC อยากมีสัดส่วนกำไรที่มาจากธุรกิจอื่น นอกจากที่อยู่อาศัยให้มากกว่า 30%

แล้ว SC จะทำได้อย่างไร ?
คำตอบคือ SC จะทำการแบ่งเครื่องยนต์ (Engine) ในการทำธุรกิจออกเป็น 3 ประเภทตามวิธีคิดแบบใหม่ของแบรนด์ เริ่มตั้งแต่
1. Engine 1 อสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัย (For Good Mornings)
ปีนี้ SC จะเปิดตัว 17 โครงการอสังหาฯ ใหม่ พร้อมเปิดตัว 8 ดิไซน์ใหม่ในฝั่งของโครงการบ้าน
ยกตัวอย่างเช่น
- The Haussmannian Bridge Series
- The Haussmannian Ascent Series
- French Resonance
- The Haussmannian Ascent Series
- French Resonance
โดยทุกโครงการจะเน้น “ความสง่างามจากภายใน” ทั้งมิติของดิไซน์ ฟังก์ชัน และการจัดสรรพื้นที่ใช้สอย ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ที่มองหาความสมดุลในชีวิตมากยิ่งขึ้น
ซึ่งทั้งหมดก็เพื่อยกระดับประสบการณ์การอยู่อาศัยตามวิธีคิดใหม่ของ SC นั่นเอง

2. Engine 2 อสังหาฯ รายได้ประจำ (The Way Forward)
SC ต้องการสร้าง Recurring Income เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของยอดขายบ้าน
ด้วยการเข้าไปเล่นในธุรกิจโรงแรมตามเมืองท่องเที่ยวอย่างพัทยาและภูเก็ต รวมถึงลงไปเล่นในธุรกิจคลังสินค้า (Warehouse) และพลังงานทางเลือกสำหรับ Data Center ไม่ว่าจะเป็น
- ขยายธุรกิจโรงแรมในพัทยาและภูเก็ตเพิ่ม 450 ห้อง
- พัฒนาคลังสินค้าโซนบางนาและ EEC เพิ่มอีก 170,000 ตร.ม.
- เตรียมลงทุนด้านพลังงานทางเลือกรองรับ Data Center
- พัฒนาคลังสินค้าโซนบางนาและ EEC เพิ่มอีก 170,000 ตร.ม.
- เตรียมลงทุนด้านพลังงานทางเลือกรองรับ Data Center

3. Engine 3 ธุรกิจใหม่เพื่ออนาคต (For Better Tomorrow)
ในส่วนนี้จะเป็นการหา S-Curve ใหม่ ๆ ให้บริษัท โดย SC จะเน้นไปที่งานบริการหลังการขาย (After-Sale Service) โดยเฉพาะบริการ Concierge ผู้ช่วยส่วนตัวระดับโรงแรม 5 ดาว
ภายใต้แบรนด์ LINTON เน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับ Ultra Luxury โดยปีนี้จะเพิ่มโครงการที่รองรับบริการดังกล่าวจากเดิม 150 เป็น 260 โครงการ โดยธุรกิจในส่วนนี้ SC ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 400 ล้านบาท
- สุดท้ายนี้การรีแบรนด์ของ SC ในครั้งนี้ถือเป็นกรณีศึกษาของการ “Rebranding” ที่ดีเลย
ว่าการรีแบรนด์ที่ดี ไม่ควรจะต้องทำแค่เปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนวิธีสื่อสาร เท่านั้น
ว่าการรีแบรนด์ที่ดี ไม่ควรจะต้องทำแค่เปลี่ยนโลโก้ เปลี่ยนสี หรือเปลี่ยนวิธีสื่อสาร เท่านั้น
แต่ควรจะต้องเปลี่ยนไปถึง “วิธีคิด” และสิ่งที่เปลี่ยนก็ควรจะต้องสะท้อนวิธีคิดแบบนั้นออกมาได้ด้วยนั่นเอง..
ทำความรู้จักการรีแบรนด์ของ SC ได้ที่ https://sc.scasset.com/mAFsU

#SC
#Rebranding
#RealEstate
#SunflowerMindset
#Rebranding
#RealEstate
#SunflowerMindset