จากนักบอล สู่อินฟลูฯ ตัวท็อป.. “เออร์ลิง ฮาลันด์” ทำไมแบรนด์ดัง ๆ ถึงแห่จ้างเป็น พรีเซนเตอร์ ?

จากนักบอล สู่อินฟลูฯ ตัวท็อป.. “เออร์ลิง ฮาลันด์” ทำไมแบรนด์ดัง ๆ ถึงแห่จ้างเป็น พรีเซนเตอร์ ?

12 ก.ค. 2026
หนึ่งในนักฟุตบอลที่มีคนพูดถึงมากที่สุดในฟุตบอลโลก 2026 น่าจะหนีไม่พ้น “เออร์ลิง เบราต์ ฮาลันด์” กองหน้าชาวนอร์เวย์ที่ฟอร์มแรงมาก ๆ ทั้งในและนอกสนาม
ในสนามฮาลันด์ยิงไปแล้ว 7 ประตูจากการลงสนาม 4 นัดในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย ซึ่งมีส่วนสำคัญในการพาทีมชาตินอร์เวย์เข้ามาถึงรอบ 8 ทีม
ส่วนฟอร์มนอกสนามของฮาลันด์มาแรงเช่นกัน เพราะตัวเขากำลังเป็นไวรัล จากคลิปมีมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น
- มีมพ่นไฟจากงานโฆษณาที่เจ้าตัวไปเป็นพรีเซนเตอร์ให้ “หวัง เหล่า จี๋”
- มีมฮาลันด์โชว์ผมสวยในสื่อโฆษณาแชมพูเคลียร์เมน
- มีมฮาลันด์ตกใจตัวเองในกระจกที่เป็นคลิปจาก AI ซึ่งคนดูเยอะมาก ๆ
ที่น่าสนใจคือ ตอนนี้ฮาลันด์เป็นคนที่แบรนด์จ้างเป็นพรีเซนเตอร์เยอะมาก ๆ
ตัวอย่างเช่น
- แบรนด์เครื่องดื่ม หวัง เหล่า จี๋ แบรนด์จับเลี้ยงเก่าแก่จากประเทศจีน
- บริษัทการเงิน VISA
- แบรนด์หรู Dolce & Gabbana
- แบรนด์กีฬา Nike
ทั้งหมดนี้ฮาลันด์ต่างก็เคยโฆษณาให้ทั้งหมดแล้ว
ทำให้น่าสนใจมาก ๆ ว่า แม้ฮาลันด์จะเป็นนักฟุตบอลที่ฟอร์มดีก็จริง แต่ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ ก็มีนักฟุตบอลอีกหลายคนที่ผลงานดีไม่แพ้กัน แต่กลับไม่ได้เป็นไวรัลเท่านี้
บทความนี้ MarketThink เลยอยากชวนทุกคนมาวิเคราะห์มุมการตลาดแบบสนุก ๆ กันว่า ทำไมแบรนด์ต่าง ๆ ถึงอยากได้ฮาลันด์มาเป็นพรีเซนเตอร์กันขนาดนี้ ?
ปกติแล้วถ้านักการตลาดอยากจ้างใครสักคนมาเป็นพรีเซนเตอร์
ถ้าไม่ติดเรื่องงบประมาณ ส่วนใหญ่แล้วก็จะวิเคราะห์จาก ความเข้ากันได้กับแบรนด์, ชื่อเสียง, ฐานแฟนคลับ และภาพลักษณ์ของคนนั้นให้เข้ากับแบรนด์มากที่สุด
ซึ่งถ้าเราลองดูในจุดที่ฮาลันด์อยู่ตอนนี้ ก็ต้องบอกว่าตัวเขาโดดเด่นมาก ๆ ในหลาย ๆ ด้านที่ว่ามาตั้งแต่

