
เทรนด์นมโปรตีนโตแรงมาก.. และเพิ่งอยู่ในจุดเริ่มต้น ถ้าอยากเข้าไปเล่นในตลาดนี้ เริ่มอย่างไรดี ?
29 มิ.ย. 2026
รู้ไหมว่าคนไทยรักสุขภาพกันมากขึ้นทุกวัน ทำให้ตลาด “ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและโภชนาการ” หรือ “Food Supplement Nutrition (FSN)” เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มผสมวิตามินไปจนถึงอาหารเสริมประเภท “โปรตีน” ที่กำลังฮิตมากในหมู่คนรักสุขภาพ จนตอนนี้เราเห็นคนซื้อนมโปรตีนมาดื่มกันเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
ความน่าสนใจคือ.. รู้ไหมว่าถ้าเอาตามตำราการตลาดแล้ว ในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของไทย กำลังอยู่ในจุดที่เรียกว่า “Growth Stage” คือตลาดกำลังโตเรื่อย ๆ และยังไม่มีท่าทีว่าจะถึงจุดอิ่มตัว
และใครที่ชิงเข้าไปเล่นในตลาดนี้ก่อนได้ ก็จะมีโอกาสสร้างฐานลูกค้าได้ก่อน
คำถามคือในฐานะของผู้ผลิตเครื่องดื่มที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วแต่อยากขยายไลน์สินค้า หรือ
แม้กระทั่ง SME หรือ ผู้ประกอบการตัวเล็กๆ เราจะสามารถเข้าไปในตลาดนี้อย่างไรได้บ้าง ?
แม้กระทั่ง SME หรือ ผู้ประกอบการตัวเล็กๆ เราจะสามารถเข้าไปในตลาดนี้อย่างไรได้บ้าง ?
บทความนี้พิเศษมาก ๆ เพราะ MarketThink ได้มีโอกาสไปสัมภาษณ์ กับคุณสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด
ผู้อยู่เบื้องหลังแพ็กเกจจิงของผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มขายดีหลายแบรนด์ในไทย ในระดับที่ว่าถ้าเราเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อหรือห้างสรรพสินค้าในโซนเครื่องดื่ม เราจะเห็นแบรนด์ต่างๆ ที่ใช้แพ็กเกจจิงของ เต็ดตรา แพ้ค แน่นอน

ในประเด็นเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยว่าชอบเครื่องดื่มเสริมโภชนาการแบบไหน โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเสริมโปรตีน ?
และสำหรับผู้ที่อยากเข้ามาในตลาดนี้ มีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยพวกเขาหาโอกาสทางการตลาดและช่วยเร่งการออกนวัตกรรมใหม่เพื่อเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดและสร้างตลาดให้เติบโตขึ้นไปอีก?
และสำหรับผู้ที่อยากเข้ามาในตลาดนี้ มีวิธีไหนบ้างที่จะช่วยพวกเขาหาโอกาสทางการตลาดและช่วยเร่งการออกนวัตกรรมใหม่เพื่อเข้าไปมีส่วนแบ่งการตลาดและสร้างตลาดให้เติบโตขึ้นไปอีก?
- คุณสุภนัฐเล่าให้ฟังว่าสำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในไทยกำลังอยู่ใน Growth Stage จริง ๆ
สังเกตได้จากการที่นมโปรตีนในตอนนี้จะฮิตอยู่ในกลุ่มของ “คนรักสุขภาพ” เท่านั้น
สังเกตได้จากการที่นมโปรตีนในตอนนี้จะฮิตอยู่ในกลุ่มของ “คนรักสุขภาพ” เท่านั้น
แม้ว่าคนกลุ่มนี้จะเริ่มมีเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ในไทย แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนทุกกลุ่มจะให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเหล่านี้
ในตอนนี้ผู้สูงอายุ, เด็ก, วัยรุ่นทั่ว ๆ ไป หรือคนกลุ่มอื่น ๆ อาจจะไม่ได้สนใจผลิตภัณฑ์แนวนี้กันขนาดนั้น
หมายความว่ายังเหลือช่องว่างอีกเยอะ.. ที่จะให้ตลาดนี้เติบโตขึ้นไปอีก
หมายความว่ายังเหลือช่องว่างอีกเยอะ.. ที่จะให้ตลาดนี้เติบโตขึ้นไปอีก

