ได้เวลาเปลี่ยนจาก "ผู้ซื้อซอฟต์แวร์" สู่ "ผู้สร้างนวัตกรรม" SV Academy ชี้ AI เปลี่ยนเกมการแข่งขันธุรกิจไทย

ได้เวลาเปลี่ยนจาก "ผู้ซื้อซอฟต์แวร์" สู่ "ผู้สร้างนวัตกรรม" SV Academy ชี้ AI เปลี่ยนเกมการแข่งขันธุรกิจไทย

16 ก.ค. 2026
Artificial Intelligence (AI) กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก "เครื่องมือช่วยทำงาน" ไปสู่โครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจยุคใหม่ ส่งผลให้วิธีคิดในการแข่งขันขององค์กรทั่วโลกเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ความได้เปรียบอยู่ที่เงินลงทุนหรือขนาดองค์กร วันนี้ความสามารถในการนำ AI มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความเร็วในการเติบโตและการสร้างนวัตกรรม
ข้อมูลจากภาคอุตสาหกรรมสะท้อนว่า การนำ AI มาใช้สามารถลดระยะเวลาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ (Go-to-Market) ได้เร็วขึ้นหลายเท่า พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้หลายบริษัททั่วโลกเร่งปรับกลยุทธ์เพื่อใช้ AI เป็นเครื่องมือสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน
สำหรับประเทศไทย ความท้าทายสำคัญอาจไม่ใช่การเข้าถึงเทคโนโลยี แต่คือการเปลี่ยน "Mindset" ของผู้ประกอบการ จากการเป็นผู้ซื้อซอฟต์แวร์สำเร็จรูป หรือพึ่งพาผู้พัฒนาจากภายนอก มาเป็นผู้สร้างระบบที่ตอบโจทย์ธุรกิจของตัวเอง เพื่อเพิ่มความคล่องตัว ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในระยะยาว
แนวคิดดังกล่าวเป็นจุดเริ่มต้นของ SV Academy (Silicon Valley Academy) ซึ่งก่อตั้งโดย พรหม ปาลเดชพงศ์ นักการศึกษา และสองอดีตวิศวกรจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ได้แก่ ไกรรัตน์ (มาร์ช) ไมรินทร์ จาก Amazon และ Databricks และ ชาลี พิสุราช จาก Meta, Google และ Robinhood Markets โดยนำประสบการณ์การสร้างระบบที่รองรับผู้ใช้งานตั้งแต่หลักล้านจนถึงพันล้านคน มาถ่ายทอดเป็นแนวคิดการพัฒนาธุรกิจและนวัตกรรมสำหรับผู้ประกอบการไทย 
ไกรรัตน์ ไมรินทร์ อดีต Senior Software Engineer กล่าวว่า ปัจจุบัน AI ทำให้กระบวนการพัฒนาซอฟต์แวร์เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "เมื่อก่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาจใช้เวลาหลายเดือนหรือเป็นปี และต้องอาศัยทีมงานจำนวนมาก แต่วันนี้ AI สามารถช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนาได้หลายเท่า ทำให้ธุรกิจทดลองไอเดีย ปรับปรุงผลิตภัณฑ์ และออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น" 
และมองว่า บทบาทของบุคลากรด้านเทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนจากผู้เขียนโค้ด มาเป็นผู้ออกแบบระบบ ตรวจสอบคุณภาพ และกำหนดทิศทางการทำงานของ AI เพื่อให้ตอบโจทย์ทางธุรกิจได้อย่างแม่นยำ
สอดคล้องกับมุมมองของ ชาลี พิสุราช ผู้เชี่ยวชาญด้าน Technical Infrastructure ที่ระบุว่า การแข่งขันในยุค AI ไม่ได้วัดกันที่ความสามารถในการเขียนโปรแกรมเพียงอย่างเดียว แต่เป็นความสามารถในการออกแบบระบบ (System Design) และบริหาร AI ให้สามารถสร้างผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์ธุรกิจได้จริง
"AI เปรียบเสมือนทีมงานที่มีศักยภาพสูง แต่ผู้บริหารยังต้องเป็นคนกำหนดเป้าหมาย วางระบบ และตรวจสอบคุณภาพของงาน หากออกแบบกระบวนการได้ดี AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กรได้อย่างมหาศาล"
