สรุปอินไซต์ Instagram ปี 2026 ลงภาพสไลด์ ได้ยอดวิวดีสุด เพราะอัลกอริทึมดันขึ้นฟีด 2 รอบ

สรุปอินไซต์ Instagram ปี 2026 ลงภาพสไลด์ ได้ยอดวิวดีสุด เพราะอัลกอริทึมดันขึ้นฟีด 2 รอบ

26 เม.ย. 2026
หลายคนอาจรู้สึกเหมือนกันว่า ช่วงที่ผ่านมาทำคอนเทนต์ลง Instagram แล้วยอด Engagement ไม่ปังเหมือนเมื่อก่อน
ซึ่ง Socialinsider จึงได้ทำการวิเคราะห์โพสต์บน Instagram กว่า 35 ล้านโพสต์ พบว่า Engagement โดยรวมลดลงจริง กว่า 24% เมื่อเทียบกับช่วงปี 2024
นี่จึงอาจเป็นสัญญาณที่บอกว่า เรากำลังอยู่ในยุค “Attention Economy ล้นตลาด” ที่คอนเทนต์ถูกผลิตขึ้นมาจำนวนมหาศาล แต่ความสนใจของผู้คนกลับมีอยู่อย่างจำกัด
แล้วปี 2026 แบรนด์ นักการตลาด และครีเอเตอร์ ต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง ? บทความนี้ MarketThink สรุป 5 อินไซต์สำคัญและกลยุทธ์การปรับตัวมาให้แล้ว
1. “ภาพสไลด์” (Carousel) คือคอนเทนต์ที่สร้างยอด Views และ Saves ได้ดีที่สุด
หลายคนคิดว่า ยุคนี้ต้องทำวิดีโอสั้นตามเทรนด์เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้ว Carousel หรือคอนเทนต์รูปภาพที่สไลด์ดูทีละรูป กลับมี Engagement Rate สูงสุดบน Instagram ถึง 0.55%
ซึ่งเหตุผลก็เพราะ Carousel ถูกออกแบบมาให้คนต้องหยุดดูและมีปฏิสัมพันธ์ด้วยการเลื่อนอ่านทีละภาพ ซึ่งเหมาะมาก ๆ กับคอนเทนต์ความรู้ เช็กลิสต์ หรือคอนเทนต์ที่ต้องเล่าเรื่องแบบลึกซึ้ง
นอกจากนี้ อัลกอริทึมของ Instagram ยังดัน Carousel ให้แสดงผลบนฟีดถึง 2 รอบ
ถ้าคนดูเลื่อนผ่านโพสต์ของเราในรอบแรก ระบบจะนำรูปภาพในหน้าอื่นของโพสต์เดิมมาโชว์ให้เห็นอีกครั้งในภายหลัง ทำให้คอนเทนต์รูปแบบนี้กวาดยอด Views ได้สูงสุดมากกว่ารูปแบบอื่น ๆ
เทคนิคสำหรับแบรนด์หรือครีเอเตอร์ที่อยากกระตุ้นยอด Views และ Saves
- รูปแรกต้องทำให้คนสงสัย หรือทำภาพหน้าปกที่หยุดนิ้วได้ทันที
- ถ้าเรามีรูปเยอะ สามารถลงไปได้เลย ไม่ต้องกลัวว่าคอนเทนต์จะยาวเกินไป เพราะถ้าคอนเทนต์มีคุณภาพมากพอ จะช่วยกระตุ้นให้คนกดเซฟได้ดีกว่าคอนเทนต์สั้น ๆ
- ทำสติกเกอร์ ข้อความ หรือแคปชันที่บอกให้คนกดเซฟไว้ดูภายหลัง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้คนทำตามได้เป็นอย่างดี ตามแนวคิด Nudge Theory
__________________
2. คลิป Reels คือคอนเทนต์ที่ดีที่สุดในการหาผู้ติดตามใหม่
ปัจจุบันคลิป Reels เปรียบเสมือนไฟต์บังคับที่ทุกแบรนด์จะต้องทำ เพราะมี Engagement Rate ตามมาติด ๆ ที่ 0.52%
และไม่ว่าแอ็กเคานต์ของเราจะใหญ่แค่ไหนก็ตาม คลิป Reels คือฟอร์แมตที่ดีที่สุดในการเรียกยอดคอมเมนต์
และถ้ายิ่งบัญชีของเราใหญ่ขึ้น คลิป Reels ก็จะยิ่งดึงดูดคอมเมนต์ทิ้งห่างฟอร์แมตอื่นได้แบบขาดลอย
ซึ่งแสดงให้เห็นถึงพลังของคลิป Reels ในการสร้างความใกล้ชิดและความผูกพันระหว่างแบรนด์หรือครีเอเตอร์ กับตัวผู้ชมได้เป็นอย่างดี
เทคนิคสำหรับแบรนด์หรือครีเอเตอร์ที่อยากกระตุ้นยอดคอมเมนต์
- สัดส่วนของคอนเทนต์ในตอนนี้ ควรเป็นคลิป Reels ประมาณ 60-70% เพื่อเน้นการเข้าถึง
- ในช่วงไม่กี่วินาทีแรกของคลิป ลองตั้งคำถาม เล่นกับกระแส หรือสร้างความท้าทายที่น่าตื่นเต้น เช่น ทำภารกิจ, เล่าประสบการณ์ร่วมหรือประสบการณ์หายาก เพื่อกระตุ้นให้คนคอมเมนต์
__________________
3. ภาพเดี่ยว เป็นรูปแบบคอนเทนต์ที่แย่ที่สุด
