
TOSTEM เปิดตัวนวัตกรรมและดีไซน์ใหม่ประตู “GIESTA” และ “IN16” ในงานสถาปนิก’69 เร่งเจาะลูกค้าเจ้าของบ้าน-อาคารเชิงพาณิชย์ เล็งขยาย TOSTEM Studio ครบ 25 สาขา ครอบคลุมทุกภูมิภาคภายในปีนี้
23 เม.ย. 2026
TOSTEM ตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมครบวงจร เปิดตัว 2 โปรดักส์ใหม่ ประตูหน้าบ้าน “GIESTA” ดีไซน์ใหม่ 3 รูปแบบ ประยุกต์เทคนิคลายไม้ญี่ปุ่นบนบานเหล็ก พร้อมสีใหม่ Chestnut(เชสต์นัต) และ “IN16 Interior Series” (ไอเอ็นซิกส์ทีน) นวัตกรรมประตูและฉากกั้นภายในดีไซน์บางเฉียบ 16 มม.
ทั้งบานเลื่อนแขวน (Synchronized Hanging Door) เปิด-ปิดได้พร้อมกันสองฝั่ง บานเปิด (Swing Door with Floor Spring Hinges) มีโช๊คประตูฝังพื้นและฉากกั้นห้องแบบเข้ามุม (Corner Type Fixed Divider) เตรียมเผยโฉมครั้งแรกในงานสถาปนิก’69 วันที่ 28 เม.ย. - 3 พ.ค. นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมประกาศเพิ่มสัดส่วนลูกค้ากลุ่มเจ้าของบ้าน-อาคารเชิงพาณิชย์ ขยายฐานสู่ภูมิภาคผ่านเครือข่าย TOSTEM Studio ปักหมุดให้ครบ 25 สาขาทั่วประเทศ มุ่งผลักดันรายได้ปี 2569เติบโต 20%
นายวิชา วรสายัณห์ ลีดเดอร์ กลุ่มธุรกิจเฮาส์ซิ่งเทคโนโลยี บริษัท แอล เอช ที เอเซีย เซลส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตประตูหน้าต่างอะลูมิเนียมแบรนด์ “ทอสเท็ม” (TOSTEM) ภายใต้บริษัท ลิกซิลคอร์ปอเรชั่น จำกัด (LIXIL) กล่าวว่า จากความสำเร็จในการขยายผลิตภัณฑ์ TOSTEM ในประเทศไทย ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักออกแบบ สถาปนิก และอินทีเรียร์ดีไซเนอร์
ล่าสุด TOSTEM ได้ต่อยอดความสำเร็จและตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมประตู-หน้าต่างอะลูมิเนียมครบวงจร ด้วยการยกระดับโซลูชันกลุ่มประตูภายนอก “GIESTA” และประตูและฉากกั้นภายใน “IN16 Interior Series” รุ่นใหม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ที่เน้นความยืดหยุ่นและความเป็นอยู่ที่ดีโดยจะเปิดตัวครั้งแรกในงานสถาปนิก’69 (Architect Expo 2026) ซึ่งเป็นงานแสดงเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมและผลิตภัณฑ์ก่อสร้างใหญ่ที่สุดในอาเซียน
การจัดแสดงของ TOSTEM ในครั้งนี้ นำเสนอภายใต้แนวคิด “BEYOND THE FRAME” สัมผัสนิยามใหม่ที่มากกว่าประตู-หน้าต่าง มุ่งสู่ผู้นำด้านดีไซน์และนวัตกรรม โดยมีไฮไลท์สำคัญ คือ การเปิดตัวดีไซน์ใหม่ของประตูเหล็กลายไม้ “GIESTA” ที่นำเทคนิค‘Uzukuri’ (อุซุคุริ) หรือการขัดผิวไม้ให้ลวดลายวงปีปรากฏเป็นรอยนูนตามแบบฉบับญี่ปุ่นมาประยุกต์ใช้กับบานประตูเหล็ก เพื่อเน้นลายไม้ให้โดดเด่นและสัมผัสเสมือนไม้จริง มีสีให้เลือกหลากหลาย