SV Academy ได้นำแนวคิดดังกล่าวไปทดลองกับหลักสูตรสำหรับเยาวชนอายุ 10-15 ปี ซึ่งไม่มีพื้นฐานด้านการเขียนโปรแกรมมาก่อน โดยผู้เรียนสามารถสร้างต้นแบบแอปพลิเคชัน (Minimum Viable Product : MVP) ได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ สะท้อนว่า AI ช่วยลดข้อจำกัดด้านทักษะเชิงเทคนิค และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถพัฒนานวัตกรรมได้เร็วขึ้น 
จากผลลัพธ์ดังกล่าว สถาบันจึงต่อยอดสู่หลักสูตรสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ ภายใต้แนวคิดที่ต้องการให้เจ้าของกิจการสามารถพัฒนาระบบของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นระบบบริหารสต็อก ระบบจัดการคำสั่งซื้อ ระบบบัญชี หรือ Workflow Automation โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโปรแกรม หรือใช้งบประมาณจำนวนมากในการจ้างทีมพัฒนาซอฟต์แวร์จากภายนอก
ด้าน พรหม ปาลเดชพงศ์ กล่าวว่า เป้าหมายของหลักสูตรไม่ใช่การสร้างโปรแกรมเมอร์ แต่คือการทำให้ผู้ประกอบการสามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือแก้ปัญหาธุรกิจของตัวเองได้จริง 
"เจ้าของธุรกิจเข้าใจปัญหาของตัวเองดีที่สุด หากสามารถใช้ AI มาพัฒนาระบบที่ตอบโจทย์องค์กรได้ ก็จะลดทั้งต้นทุน เวลา และข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ พร้อมสร้างโอกาสใหม่ในการเติบโต" 
ผู้ก่อตั้ง SV Academy มองว่า AI จะสร้างความได้เปรียบให้ธุรกิจใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ การลดต้นทุนด้านเทคโนโลยีผ่านการสร้างระบบเฉพาะองค์กร และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ด้วยการเปลี่ยนงานประจำที่ทำซ้ำให้เป็นระบบอัตโนมัติ เพื่อให้บุคลากรสามารถใช้เวลากับงานด้านกลยุทธ์ การตลาด และการสร้างนวัตกรรมมากขึ้น
อีกหนึ่งเป้าหมายของ SV Academy คือการสร้าง Ecosystem ที่เชื่อมโยงผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีจากต่างประเทศเข้ากับผู้ประกอบการไทย เพื่อให้สามารถต่อยอดการพัฒนาระบบและนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง แม้หลังจบหลักสูตร
ทั้งนี้ ผู้ก่อตั้งเชื่อว่า ต้นทุนในการสร้างซอฟต์แวร์กำลังลดลงอย่างรวดเร็วจากการเข้ามาของ AI ทำให้ธุรกิจทุกขนาดมีโอกาสทดลองไอเดียใหม่ สร้างระบบของตัวเอง และแข่งขันกับองค์กรขนาดใหญ่ได้ง่ายกว่าที่เคย
ในวันที่ AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโลกธุรกิจ คำถามสำคัญของผู้บริหารจึงไม่ใช่ "AI จะมาแทนมนุษย์หรือไม่" แต่คือ "องค์กรจะใช้ AI เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างไร" เพราะท้ายที่สุด ความแตกต่างของธุรกิจในอนาคต อาจไม่ได้อยู่ที่การเข้าถึงเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ความสามารถในการนำเทคโนโลยีมาสร้างคุณค่าและเติบโตได้เร็วกว่าคู่แข่ง 
คอร์สรุ่นต่อไปสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ
ทั้งนี้ SV Academy เตรียมเปิดคอร์สรุ่นต่อไปสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจโดยเฉพาะ ผู้เรียนไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานการเขียนโค้ด แต่จะได้ลงมือสร้างซอฟต์แวร์ใช้งานจริงระดับโปรดักชันด้วยตนเอง พร้อมบลูพรินต์ของกระบวนการและเครือข่ายผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลต่อเนื่อง คลาสแรกเริ่มวันที่ 23 สิงหาคม 2569 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ sv-academy.org/entrepreneurs
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.