รูมเควสท์ เดินหน้าครึ่งปีหลัง ชูเอไอเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ พร้อมเตรียมขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ในสมุย มุ่งสร้างการเติบโตบนมาตรฐานความปลอดภัย

รูมเควสท์ เดินหน้าครึ่งปีหลัง ชูเอไอเพิ่มประสิทธิภาพธุรกิจ พร้อมเตรียมขยายพอร์ตอสังหาริมทรัพย์ในสมุย มุ่งสร้างการเติบโตบนมาตรฐานความปลอดภัย

7 ก.ค. 2026
“รูมเควสท์” (RoomQuest) เผยทิศทางการดำเนินธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 เดินหน้าปรับกลยุทธ์รับมือความท้าทายของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ ท่ามกลางปัจจัยด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์โลกที่ส่งผลต่อการเดินทางของนักท่องเที่ยว โดยมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานผ่านเทคโนโลยีเอไอ ควบคู่กับการขยายธุรกิจแบบไฮบริดที่มีทั้งอสังหาริมทรัพย์และโรงแรมในเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ด้วยแนวคิดการเติบโตอย่างยั่งยืนบนมาตรฐานความปลอดภัย
นายพีรวัส หาญศิริกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท รูมเควสท์ โฮเท็ลส์ จำกัด ซึ่งมีประสบการณ์ ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มาอย่างยาวนาน ทั้งในธุรกิจบ้านและอพาร์มเมนต์ให้เช่า ก่อนเข้ามาทำธุรกิจโรงแรม กล่าวว่า “แม้ปีนี้ธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ในภาพรวม จะต้องเผชิญกับความท้าทาย จากหลายปัจจัย ทั้งภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์ความขัดแย้งในต่างประเทศ และการชะลอตัวของภาคการท่องเที่ยวในช่วงโลว์ซีซัน แต่เราเชื่อว่าสิ่งที่ผู้ประกอบการสามารถควบคุมได้คือการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดต้นทุนที่ไม่จำเป็น และลงทุนในเทคโนโลยีที่จะช่วยยกระดับการให้บริการ ขณะเดียวกัน เรายังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการใหม่ โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความปลอดภัย และการสร้างแบรนด์ไทยที่แข็งแกร่งในระยะยาว”
ธุรกิจโรงแรมเติบโตต่อเนื่อง แม้ตลาดท่องเที่ยวเผชิญความท้าทาย
ในช่วงครึ่งปีแรก ธุรกิจโรงแรมและที่พักของรูมเควสท์ยังคงรักษาระดับการเติบโตไว้ได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในไตรมาสที่ 2 จะเข้าสู่ช่วงโลว์ซีซันของการท่องเที่ยว ประกอบกับปัจจัยภายนอกอย่างผลกระทบจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการเดินทางของนักท่องเที่ยว แต่รูมเควสท์ยังสามารถรักษาอัตราการเข้าพักของโรงแรมในเครือทั่วประเทศไว้ได้ในอัตราที่สูงกว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยของตลาดที่ราว 40-50% ขณะเดียวกัน บริษัทมองว่าการที่ภาครัฐเดินหน้ายกระดับคุณภาพนักท่องเที่ยว และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ประกอบการต่างชาติที่ดำเนินธุรกิจไม่ถูกต้อง จะช่วยสร้างสภาพการแข่งขันที่เป็นธรรมมากขึ้น และเอื้อต่อผู้ประกอบการไทยในระยะยาว ทั้งนี้ บริษัทได้เตรียมความพร้อมไว้อย่างเต็มที่เพื่อรองรับการฟื้นตัวของตลาดในช่วงไฮซีซันที่กำลังจะมาถึงในช่วงปลายปีด้วย โดยเฉพาะการเตรียมเปิดโรงแรมรูมเควสท์แห่งใหม่ทั้งในกรุงเทพฯ ที่รัชดา ซอย 20 กลางเมืองเชียงใหม่บริเวณท่าแพ และในย่านเมืองเก่าของจังหวัดภูเก็ต
เร่งพัฒนา ‘เอไอ’ ยกระดับการบริหารจัดการและการตลาด
