
ทำไมเมื่อก่อน คนไทยดูบอลโลกฟรี แต่ตอนนี้ ต้องจ่ายเงิน ถึงจะดูได้ ครบทุกนัด ?
11 มิ.ย. 2026
ล่าสุด บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS เพิ่งประกาศว่า ได้ลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup) อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
เบื้องต้นทาง JAS บอกว่าจะถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกครั้งนี้ผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิง MONOMAX เป็นหลัก ซึ่งจะถ่ายทอดสดครบ 104 นัด
แต่จะมีการเปิดให้รับชมผ่านฟรีทีวี มากกว่า 40 นัดด้วย ผ่านทางช่อง MONOMAX SPORTS
พร้อม ๆ กันนี้ทาง JAS ยังได้เปิดตัวแพ็กเกจใหม่สำหรับดูบอลโลกโดยเฉพาะชื่อว่า “Monomax Sports Premium” แบบรายปี ในราคา 5,999 บาท
หมายความว่า คนที่อยากดูบอลโลกแบบครบทุกนัด ต้องจ่ายเงินขั้นต่ำ 5,999 บาทเท่านั้น ถึงจะดูได้ครบทุกนัด ผ่านแอปพลิเคชันสตรีมมิง MONOMAX
แล้วดีเทลเรื่องนี้ เป็นอย่างไร ? MarketThink สรุปให้ในโพสต์นี้
แล้วดีเทลเรื่องนี้ เป็นอย่างไร ? MarketThink สรุปให้ในโพสต์นี้
สำหรับดีเทลของแพ็กเกจ “Sports Premium” จาก MONOMAX นั้น ประกอบไปด้วย
- FIFA World Cup 2026 (ฟุตบอลโลก 2026) ครบ 104 นัด
- ฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2026-2027 ครบ 380 นัด และฟุตบอลรายการชั้นนำอื่น ๆ
- หนัง ซีรีส์ วาไรตี ของไทยและต่างประเทศ
- วอลเลย์บอลกว่า 3,000 นัด และรายการมวยชั้นนำ
- ฟุตบอลคัดเลือก EURO 2028 และทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลยุโรปอื่น ๆ
โดยทั้งหมดนี้ จะสามารถรับชมได้ 2 จอพร้อมกัน ความคมชัดสูงสุด 4K รองรับได้หลากหลายอุปกรณ์
แต่สำหรับพรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพ จะไม่รองรับการรับชมสดผ่านเว็บไซต์
และแพ็กเกจนี้ มีราคาเดียวอยู่ที่ 5,999 บาทต่อปี (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และไม่มีขายแยกเป็นรายเดือน
แต่สำหรับพรีเมียร์ลีก และเอฟเอคัพ จะไม่รองรับการรับชมสดผ่านเว็บไซต์
และแพ็กเกจนี้ มีราคาเดียวอยู่ที่ 5,999 บาทต่อปี (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และไม่มีขายแยกเป็นรายเดือน
แต่เบื้องต้นจะมีโปรโมชันบัตรเครดิตของธนาคารชั้นนำ ลูกค้าสามารถเลือกผ่อน 0% นาน 10 เดือนได้..
แล้วทำไมที่ผ่านมา คนไทยถึงได้ดูบอลโลกฟรี ๆ ครบทุกนัดมาตลอด แต่วันนี้กลับต้องเสียเงินดู ?
คำตอบคือ ก่อนหน้านี้ FIFA World Cup หรือฟุตบอลโลกจะอยู่ภายใต้กฎ “Must Have” ของ กสทช. ที่กำหนดว่า “ฟุตบอลโลก” เป็นกีฬาที่คนไทยต้องได้ดูฟรีเท่านั้น
ด้วยกฎนี้ ทำให้ไม่ค่อยมีเอกชนกล้าลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกกันเท่าไร เพราะซื้อมาแล้วต้องถ่ายทอดสดฟรี ๆ ไม่สามารถเก็บเงินค่ารับชมได้
ส่วนใหญ่ภาครัฐเลยจะเป็นคนออกเงินซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดจาก FIFA ให้คนไทยดูฟรีมาตลอด
แต่ในช่วงหลัง ทาง FIFA ได้มีการขึ้นราคาลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายสูงขึ้นเรื่อย ๆ โดยตัวเลขที่หลายสื่อรายงานคือ หลัก 1,000 ล้านบาท
เรื่องนี้เลยกลายเป็นประเด็นสังคมว่า การที่ภาครัฐจะใช้เงินระดับนี้เพื่อซื้อสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกอาจจะไม่เหมาะสมแล้ว
ฟุตบอลโลกก็เลยถูกถอนออกจากกฎ Must Have อย่างเป็นทางการในปี 2025 ที่ผ่านมานั่นเอง
พอเป็นแบบนี้ หมายความว่าใครก็สามารถซื้อลิขสิทธิ์ฟุตบอลโลกมาทำธุรกิจได้ ไม่จำเป็นต้องเปิดให้คนดูฟรี ๆ แล้ว
และคนที่ซื้อลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 ก็คือบริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ JAS
โดยมีข้อมูลว่า ดีลนี้มีมูลค่ารวม 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 2,300 ล้านบาท
ซึ่งดีลนี้จะครอบคลุมสิทธิ์ในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อกัน คือในปี 2026 ที่กำลังจะเกิดขึ้น และปี 2030 รวมถึงการแข่งขันอื่น ๆ ภายใต้ FIFA ด้วย
และด้วยจำนวนเงินลงทุนขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่คนลงทุนจำเป็นจะต้องหาทางสร้างรายได้ จากเม็ดเงินที่ลงทุนไป
และด้วยจำนวนเงินลงทุนขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่คนลงทุนจำเป็นจะต้องหาทางสร้างรายได้ จากเม็ดเงินที่ลงทุนไป
เป็นเหตุผลที่ถ้าใครอยากดูบอลโลกแบบครบทุกนัด ก็ต้องจ่ายเงินเพื่อเข้าถึงนั่นเอง..
Tag:บอลโลก