
NISSAN เปิดแคมเปญใหม่กลางทรงวาด ชวนคนตามหาเจ้าของเสียงในหัว ก่อนเปิดใจให้ EV
3 ก.ค. 2026
เคยไหม เวลาจะตัดสินใจซื้อรถไฟฟ้า จะมีสารพัด “เสียงในหัว” ก่อตัวมารบกวนจิตใจ
- ถ้าใช้รถไฟฟ้า แล้วต้องรอชาร์จนานไหม ?
- ขับต่างจังหวัด จะวางแผนชาร์จยุ่งยากหรือเปล่า ?
- ถ้าเปลี่ยนมาใช้รถแบบใหม่ ไลฟ์สไตล์เราต้องเปลี่ยนตามไหม ?
- ขับต่างจังหวัด จะวางแผนชาร์จยุ่งยากหรือเปล่า ?
- ถ้าเปลี่ยนมาใช้รถแบบใหม่ ไลฟ์สไตล์เราต้องเปลี่ยนตามไหม ?
เพราะแม้รถยนต์ไฟฟ้า จะกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญของตลาดรถยนต์ยุคนี้
แต่สำหรับหลายคน การเปลี่ยนมาใช้รถรูปแบบใหม่
ไม่ได้ชวนให้คิดหนักแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังเป็นเรื่องของวิถีชีวิตที่ต้องคิดตามไปด้วย
แต่สำหรับหลายคน การเปลี่ยนมาใช้รถรูปแบบใหม่
ไม่ได้ชวนให้คิดหนักแค่เรื่องของเทคโนโลยี แต่ยังเป็นเรื่องของวิถีชีวิตที่ต้องคิดตามไปด้วย
บางคนใช้ชีวิตในเมือง ต้องการความคล่องตัวในทุกวัน โดยไม่อยากเสียเวลาไปกับการรอ
บางคนเดินทางเข้าเมืองเป็นประจำ จึงให้ความสำคัญกับความมั่นใจในทุกเส้นทาง รวมถึงการบริหารเวลาที่ควบคุมได้
ขณะที่บางคนเดินทางไกล หรือต่างจังหวัดอยู่เสมอ จึงมองหาความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยไม่ต้องคอยวางแผนการเดินทางให้ยุ่งยาก
ทั้งหมดนี้ทำให้ “เสียงในหัว” ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน
แต่มีจุดร่วมเดียวกัน คือ ทุกเสียงล้วนสะท้อนความลังเลก่อนตัดสินใจ
แต่มีจุดร่วมเดียวกัน คือ ทุกเสียงล้วนสะท้อนความลังเลก่อนตัดสินใจ

แทนที่ NISSAN จะปล่อยให้คำถามเหล่านี้ เป็นแค่ความลังเลในใจของผู้บริโภค
NISSAN เลยเล่นใหญ่หยิบ “เสียงในหัว” เหล่านี้ออกมาทำเป็นแคมเปญจริง ผ่านงาน “NISSAN ตามหาเจ้าของเสียงในหัว”
NISSAN เลยเล่นใหญ่หยิบ “เสียงในหัว” เหล่านี้ออกมาทำเป็นแคมเปญจริง ผ่านงาน “NISSAN ตามหาเจ้าของเสียงในหัว”
Installation กลางย่านทรงวาด ที่รวบรวมความลังเล ความสงสัย และคำถามของคนที่ยังไม่มั่นใจเรื่องรถ EV มาตั้งไว้ให้ทุกคนได้เห็น ได้อ่าน และได้สำรวจความคิดของตัวเอง
เพราะบางครั้ง คำถามที่เราเคยคิดว่าเป็นของเราเพียงคนเดียว อาจเป็นคำถามเดียวกับคนอีกหลายคนเหมือนกัน
จุดที่น่าสนใจคือ งานนี้ไม่ใช่แค่การจัด Installation เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์
แต่คือการหยิบ Consumer Insight ที่เกิดขึ้นจริงในใจผู้บริโภค มาทำให้จับต้องได้
แต่คือการหยิบ Consumer Insight ที่เกิดขึ้นจริงในใจผู้บริโภค มาทำให้จับต้องได้