ภายใต้ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ “ออบเซียน เทคโนโลจีส์” ด้วยเป้าหมายในการยกระดับการบริหารจัดการธุรกิจในยุคดิจิทัล และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมบริการและธุรกิจในอนาคต “อาร์คิว ออบเซียน” (RQ Opsian) โดยนายแพทริค เนบา แฟบส์ เช ประธานกรรมการบริหารและพันธมิตรด้าน เอไอทรานส์ฟอร์เมชันในสหรัฐอเมริกา ใช้ระบบนิเวศเอไอยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานในทุกมิติ โดยระบบกำลังอยู่ในช่วงทดสอบขั้นสุดท้าย หลังใช้เวลาพัฒนาและตรวจสอบความเสถียรอย่างต่อเนื่อง ก่อนเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการภายในปีนี้
ระบบนิเวศเอไอของอาร์คิว ออบเซียนสามารถรองรับการเช็กอินอัตโนมัติ (Auto Check-in) ที่เชื่อมต่อกับระบบตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้การเช็กอินเป็นไปอย่างสะดวกและถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมนำเอไอมาช่วยด้านการตลาด วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจเพื่อลดต้นทุนและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยบริษัทระบุว่า ระบบเช็กอินอัตโนมัติเป็นเพียงหนึ่งในฟังก์ชันของแพลตฟอร์มเอไอที่กำลังพัฒนา เบื้องหลังยังมีนวัตกรรมและเทคโนโลยีเอไออีกหลายด้านที่อยู่ระหว่างการพัฒนา ทั้งด้านการตลาด การวิเคราะห์พฤติกรรมลูกค้า ระบบอัตโนมัติสำหรับการบริหารจัดการธุรกิจ และเครื่องมืออัจฉริยะที่ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรสามารถลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
อาร์คิว ออบเซียน ย้ำว่า สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ใช่เพียงการพัฒนาซอฟต์แวร์หรือระบบเช็กอินอัตโนมัติ แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศเอไอที่มีเป้าหมายในการเปลี่ยนวิธีการบริหารจัดการธุรกิจในอนาคตทุกรูปแบบ และการเปิดตัวครั้งต่อไปอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่ใหญ่กว่านั้นอีกมากซึ่งในอนาคตยังมีแผนต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม พร้อมทยอยเปิดเผยเทคโนโลยีใหม่และทดลองใช้งานจริงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
เดินหน้าลงทุนที่สมุยภายใต้แบรนด์ “เทวา” บนมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด
นอกจากธุรกิจโรงแรมแล้ว รูมเควสท์ยังเดินหน้าขยายการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์บนเกาะสมุย ด้วยมูลค่าโครงการรวมกว่า 1,200 ล้านบาท ภายใต้แบรนด์ “เทวา” (Theva) ซึ่งบริษัทตั้งใจผลักดันให้เป็นแบรนด์ไทยในตลาดระดับพรีเมียม
ปัจจุบัน ภายใต้แบรนด์ “เทวา” บริษัทมีโรงแรมรูมเควสท์ เทวา รีวอร์ต เกาะสมุย (RoomQuest THEVA Resort Koh Samui) ที่เปิดให้บริการเป็นแห่งแรกได้ราว 2 ปี และได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และบริษัทยังคงเดินหน้าพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มเติมด้วยโมเดลธุรกิจแบบไฮบริดระหว่างอีก 3 โครงการที่มีกำหนดเปิดขายในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้ ได้แก่
· “เทวา ดารา” (THEVA Dara) โครงการพูลวิลล่า 1 ห้องนอน ที่มีเพียง 7 ยูนิต สร้างอยู่ภายในพื้นที่เดียวกันกับโรงแรมรูมเควสท์ เทวา รีวอร์ต เกาะสมุย ซึ่งตั้งอยู่ในย่านหน้าทอน ติดกับทั้งส่วนของโอลด์ทาวน์เกาะสมุย และอยู่ไม่ไกลจากท่าเรือและชายหาด พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์นักลงทุนที่ต้องการเป็นเจ้าของพูลวิลล่าระดับลักชัวรี พร้อมระบบบริหารจัดการแบบครบวงจร ราคาเริ่มต้นประมาณ 6.5-8.5 ล้านบาท