ใครที่ยังเน้นโพสต์ “ภาพเดี่ยว” แบบโดด ๆ อาจจะต้องปรับกลยุทธ์ใหม่ เพราะคนไม่ได้ตื่นเต้นกับภาพนิ่งธรรมดา ๆ อีกต่อไป ซึ่งทำให้ Engagement Rate ของภาพเดี่ยวลดลงมากถึง 17%
เทคนิคการทำคอนเทนต์ภาพเดี่ยว
- เลิกลงคอนเทนต์แบบภาพเดี่ยว และถ้าเรามีรูปสวย ๆ หลายรูป ควรลงเป็นรูปแบบ Carousel แทน หรือนำภาพเดี่ยวไปลง Instagram Stories จะช่วยสร้างความเรียล และสร้างความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ (Brand Trust) ได้ดีกว่ามาก
__________________
4. เลิกโฟกัส “ยอดไลก์” แต่ไปโฟกัส “Private Engagement” แทน
ปัจจุบันพฤติกรรมของผู้ใช้งาน Instagram เปลี่ยนจากการมีปฏิสัมพันธ์แบบเปิดเผย เช่น การกดไลก์ คอมเมนต์ ไปเป็นการมีปฏิสัมพันธ์แบบเป็นส่วนตัวมากขึ้น เช่น การกดเซฟ หรือการกดส่ง DM ให้เพื่อนแทน
ดังนั้น ตัวเลข Engagement บนหน้าฟีดที่ลดลงจึงสะท้อนว่า ผู้คนในปัจจุบันเลือกที่จะโฟกัสกับวงสนทนาที่แคบลง และโฟกัสคอนเทนต์ที่สร้างแรงบันดาลใจจริง ๆ มากขึ้น
เทคนิคการทำคอนเทนต์ให้ได้ Private Engagement
- คอนเทนต์ที่ชนะใจคนยุคนี้จะต้องมีความเข้าถึงง่าย และมีประโยชน์ชัดเจนแบบเกี่ยวข้องกับพวกเขาจริง ๆ จนคนดูรู้สึกว่า “ต้องแชร์คอนเทนต์นี้ไปให้เพื่อนดู”
ตัวอย่างเช่น ถ้าเป็นคอนเทนต์เที่ยว แล้วเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่หาไม่ได้ หรือสิ่งที่คนไปเที่ยวจะต้องพบเจอแน่นอน จะช่วยให้คนกดแชร์ไปให้เพื่อนดูได้ง่ายมาก ๆ
เช่น เที่ยวภูเขาไฟที่อินโดนีเซีย แล้วจะต้องเจอเขม่าควันและแก๊สกำมะถันจากภูเขาไฟที่กำลังปะทุแน่นอน ซึ่งจะทำให้แสบหูแสบตา ต้องใส่หน้ากากกันแก๊สอยู่ตลอด คอนเทนต์แบบนี้จะได้แชร์เยอะมาก
__________________
5. ยอด Followers โตยากในยุคนี้ คือเรื่องปกติ
จากข้อมูลพบว่า “ยิ่งแอ็กเคานต์ใหญ่มากเท่าไร ยอดผู้ติดตามยิ่งโตช้าลงมากเท่านั้น”
โดยเพจที่มีผู้ติดตามหลักพันคน ยังอาจพอเห็นการเติบโตที่ระดับ 20% แต่พอมียอดผู้ติดตามหลักแสนคนปุ๊บ การเติบโตจะช้าลงเหลือเพียงประมาณ 11% เท่านั้น
เทคนิคการทำคอนเทนต์เมื่อมียอดผู้ติดตามเยอะมากแล้ว
- ควรเลิกวิ่งตามยอด Reach หรือ Views แบบฉาบฉวย แต่หันมาโฟกัสที่ “การรักษาฐานแฟนคลับ”, การสร้างความแตกต่างจากแบรนด์หรือเพจอื่น ๆ และมอบคุณค่ากับผู้ติดตาม เพื่อรักษาฐานแฟนเอาไว้ให้เหนียวแน่นที่สุด
__________________
ทั้งหมดนี้ก็คือ 5 อินไซต์น่าสนใจของ Instagram ปี 2026 จาก Socialinsider
แล้วถ้าให้สรุปสั้น ๆ ว่านักการตลาด แบรนด์ และครีเอเตอร์ สามารถนำอินไซต์นี้ไปปรับใช้ได้อย่างไรบ้าง ก็จะมีดังนี้
- ปรับโครงสร้างคอนเทนต์ใหม่ โดยเน้นไปที่ “ภาพสไลด์” หรือ Carousel เพื่อดึงยอดวิวและยอดเซฟ
- เน้นทำคลิป Reels เพื่อดึงดูดฐานผู้ชมและผู้ติดตามใหม่ ๆ พร้อมกับการสร้างคอมมิวนิตีและบทสนทนา
- เลิกโพสต์ภาพเดี่ยว แต่นำภาพเดี่ยวนั้นมารวมเป็น Carousel หรือโพสต์เป็น Stories แทน
- วัดความสำเร็จของคอนเทนต์จาก Private Engagement เช่น ยอดแชร์ ยอดเซฟ ยอดรีโพสต์ แทนยอดวิวหรือยอดไลก์เพียงอย่างเดียว
- ถ้าเพจมีขนาดใหญ่มากแล้ว ควรหันมาโฟกัสที่การรักษาฐานแฟนคลับ ให้มากขึ้นกว่าการหาผู้ติดตามใหม่ หรือการสร้างยอด Engagement แบบฉาบฉวย
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.