
ชาบูตง โบกมือลาไทย.. ปิดฉาก 16 ปี เปิดให้บริการ วันนี้เป็นวันสุดท้าย
14 มิ.ย. 2026
ชาบูตง หรือ Chabuton ได้ประกาศบนเฟซบุ๊กว่า จะเปิดให้บริการวันนี้เป็นวันสุดท้าย ที่สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ซึ่งเป็นสาขาสุดท้ายที่ยังเปิดให้บริการเช่นกัน
เรียกว่าเป็นการปิดฉาก 16 ปี ร้านราเมนสัญชาติญี่ปุ่นที่เข้ามาตีตลาดในประเทศไทย
- สำหรับ ชาบูตง มีบริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด หรือ CRG เป็นผู้นำเข้ามาเปิดให้บริการในไทย โดยเปิดบริการสาขาแรกเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2553
โดยชาบูตง เป็นแบรนด์ราเมนต้นตำรับจากประเทศญี่ปุ่น ได้รับรางวัล Michelin Guide Award ด้วยรสชาติความอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ ทั้งความเข้มข้นของน้ำซุปต้นตำรับ เส้นราเมนเหนียวนุ่มสีนวล และหมูชาชูเปื่อยนุ่มลิ้น
ในช่วงแรก ชาบูตง ได้รับการตอบรับจากคนไทยเป็นอย่างดี
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความนิยมก็เริ่มลดลง สะท้อนได้จากจำนวนสาขาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่ลดลงเรื่อย ๆ
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความนิยมก็เริ่มลดลง สะท้อนได้จากจำนวนสาขาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ที่ลดลงเรื่อย ๆ
ปี 2565 จำนวน 16 สาขา
ปี 2566 จำนวน 12 สาขา
ปี 2567 จำนวน 9 สาขา
ปี 2568 จำนวน 4 สาขา
ปี 2566 จำนวน 12 สาขา
ปี 2567 จำนวน 9 สาขา
ปี 2568 จำนวน 4 สาขา
- ทีนี้ถ้าลองวิเคราะห์ในมุมการตลาดว่า ทำไมชาบูตงถึงไม่สามารถไปต่อได้ในไทย ?
1. Brand Position อาจไม่ชัดมากพอ
ตอนนี้สายราเมนที่เราเห็นหลัก ๆ ในตลาด ก็คือ
- Mass หรือ Value for Money ที่มีเจ้าตลาดอย่าง ฮาจิบัง ราเมน ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ทานได้บ่อย ๆ และมีสาขากระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ
- Mass หรือ Value for Money ที่มีเจ้าตลาดอย่าง ฮาจิบัง ราเมน ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย ทานได้บ่อย ๆ และมีสาขากระจายตัวอยู่ทั่วประเทศ
- สายพรีเมียม เป็นราเมนระดับสเปเชียลตี เน้นความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ที่บางร้านหรือบางแบรนด์ ต้องจองล่วงหน้าหรือยืนต่อแถวเป็นชั่วโมงเพื่อทาน เช่น No Name Noodle ของเชฟชิน
ซึ่งถ้ามอง ชาบูตง มีราคาต่อชามเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200 - 300 บาท ราคานี้อาจจะยังเข้าไม่ถึงลูกค้ากลุ่ม Mass แต่ในขณะเดียวกัน ชาบูตงก็ขยายสาขามากขึ้นเรื่อย ๆ จนเสื่อมความขลังในการเป็นร้านพรีเมียม
ทำให้หลายคนมีภาพจำกับชาบูตงว่าเป็น เชนร้านอาหาร ที่ทานเมื่อไรก็ได้ ความรู้สึกพิเศษต่อชาบูตงจึงลดลงนั่นเอง
2. เมื่อผู้บริโภคชาวไทย "เซียนราเมน" มากขึ้น
ตอนที่ชาบูตงเข้ามาเปิดตัวแรก ๆ ตัวเลือกในตลาดราเมนพรีเมียมในไทยยังมีน้อยมาก คำว่า “ราเมนต้นตำรับ” เลยเป็นแม่เหล็กดึงดูดชั้นดี
แต่ปัจจุบัน คนไทยเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยขึ้น มีความรู้และเข้าใจในวัฒนธรรมราเมนลึกซึ้งขึ้น จนเกิดกระแสตามล่าหา "ราเมนเฉพาะทาง" ไม่ว่าจะเป็น ทงคตสึ, ซึเคเมน, ชิโอะ หรือโชยุ ราเมน
แต่ปัจจุบัน คนไทยเดินทางไปญี่ปุ่นบ่อยขึ้น มีความรู้และเข้าใจในวัฒนธรรมราเมนลึกซึ้งขึ้น จนเกิดกระแสตามล่าหา "ราเมนเฉพาะทาง" ไม่ว่าจะเป็น ทงคตสึ, ซึเคเมน, ชิโอะ หรือโชยุ ราเมน
เมื่อผู้บริโภคมีทางเลือกที่เป็นต้นตำรับกว่า และรู้สึกว้าวมากกว่า ชาบูตงที่มีเมนูค่อนข้างเป็นมาตรฐาน จึงไม่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มคนที่มองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ อีกต่อไป
3. แบรนด์อื่น ๆ เช่น หม่าล่า ชาบู ปิ้งย่าง เข้ามาแย่งชิงพื้นที่
ในอดีต ประเทศไทยไม่ค่อยมีอาหารหลากหลายเชื้อชาติให้เลือก ที่แมส ๆ ก็จะมีเพียงแค่ปิ้งย่างและราเมน
แต่ปัจจุบัน มีตัวเลือกหลากหลายมาก ทั้งหม่าล่า, ชาบูบุฟเฟต์, ปิ้งย่าง ทั้งสไตล์เกาหลีและญี่ปุ่น เข้ามาแย่งเม็ดเงินในกระเป๋าผู้บริโภคไปมหาศาล
ทั้งหมดนี้เลยเป็นเหตุผลที่ทำให้ความนิยมของชาบูตงค่อย ๆ ลดลง จนต้องโบกมือลาประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ปิดตำนาน 16 ปีที่ให้บริการมาอย่างยาวนาน..
Tag:ชาบูตง