· “เทวา ฮอไรซอน พูล วิลล่า” (THEVA Horizon Pool Villa) โครงการพูลวิลล่าระดับลักชัวรีที่นำองค์ความรู้จากธุรกิจโรงแรมมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่มีเพียง 16 ยูนิต บนโลเคชันติดกับหาดลิปะน้อยที่งดงาม สงบเงียบ และมีความเป็นส่วนตัว มูลค่าเริ่มต้นราว 15 ล้านบาท/ยูนิต
· “เทวา อัสกายา” (THEVA Askaya) โครงการไฮบริดที่มีทั้งโรงแรมระดับ 5 ดาว และห้องพักแบบพูลวิลล่าเพื่อการลงทุน ตั้งอยู่ในย่านละไม หนึ่งในทำเลท่องเที่ยวสำคัญบนชายฝั่งตะวันออกของเกาะสมุย ซึ่งได้รับความนิยมจากทั้งนักท่องเที่ยวและผู้พักอาศัยระยะยาว และมีศักยภาพสำหรับการพัฒนาโครงการระดับลักชัวรี โดยพูลวิลล่ามีราคาเริ่มต้น 30 ล้านบาท
บริษัทยังเน้นย้ำว่า ทุกโครงการของบริษัท ไม่ว่าจะเป็นโรงแรมรูมเควสท์ หรือโครงการแบบไฮบริดภายใต้แบรนด์ “เทวา” ล้วนให้ความสำคัญกับมาตรฐานด้านความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ทั้งการออกแบบ การก่อสร้าง และการตรวจสอบโดยวิศวกรและที่ปรึกษาโครงการ โดยยึดหลักไม่ประนีประนอมกับความเสี่ยง ดังเช่นกรณีการตัดสินใจปิด “2499 โรงแรมเฮอริเทจ ไชน่าทาวน์ กรุงเทพ โดยรูมเควสท์” ในย่านเยาวราช หลังได้รับผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 แม้จะเป็นสาขาที่มีอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสูงตลอดทั้งปีและมีสัญญาเช่าระยะยาว ส่วนตัวอาคารก็สามารถซ่อมแซมและกลับมาเปิดให้บริการได้ตามหลักวิศวกรรม แต่บริษัทเลือกให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของลูกค้าและพนักงานเหนือผลประโยชน์ทางธุรกิจ
ทั้งนี้ รูมเควสท์มองว่า โมเดล Hybrid Hospitality & Property ซึ่งผสานธุรกิจโรงแรมเข้ากับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ จะเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตระยะยาวของบริษัท โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการบริหารโรงแรมมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโครงการอสังหาริมทรัพย์ ภายใต้แบรนด์ “เทวา” ที่บริษัทตั้งใจพัฒนาให้เป็นแบรนด์ไทยระดับพรีเมียม พร้อมสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนให้แก่นักลงทุน ยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า และเสริมศักยภาพการแข่งขันของธุรกิจไทยในเวทีสากล
เกี่ยวกับรูมเควสท์ (RoomQuest)
รูมเควสท์คือบริษัทจัดการโรงแรมแห่งอนาคตที่พลิกโฉมอุตสาหกรรมการบริการของประเทศไทย ด้วยการดำเนินงานและระบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ภายใต้การนำของพีรวัส หาญศิริกุล บริษัทได้กลายเป็นกลุ่มโรงแรมแห่งแรกในประเทศไทยที่ผสานรวมปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับทุกฟังก์ชันการจัดการ ตั้งแต่การกำหนดราคาและการจองห้องพัก ไปจนถึงการดำเนินงานหลังบ้าน การสื่อสารกับแขกผู้เข้าพัก การจัดการแม่บ้าน การควบคุมคุณภาพ และการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์
นวัตกรรมนี้ทำให้รูมเควสท์กลายเป็นพลังแห่งการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมการบริการยุคใหม่ ช่วยให้โรงแรมสามารถลดต้นทุนการดำเนินงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และเพิ่มความโปร่งใส พร้อมขยายธุรกิจอย่างยั่งยืนทั้งในจังหวัดต่างๆ ในประเทศไทยและในตลาดต่างประเทศ
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.