เปลี่ยน “ความลังเล” ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนา
และเปลี่ยน “คำถามในหัว” ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่คนอยากไปหาคำตอบด้วยตัวเอง
และเปลี่ยน “คำถามในหัว” ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่คนอยากไปหาคำตอบด้วยตัวเอง
ที่พีกกว่านั้น คือ NISSAN ไม่ได้หยุดอยู่แค่การชวนคนมาดูงาน แต่ชวนทุกคนไปหาคำตอบต่อด้วยการทดลองขับ The All-New NISSAN KICKS e-POWER
รถที่ให้ฟีลการขับแบบ EV แต่ไม่ต้องรอชาร์จ และไม่ต้องเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การใช้รถแบบเดิม ๆ

เพราะจุดเด่นของ The All-New NISSAN KICKS e-POWER คือ e-POWER
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของ NISSAN ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยเปลี่ยนน้ำมันให้เป็นไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนตัวรถ
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกสิทธิ์เฉพาะของ NISSAN ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% โดยเปลี่ยนน้ำมันให้เป็นไฟฟ้า เพื่อขับเคลื่อนตัวรถ
ทำให้ผู้ขับได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่แบบรถไฟฟ้า โดยไม่ต้องรอชาร์จ และให้อิสระจากความกังวลแบบการใช้รถยนต์ไฟฟ้า
นี่คือเหตุผลที่ The All-New NISSAN KICKS e-POWER อาจเป็นคำตอบของคนที่อยากเปิดใจให้เทคโนโลยีใหม่ แต่ยังไม่อยากให้ชีวิตประจำวันซับซ้อนกว่าเดิม

เรียกได้ว่า นี่เป็นอีกแคมเปญการตลาดจาก NISSAN ที่น่าจับตา เพราะไม่ได้เริ่มต้นจากการบอกว่า รถรุ่นนี้ดีอย่างไร
แต่เริ่มต้นจากการฟังว่า ผู้บริโภคกำลังกังวลอะไร ลังเลเรื่องไหน
และมีคำถามอะไรอยู่ในหัวก่อนตัดสินใจซื้อรถ
จากนั้นจึงพาคำถามเหล่านั้น ไปสู่ประสบการณ์จริงผ่านการทดลองขับ
และมีคำถามอะไรอยู่ในหัวก่อนตัดสินใจซื้อรถ
จากนั้นจึงพาคำถามเหล่านั้น ไปสู่ประสบการณ์จริงผ่านการทดลองขับ
เพราะเรื่องบางเรื่อง อ่านกี่ครั้งก็ยังไม่รู้คำตอบ จนกว่าจะได้ลองเอง
ใครที่อยากรู้ว่า “เสียงในหัว” ของตัวเอง มีคำตอบแบบไหน
ไปหาคำตอบได้ใน “NISSAN ตามหาเจ้าของเสียงในหัว” ที่ย่านทรงวาด ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน - 18 กรกฎาคม 2569
ไปหาคำตอบได้ใน “NISSAN ตามหาเจ้าของเสียงในหัว” ที่ย่านทรงวาด ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน - 18 กรกฎาคม 2569
หรือไปทดลองขับ The All-New NISSAN KICKS e-POWER
ได้ที่โชว์รูม NISSAN สาขาใกล้บ้าน
ได้ที่โชว์รูม NISSAN สาขาใกล้บ้าน
ลงทะเบียนทดลองขับได้ที่ https://bit.ly/4oWb8xT
หรืออ่านรายละเอียดข้อมูลรถเพิ่มเติม https://bit.ly/4ePf2UF
หรืออ่านรายละเอียดข้อมูลรถเพิ่มเติม https://bit.ly/4ePf2UF

#KICKSePOWER #ชีวิตไปต่อไม่ต้องรอชาร์จ #YesNISSAN