พร้อมเปิดตัวสีใหม่ Chestnut สีน้ำตาลโทนอบอุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจจากไม้ธรรมชาติ ขับเน้นอาคารให้ดูมีเสน่ห์และลุ่มลึกยิ่งขึ้น โดยยังคงคุณภาพด้วยเทคโนโลยีการผลิตขั้นสูงตามมาตรฐานวิศวกรรมญี่ปุ่น จนได้โครงสร้างเหล็กที่แข็งแรงทนทาน พร้อมซีลยาง วงกบแน่นหนาเพื่อลดการรั่วซึมของน้ำและอากาศ มีระบบล็อก 2 ชั้นเพิ่มความปลอดภัย พร้อมด้วยกุญแจแบบ Reversible เพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้งาน ซึ่งมีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่
• รุ่น D04 ประตูสไตล์ Japanese Modern นำเสน่ห์ของเส้นระแนงแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมมาตีความใหม่ โดยจัดวางเส้นสายให้ต่อเนื่องกันตลอดทั้งบาน สร้างความรู้สึกเรียบหรู แต่ทรงพลังด้วยเอกลักษณ์ที่ชัดเจน
• รุ่น G05 ประตูสไตล์ Soft Contemporary โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมนที่มอบสัมผัสอบอุ่นเสมือนไม้แท้ พร้อมช่องกระจกเปิดรับแสงธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่นุ่มนวลและเป็นมิตร
• รุ่น C01 ประตูสไตล์ European Classical with Modern Proportion นำการตกแต่งคิ้วแบบยุโรปผสานเข้ากับความโมเดิร์น มอบความสง่างามทั้งภายนอกและภายในบ้าน
ขณะที่ “IN16 Interior Series” ซึ่งเป็นกลุ่มสินค้าประตูและฉากกั้นสำหรับจัดสรรพื้นที่ภายในที่อยู่อาศัยให้เชื่อมต่อกันได้อย่างไร้รอยต่อ โดดเด่นด้วยเส้นสายที่เพรียวบางของกรอบบานเพียง 16 มม. ช่วยผสานบรรยากาศจากธรรมชาติภายนอกกับพื้นที่ภายในอย่างกลมกลืน และซ่อนรอยต่อของสกรูไว้อย่างแนบเนียน เพิ่มความสบายตาและโปร่งโล่งสบายให้กับบ้านพร้อมสีให้เลือกถึง 5 สี ทั้ง Natural White, Shine Gray, Autumn Brown, Dusk Gray และ Natural Black โดยซีรีส์นี้ประกอบด้วย
• Synchronized Hanging Door บานเลื่อนแขวนดีไซน์ใหม่ กับฟังก์ชันซินโครไนซ์ที่เปิด-ปิดบานพร้อมกันทั้งสองฝั่งได้อย่างเงียบสนิท นุ่มนวล ด้วยสัมผัสเดียว พร้อมซ่อนระบบรางเพื่อความสบายตา โดยยังคงความแข็งแรงแต่เพรียวบางด้วยโปรไฟล์และมือจับขนาด 16 มม. ประหยัดพื้นที่ ดีไซน์เรียบหรูเข้ากับทุกสไตล์การตกแต่ง
• Swing Door with Floor Spring Hinges บานเปิดพร้อมมีโช๊คประตูฝังพื้น มอบการใช้งานที่นุ่มนวล และทนทานในระยะยาว ดีไซน์กลมกลืนกับพื้นที่ ตอบโจทย์งานตกแต่งที่ต้องการความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยรสนิยม
• Corner Type Fixed Divider ฉากกั้นห้องแบบเข้ามุมที่ช่วยเพิ่มมิติใหม่ให้พื้นที่ภายในบ้าน แบ่งโซนการใช้งานได้อย่างลงตัว พร้อมดีไซน์บางเบา โปร่งโล่ง เชื่อมโยงทุกบรรยากาศให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว
TOSTEM ยังเตรียมสร้างความประทับใจผ่านบูธจัดแสดงที่เปิดให้สัมผัสสุนทรียภาพของการจัดสรรสเปซ ซึ่งออกแบบโดยภากร มหพันธ์ สถาปนิกจากบริษัท เอ็มสเปซ จำกัด (M SPACE) ที่หยิบยกความอ่อนช้อยทว่าแข็งแกร่งของเกราะซามูไรญี่ปุ่นมาตีความใหม่เป็นเส้นสายโค้งมนในการตกแต่งฟาซาด
โดยตัวโครงสร้างถูกออกแบบให้ลอยเด่นและเปิดกว้างทั้ง 4 ทิศทางพร้อมชั้นลอยที่มองเห็นภาพรวมทั้งหมดได้จากด้านบน ภายในบูธยังถูกเนรมิตให้เป็นเขาวงกตที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการเคลื่อนที่แบบพินบอล มานำทางให้ผู้คนออกสำรวจเส้นทาง และใช้เวลากับแต่ละห้องย่อยที่เชื่อมกันอย่างไร้รอยต่อด้วยบานประตูและบานเลื่อนจาก TOSTEM