1. ฐานแฟนคลับเยอะ และมีชื่อเสียงระดับโลก
ฮาลันด์จัดเป็นนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงมาก ๆ บนโลกโซเชียล สะท้อนได้จากจำนวนผู้ติดตามบนบัญชีโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ของเขา
- Facebook มีผู้ติดตาม 22 ล้านคน
- Instagram มีผู้ติดตาม 60 ล้านคน
- YouTube มีผู้ติดตาม 2.8 ล้านคน
ที่น่าสนใจคือ ฮาลันด์เป็นคนนอร์เวย์ ที่ทั้งประเทศมีประชากรเพียง 5.7 ล้านคนเท่านั้น แต่ด้วยยอดผู้ติดตามที่มากกว่าจำนวนประชากรทั้งประเทศ
ก็ทำให้ตีความได้ว่า ตอนนี้เขาคือคนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ไม่ใช่ดังแค่ในประเทศใดประเทศหนึ่งแล้ว
2. ภาพลักษณ์ดี ไม่เคยมีข่าวเสียหาย
ฮาลันด์เป็นนักฟุตบอลที่ไม่เคยมีข่าวเสีย ๆ หาย ๆ เลย แถมยังมีภาพลักษณ์ของนักกีฬามืออาชีพที่ทำผลงานได้ดีตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา
ทำให้แบรนด์ที่เลือกฮาลันด์เป็นพรีเซนเตอร์จะมีความเสี่ยงในเรื่องของดรามาต่าง ๆ ตามมาน้อยมาก ๆ
3. ความ “เป็นกันเอง” เข้ากันได้ดีกับแบรนด์ทุกประเภท
คนที่ติดตามฮาลันด์จะเห็นได้เลยว่าตัวเขามีบุคลิกแบบเรียล ๆ ไม่ปรุงแต่ง
เห็นได้จากเวลาที่ฮาลันด์ให้สัมภาษณ์กับสื่อ ตัวเขาจะตอบคำถามเรียล ๆ ดูจริงใจ แถมยังชอบโพสต์อะไรปั่น ๆ ลงโซเชียลมีเดียของตัวเองอยู่ตลอด
ยกตัวอย่างเช่น
- นอนกับลูกฟุตบอล 5 ลูกพร้อมกัน และบอกว่า “นี่แฟนผม” เพราะมองแล้วมีความสุข
- ใส่ชุดนอนไปเที่ยวไนต์คลับ
- ลงคลิปใช้ชีวิตเรียบง่าย เดินไปซื้ออาหารเองที่ซูเปอร์มาร์เก็ต
- แชร์ Routine ดูแลสุขภาพแบบสุดโต่งของตัวเอง เช่น ทานอาหารวันละ 6,000 แคลอรี โดยเน้นโปรตีนจากเนื้อและเครื่องใน
ทั้งหมดนี้ทำให้ฮาลันด์มีภาพจำที่ดูเป็นคนเข้าถึงง่าย เรียล ๆ เป็นกันเอง
ซึ่งเป็นคาแรกเตอร์ที่เข้ากับเทรนด์ “Humanized Brand” หรือการที่ฝั่งแบรนด์พยายามทำตัวเองให้มีความเป็นมนุษย์ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ชอบอะไรเรียล ๆ ไม่ปรุงแต่งในตอนนี้พอดี
การใช้ฮาลันด์มาเป็นพรีเซนเตอร์ ก็จะช่วยให้แบรนด์ได้โอกาสเชื่อมโยงภาพจำที่ดูจริงใจ เรียล ๆ ของตัวเขากับแบรนด์ได้ทันที
แถมพอเอาเรื่องนี้มาประกอบกับฐานผู้ติดตามมหาศาล ความเสี่ยงจะเจอดรามาก็ต่ำ
จึงไม่แปลกเลยที่แบรนด์ระดับท็อปจากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น การเงิน, กีฬา, เครื่องดื่ม
จะเลือกฮาลันด์เป็นพรีเซนเตอร์นั่นเอง..

สุดท้ายนี้ รู้ไหมว่าในปี 2026 ที่ผ่านมา ฮาลันด์ได้ถูกจัดให้เป็นนักกีฬาในรุ่นอายุไม่เกิน 25 ปี
ที่มีรายได้สูงสุดในโลก โดย Forbes
โดยมีการประเมินรายได้อยู่ที่ปีละ 80 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 2,670 ล้านบาทเลยทีเดียว
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.