เหมือนกับในตลาดประเทศอื่น ๆ เช่น ญี่ปุ่น, เกาหลี, เยอรมนี ไปจนถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งก็เคยผ่านจุดที่สินค้ากลุ่มโปรตีนสูง ไม่ได้มีการแบ่งกลุ่มผู้บริโภคอย่างชัดเจนก่อนที่ตลาดจะขยายตัวและผลิตภัณฑ์ก็จะเริ่มแตกย่อยจับกลุ่มผู้บริโภคแบบเจาะจงมากขึ้น
แต่ตอนนี้ผู้สูงอายุ, เด็ก หรือวัยรุ่นทั่ว ๆ ไปในประเทศเหล่านี้ ก็เริ่มบริโภคผลิตภัณฑ์เสริมอาหารกันเป็นเรื่องปกติไปแล้วนั่นเอง
ซึ่งคุณสุภนัฐก็มองว่าสำหรับประเทศไทยตามเทรนด์ไลฟ์สไตล์ที่เห็นในยุคนี้ เราไปถึงจุดนั้นได้แน่ และคนที่ได้เปรียบคือ “คนที่เริ่มก่อน”
คำถามต่อมาคือแล้วต้องเริ่มต้นแบบไหนถึงจะได้เปรียบ ?
สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารในไทยโดยเฉพาะกับนมโปรตีนสูง คุณสุภนัฐมองว่าแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จจะมีองค์ประกอบคล้ายกันอยู่ 3 ข้อ ได้แก่
1. ทำรสชาติออกมาดี ดื่มง่าย มีมาตรฐานในเรื่องคุณภาพและคุณประโยชน์
สินค้าจะต้องรสชาติดี ดื่มง่าย มีความหนืดในระดับที่โอเค โดยรสชาติที่คนไทยนิยมมากที่สุดก็คือ รสช็อกโกแลตและรสออริจินัล ส่วนรสชาติอื่น ๆ จะเปลี่ยนไปตามเทรนด์ บางช่วงก็เป็นชาเขียว บางช่วงก็เป็นรสกล้วย แล้วแต่ว่าช่วงนั้นคนไทยจะอินอะไร? ส่วนคุณภาพก็ต้องมีความสม่ำเสมอ และคุณประโยชน์ก็ต้องตรงตามที่นำเสนอ

2. ผู้บริโภคต้องเข้าถึงสินค้าได้ง่าย
ลูกค้าจะต้องสามารถเข้าถึงสินค้าได้จากหลากหลายช่องทาง หมายความว่าคนทำแบรนด์ควรพัฒนาสินค้าให้เหมาะกับการไปวางบนชั้นในร้านค้าประเภทต่าง ๆ ให้ได้เยอะที่สุด
ตั้งแต่ร้านธรรมดาๆ ไปจนถึงร้านค้าปลีกขนาดใหญ่ รวมถึงต้องสามารถขนส่งผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วย
3. สินค้าต้องตอบโจทย์เรื่องความสะดวกของไลฟ์สไตล์
ตอนนี้คนไทยไม่ได้ดื่มนมโปรตีนกันแค่หลังจากออกกำลังกายเท่านั้น แต่ยังมีจุดประสงค์อื่น ๆ ซ่อนอยู่ด้วย ซึ่งก็แล้วแต่ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคแต่ละคน