พร้อมสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าในงานสถาปนิก’69 อาทิ มอบส่วนลด 15% สำหรับสินค้าซีรีส์GRANTS, ATIS, IN16 เมื่อมัดจำค่าสินค้า 20,000 บาท ภายในงานสถาปนิก’69 เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 เมษายน – 3พฤษภาคม 2569 และสั่งซื้อสินค้าและติดตั้งภายใน 31ตุลาคม 2569 ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมการขายเท่านั้น
นายวิชา กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทได้ปรับกลยุทธ์และทิศทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีการชะลอการเปิดโครงการใหม่ ส่งผลให้กลุ่มลูกค้าโครงการ (Project) เติบโตชะลอลง
TOSTEM จึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนลูกค้าในตลาดศักยภาพสูงที่ยังคงต้องการโซลูชันที่อยู่อาศัยใหม่ อย่างเช่นกลุ่มเจ้าของบ้าน (Retail) ที่กำลังรีโนเวทหรือสร้างบ้านใหม่และกลุ่มอาคารเชิงพาณิชย์ (Commercial Building)อาทิ โรงแรม รีสอร์ท โรงพยาบาล ร้านอาหาร อาคารสำนักงาน และสถานศึกษา
สำหรับกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงลูกค้าทั้ง 2 กลุ่มหลักนี้ TOSTEM มุ่งขยายเครือข่ายการให้บริการครอบคลุมพื้นที่จังหวัดต่างๆ โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่และจังหวัดท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงและยังมีช่องว่างในการทำตลาด โดยร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจในการพัฒนา TOSTEM Studio ที่บริหารงานโดยตัวแทนจำหน่ายผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเปิดพื้นที่ประสบการณ์ให้ลูกค้าได้สัมผัสดีไซน์และนวัตกรรมที่อยู่อาศัยของ TOSTEM ด้วยตนเอง
โดยปัจจุบัน TOSTEM Studio เปิดให้บริการแล้ว 18 แห่งทั่วประเทศ อาทิ กรุงเทพฯ ปทุมธานีสมุทรปราการ นครปฐม อยุธยา พิษณุโลก ชลบุรีอุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี นครราชสีมา สงขลาน่าน เชียงราย เชียงใหม่ และตั้งเป้าจะขยายให้ครบ 25สาขาภายในปีนี้ เพื่อให้ TOSTEM Studio เป็นตัวกลางในการเชื่อมโยงแบรนด์สู่กลุ่มลูกค้าในทุกภูมิภาคได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดว่าการขยายเครือข่ายในครั้งนี้จะช่วยให้ยอดขายรวมในปี 2569 เติบโตขึ้น 20%จากปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถมาร่วมสัมผัสดีไซน์และนวัตกรรมการอยู่อาศัยใหม่ของ TOSTEM พร้อมโปรโมชั่นพิเศษได้ในงานสถาปนิก’69 ระหว่างวันที่ 28 เมษายน – 3พฤษภาคม 2569 ณ บูธ D108 เสาที่ 22 ชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 ทางเข้า 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สามารถสอบถามรายละเอียดข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่TOSTEM LINE Official - @tostemthailand