บางคนเอานมโปรตีนไปเติมสารอาหารระหว่างวัน หรือบางคนเอาไว้ทดแทนมื้ออาหารในช่วงเวลาที่เร่งรีบ ดังนั้นการทำให้สินค้าที่มีน้ำหนักเบา พกง่าย และเก็บรักษาได้ในอุณหภูมิปกติ จะได้เปรียบมาก ๆ
ที่น่าสนใจคือรู้ไหมว่าองค์ประกอบ 3 ข้อตรงนี้ จะมีคอขวดร่วมกันอยู่ก็คือ “บรรจุภัณฑ์”
- ถ้าบรรจุภัณฑ์และกระบวนการผลิตและบรรจุไม่ดีพอ ระหว่างการขนส่งหรือกระจายสินค้าก็อาจทำให้คุณภาพของสินค้าไม่ได้คุณภาพที่สม่ำเสมอ ทั้งในมุมของรสชาติ และคุณค่าทางโภชนาการ
- ถ้าบรรจุภัณฑ์ไม่ได้ถูกออกแบบดี พกพาไม่สะดวกสินค้าอาจไม่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าบางกลุ่มได้ ทำให้เสียโอกาสในการขายไปได้
- ถ้าบรรจุภัณฑ์ไม่ดึงสายตาพอ ก็ยากมากที่ลูกค้าจะตัดสินใจซื้อที่หน้าชั้นวาง
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็น Pain Point ส่วนใหญ่ของผู้ประกอบการที่อยากลงไปเล่นใน ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร และวิธีแก้ปัญหาที่คุณสุภนัฐแนะนำก็คือ ผู้ผลิตควรต้องหา “คนที่เชี่ยวชาญ” ด้านนี้จริง ๆ เข้ามาช่วย
ซึ่งเต็ดตรา แพ้ค ก็มั่นใจว่าเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดี.. เพราะทางบริษัทมีโซลูชันที่พร้อมมาก ๆ ที่จะช่วยผู้ประกอบการในทุกขนาดให้เข้ามาเล่นในตลาดนี้ได้

ตั้งแต่การช่วยคิดไอเดียทำสินค้าจากอินไซต์ของผู้บริโภค ไปจนถึงจุดที่สินค้าพร้อมวางจำหน่ายจริง ๆ ผ่าน 3 บริการหลัก ซึ่งได้แก่
1. โซลูชันกระบวนการผลิต (Processing Solutions)
อย่างที่บอกไปว่าที่ เต็ดตรา แพ้ค เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการผลิตและบรรจุภัณฑ์, มีลูกค้าเป็นแบรนด์ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก และมีประสบการณ์มาอย่างยาวนาน
สมมติว่าลูกค้ามีไอเดียอยากทำนมโปรตีนสูงรสผลไม้ แต่ยังไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร ?
ทางทีมงาน เต็ดตรา แพ้ค ก็จะแนะนำว่าควรใช้นวัตกรรมการผลิตแบบไหนเพื่อให้ได้ส่วนผสมที่ดีที่สุด
ไปจนถึงการทดลองผลิตจริงผ่านศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre) ที่เป็นการสเกลโรงงานผลิตให้เล็กลง แต่สามารถจำลองสภาพการผลิตจริงในโรงงานขนาดใหญ่ได้ทุกอย่าง
ไปจนถึงการทดลองผลิตจริงผ่านศูนย์พัฒนาผลิตภัณฑ์ (Product Development Centre) ที่เป็นการสเกลโรงงานผลิตให้เล็กลง แต่สามารถจำลองสภาพการผลิตจริงในโรงงานขนาดใหญ่ได้ทุกอย่าง
ทำให้ลูกค้าสามารถทดสอบและปรับสูตรได้โดยไม่ต้องเสียต้นทุนกับการผลิตล็อตใหญ่อีกด้วย
2. โซลูชันบรรจุภัณฑ์ (Packaging Solutions)
จุดตัดสินว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารตัวไหนจะไปได้ไกลก็คือเรื่อง “บรรจุภัณฑ์” ซึ่งที่เต็ดตรา แพ้ค ก็มีนวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้ทุกประเภทเริ่มตั้งแต่

- บรรจุภัณฑ์กล่อง UHT ที่ปกป้องคุณภาพสินค้าได้โดยไม่ต้องพึ่งระบบทำความเย็นตลอดการขนส่ง
- รูปแบบบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับการบริโภคขณะเดินทาง (on-the-go) หรือ แบบทานที่บ้าน (in-home) ไปจนถึงการวางบนชั้นซูเปอร์มาร์เก็ต และการขายออนไลน์บนแพลตฟอร์มอย่าง Shopee, TikTok Shop
ทำให้ไม่ว่าแบรนด์จะมีกลุ่มเป้าหมายแบบไหนก็สามารถเข้ามาปรึกษา เต็ดตรา แพ้ค ได้ทั้งหมด
3. บริการสนับสนุนด้านการตลาดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Marketing Services)
เต็ดตรา แพ้ค มีศูนย์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สำหรับลูกค้า เรียกว่า (Customer Innovation Centre) ซึ่งรวบรวมอินไซต์ผู้บริโภค พร้อมแนะนำนวัตกรรมล้ำ ๆ เกี่ยวกับอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจากทั่วทุกมุมโลกมาให้บริการลูกค้า
เต็ดตรา แพ้ค เลยมีอินไซต์ว่าตอนนี้ลูกค้าชอบอะไร เทรนด์การออกแบบบรรจุภัณฑ์แบบไหนกำลังฮิต ?
โดยที่ เต็ดตรา แพ้ค ก็พร้อมมาก ๆ ที่จะเอาองค์ความรู้ตรงนี้ไปร่วมพัฒนาสินค้าให้ผู้ผลิตที่เข้ามาปรึกษากับทางบริษัท ทำให้มั่นใจได้เลยว่าถ้ามาที่นี่แล้วจะไม่หลงทาง ได้แนวทางที่จะพัฒนาสินค้าเด่น ๆ คุณภาพดี และสวยสะดุดตากลับไปแน่นอน

ที่น่าสนใจคือคุณสุภนัฐได้แชร์เคสการทำงานกับผู้ผลิตรายหนึ่งไว้ด้วย
ครั้งหนึ่งเคยมีลูกค้าที่มีไอเดียครบ มีสูตรพร้อม แต่พอผลิตจริงในสเกลใหญ่กลับพบว่า คุณภาพไม่ได้อย่างที่คิด ทั้งความหนืดที่ไม่ถึงเกณฑ์ และรสชาติที่คลาดเคลื่อนไปจากสูตรที่คิดไว้
เต็ดตรา แพ้ค จึงได้มีโอกาสเข้ามาช่วยปรับสูตรและทดลองผ่านศูนย์ PDC ที่กล่าวไปข้างต้น
ผลลัพธ์คือลูกค้าได้สูตรที่ดีขึ้น วางจำหน่ายได้จริง ออกสินค้าใหม่ได้เร็วขึ้น และยังประหยัดต้นทุนในการลองผิดลองถูกไปได้มหาศาล..
สุดท้ายนี้ ขอสรุปง่าย ๆ อีกครั้งก็คือถ้าอยากเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่กำลังโตแรง แบบไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งคนเดียว
การเลือกเต็ดตรา แพ้ค ที่มีบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำอย่างที่กล่าวไปข้างต้น มาเป็นพาร์ตเนอร์ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อยเลย
และใครที่สนใจ อยากลุยแล้ว.. ก็สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.tetrapak.com/en-th/solutions/categories/food-supplement-and-nutrition?utm_source=(MarketThink)&utm_medium=paidmedia&utm_campaign=FSN23&utm_content=FSN
#นมโปรตีน
#TetraPak
#FSN
#TetraPak
#FSN
อ้างอิง :
- สัมภาษณ์พิเศษ คุณสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด
- สัมภาษณ์พิเศษ คุณสุภนัฐ รัตนทิพ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด