Bath&Bloom ประกาศยุทธศาสตร์ 'Scent Experience Provider' ผนึก การบินไทย เปิดตัว ‘กลิ่นไทย : A reflection of THAI’ พลิกโฉมประสบการณ์ผู้โดยสารระดับโลก

Bath&Bloom ประกาศยุทธศาสตร์ 'Scent Experience Provider' ผนึก การบินไทย เปิดตัว ‘กลิ่นไทย : A reflection of THAI’ พลิกโฉมประสบการณ์ผู้โดยสารระดับโลก

22 ก.ค. 2026
Bath&Bloom แบรนด์เครื่องหอมไทยภายใต้ บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด เดินหน้าขยายบทบาททางธุรกิจจากแบรนด์ผลิตภัณฑ์เครื่องหอม สู่การเป็น Scent Experience Provider ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) พัฒนา “Thai Scent” ประสบการณ์กลิ่นที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของ Thai Hospitality ผ่านการออกแบบกลิ่นและผลิตภัณฑ์สำหรับการเดินทางทางอากาศ มุ่งเชื่อมโยงอารมณ์ ความทรงจำ และความรู้สึกของผู้โดยสารในแต่ละช่วงของการเดินทาง พร้อมต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่ตลาดองค์กรและ Customized Scent Solution รองรับความต้องการของธุรกิจที่ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์และความแตกต่างของแบรนด์
ความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของตลาดเครื่องหอมและธุรกิจบริการทั่วโลก ซึ่ง “กลิ่น” กำลังขยับบทบาทจากผลิตภัณฑ์หรือองค์ประกอบสร้างบรรยากาศ ไปสู่เครื่องมือในการออกแบบประสบการณ์ สร้างความผูกพันทางอารมณ์ และทำให้ผู้บริโภคจดจำแบรนด์ ภายใต้การเติบโตของ Experience-First Culture ที่ทำให้การแข่งขันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงคุณภาพของสินค้าและบริการ แต่รวมถึงความสามารถในการสร้างความรู้สึกที่แตกต่างและอยู่ในความทรงจำของผู้บริโภค
ทั้งนี้ ข้อมูลจาก State of Consumer Survey 2026 โดยอ้างอิงจาก McKinsey & Company สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญกับ 'ประสบการณ์' เหนือกว่า 'สินค้า' โดยเกือบ 70% ของกลุ่มตัวอย่างระบุว่ายินดีที่จะใช้จ่ายเงินส่วนเกินไปกับประสบการณ์ มากกว่าการซื้อสินค้าทั่วไป และ ประสบการณ์การท่องเที่ยว คือหมวดหมู่ที่ผู้บริโภคยินดีที่จะใช้จ่ายเพื่อปรนนิบัติตนเองมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ Bath&Bloom และการบินไทยจึงเป็นการร่วมมือกันเพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคระดับโลกอย่างมีนัยสำคัญ ผ่านการออกแบบ Sensory Experience ที่สร้างคุณค่าเพิ่มและสร้างความแตกต่างให้กับแบรนด์ โดยเฉพาะในธุรกิจอุตสาหกรรมการบริการ (Hospitality), อุตสาหกรรมการบิน (Aviation), อุตสาหกรรมค้าปลีก (Retail) และ อุตสาหกรรมสุขภาพและความงาม (Wellness) เป็นต้น
คุณสุดคนึง กองอำนวยสุข ผู้อำนวยการด้านผลิตภัณฑ์และการตลาด บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด กล่าวว่า เมื่อตลาด Fragrance ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ยุค Experience-First Culture อย่างชัดเจน แบรนด์ไม่ได้แข่งขันกันเพียงเรื่องคุณภาพของสินค้าและบริการ แต่ต้องสามารถออกแบบความรู้สึกและสร้างประสบการณ์ที่ผู้บริโภคจดจำได้ สำหรับ Bath&Bloom จึงไม่ได้มองกลิ่นเป็นเพียงผลิตภัณฑ์หรือองค์ประกอบที่สร้างความหอม แต่คือหัวใจสำคัญในการสร้างประสบการณ์ร่วม (Sensory Experience) ที่สามารถเชื่อมโยงตัวตนขององค์กรให้เข้ากับอารมณ์และความทรงจำของผู้คนได้
“ตลอดระยะเวลากว่า 24 ปี Bath&Bloom สั่งสมความเชี่ยวชาญในการตีความความเป็นไทยผ่านกลิ่น โดยนำแนวคิด 'Blooming Memoire' มาเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนา ซึ่งไม่ใช่เพียงการสร้างกลิ่นหอม แต่คือการรังสรรค์ 'ตัวจุดประกายความทรงจำ' (Memory Trigger) ที่เชื่อมโยงอารมณ์ของผู้โดยสารเข้ากับช่วงเวลาสำคัญของการเดินทาง อาทิ การใช้กลิ่นอายที่เป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ไทยอย่างข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งทำหน้าที่เป็นบันทึกความสุขและความทรงจำเกี่ยวกับประเทศไทยที่ชัดเจนที่สุด แนวคิดนี้ยังสอดคล้องกับกลยุทธ์ Scent with Function ที่ยกระดับบทบาทของกลิ่นให้เป็นสื่อกลางในการบันทึกความประทับใจ พร้อมกำหนดบรรยากาศและอารมณ์ความรู้สึกให้กลายเป็น ‘ภาษาของแบรนด์’ ที่สื่อสารได้อย่างลึกซึ้ง
ความร่วมมือกับการบินไทยในครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการนำองค์ความรู้มาต่อยอดสู่โจทย์ระดับประเทศ ด้วยการพัฒนา Customized Scent Solution ตั้งแต่การทำความเข้าใจอัตลักษณ์ของแบรนด์ เส้นทางประสบการณ์ของผู้บริโภค ตลอดจนเป้าหมายด้านอารมณ์และความรู้สึก ก่อนนำมาออกแบบกลิ่นและรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับแต่ละบริบท อีกทั้งยังสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน โดยรังสรรค์ ‘กลิ่นไทย : A reflection of THAI’ เพื่อยกระดับกลิ่นให้เป็น Cultural Asset รูปแบบใหม่ และเป็นส่วนหนึ่งของ Contemporary Thai Hospitality ที่ผู้โดยสารจากทั่วโลกสามารถสัมผัสและจดจำได้ พร้อมผลักดันพลังวัฒนธรรมไทย (Soft Power) สู่สายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก และสะท้อนเสน่ห์ของ Thai Hospitality โดยสอดคล้องกับบทบาทของ Scent Architect และเป็นทิศทางที่ Bath&Bloom ต้องการขยายไปสู่การเป็น Scent Experience Provider ให้กับองค์กรและแบรนด์ในระยะยาว”
ด้าน คุณสุกิจ ประสิทธิ์หิรัญ ผู้อำนวยการขาย บริษัท เอิร์ธ แฟคเทอรี่ จำกัด เปิดเผยว่า หัวใจสำคัญของการพัฒนา Thai Scent คือแนวคิด Emotional Ecosystem ที่เริ่มจากการวิเคราะห์ความต้องการทางอารมณ์ของผู้โดยสารในแต่ละช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่ความสดชื่นในช่วงต้อนรับ ความสบายและผ่อนคลายระหว่างเที่ยวบิน ไปจนถึงความสดใสและความพร้อมก่อนเข้าสู่จุดหมายปลายทาง โดยความท้าทายของการทำ Customized Scent Solution ไม่ใช่การทำให้ทุกผลิตภัณฑ์มีกลิ่นเหมือนกัน แต่คือการสร้างระบบของกลิ่นที่มีความต่อเนื่อง จึงเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ Emotional Journey ของผู้โดยสาร ก่อนออกแบบให้กลิ่นในแต่ละช่วงทำหน้าที่สร้างความรู้สึกที่เหมาะสม
การพัฒนากลิ่นทั้ง 4 รูปแบบ สะท้อนความเชี่ยวชาญของ Bath&Bloom ในฐานะ Scent Architect คือสถาปนิกนักออกแบบและวางโครงสร้างระบบกลิ่นแบบองค์รวม ที่ไม่ได้ออกแบบกลิ่นแต่ละผลิตภัณฑ์แยกออกจากกัน แต่สร้างระบบกลิ่นให้แต่ละกลิ่นมีบทบาทชัดเจนตามบริบทการใช้งาน โดยแต่ละกลิ่นต้องมีบทบาทชัดเจนและสอดประสานกันภายใต้อัตลักษณ์เดียวกันเป็น Scent Family พร้อมสร้าง ‘Thai Scent’ ให้ทำหน้าที่เป็น Welcome Scent สำหรับผู้โดยสารต่างชาติที่เริ่มสัมผัสบรรยากาศของประเทศไทยตั้งแต่อยู่บนฟ้า และ Feeling of Home สำหรับผู้โดยสารไทยที่ได้รับความรู้สึกคุ้นเคย อบอุ่น และสบายใจตลอดการเดินทาง ประกอบด้วย First Light สำหรับผลิตภัณฑ์ Hand Wash สะท้อน Welcoming Smile และความสดชื่นของการเริ่มต้นเดินทาง Silken Veil สำหรับ Hand & Body Moisturizer ถ่ายทอด Thai Care และความรู้สึกผ่อนคลายระหว่างเที่ยวบิน Blooming Horizon สำหรับ Eau de Toilette สะท้อน Thai Optimism และความสดใสก่อนเข้าสู่จุดหมายปลายทาง และ Silk Route สำหรับ Eau de Cologne ถ่ายทอด Thai Warmth for Everyone เพื่อส่งต่อความอบอุ่นแบบไทย
“นอกจากนี้ ‘กลิ่นไทย : A reflection of THAI’ ยังเป็นก้าวสำคัญของการขยายตลาดองค์กร โดยมุ่งนำความเชี่ยวชาญด้าน Customized Scent Solution และ Sensory Branding ไปต่อยอดในอุตสาหกรรม Hospitality, Aviation, Wellness, Luxury Residences, Retail, Branded Experience Spaces ไปจนถึง Event และ Flagship Store ที่ต้องการสร้างประสบการณ์เฉพาะตัวพร้อมวางบทบาทในระยะยาวจากผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เครื่องหอม สู่การเป็น Scent Experience Provider อย่างเต็มรูปแบบที่สามารถทำงานร่วมกับองค์กรตั้งแต่การตีความตัวตนของแบรนด์ การออกแบบ Emotional Journey และระบบกลิ่น ไปจนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ได้ครบทุกมิติ”
ด้าน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ให้คำกล่าวไว้ว่า การบินไทยก้าวเข้าสู่ปีที่ 66 ของการดำเนินงาน โดยยังคงมุ่งมั่นทำหน้าที่เชื่อมโยงประเทศกับผู้คนทั่วโลก พร้อมนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยผ่านการบริการที่อบอุ่นและเปี่ยมด้วยคุณภาพตลอดมา ตามวิสัยทัศน์ในการเป็นสายการบินคุณภาพสูงที่ให้บริการเต็มรูปแบบ ด้วยอัตลักษณ์ความเป็นไทย เชื่อมโยงประเทศไทยสู่ทั่วโลก โดยยึดมั่นในปรัชญาการออกแบบประสบการณ์ผ่านหลัก "อายตนะทั้ง 6" ซึ่งครอบคลุมประสาทสัมผัสทั้งด้านการมองเห็น การลิ้มรส การสัมผัส การได้ยิน การได้รับกลิ่น และเหนือสิ่งอื่นใด คือความรู้สึกสัมผัสได้ถึงการบริการด้วยหัวใจ อันเป็นหัวใจสำคัญที่สร้างความจดจำและสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ได้อย่างยั่งยืน
ด้วยความเชื่อมั่นว่า "กลิ่น" คือกลไกที่ทรงพลังที่สุดในการปลุกความทรงจำและถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก การบินไทย จึงได้ร่วมมือกับ Bath&Bloom ในการรังสรรค์ Signature Scent เพื่อเป็นองค์ประกอบสำคัญในการยกระดับประสบการณ์บนเที่ยวบิน โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านศาสตร์แห่งกลิ่น สอดคล้องกับแนวคิดในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนเสน่ห์ของธรรมชาติและความเป็นไทยได้อย่างร่วมสมัย ซึ่งสอดคล้องกับ DNA ของการบินไทย ทั้งในด้านคุณภาพ ความสง่างาม และการบริการที่อบอุ่น สำหรับความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับใช้บนเครื่องบิน แต่ยังเป็นการผสานจุดแข็งของสองแบรนด์ไทย เพื่อร่วมกันถ่ายทอดภาพลักษณ์ของประเทศไทยผ่านอีกหนึ่งมิติของประสบการณ์การเดินทาง พร้อมทั้งสะท้อนความมุ่งมั่นของการบินไทยในการสนับสนุนผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ ให้เติบโตและเป็นที่รู้จักในระดับสากล
“นอกจากการยกระดับประสบการณ์ของผู้โดยสาร ความร่วมมือครั้งนี้ยังสะท้อนแนวทาง Brand as Organization ของ Bath&Bloom และ การบินไทย ในการสร้างคุณค่าร่วมกันทางสังคมและเศรษฐกิจ หรือ Creating Shared Value (CSV) ด้วยการทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทย เชื่อมโยงศักยภาพ ความเชี่ยวชาญ และความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ไทยเข้าสู่ประสบการณ์การเดินทางที่เข้าถึงผู้โดยสารจากทั่วโลก ทั้งยังเชื่อมั่นว่าแบรนด์ไทยมีศักยภาพทั้งด้านคุณภาพ มาตรฐาน และความคิดสร้างสรรค์ที่สามารถแข่งขันในระดับสากลได้ ซึ่งถือเป็นเวทีนำเสนอด้าน Thai Expertise และ Thai Creativity สู่สายตานานาชาติ” คุณสุดคนึง กล่าวทิ้งท้าย
การจับมือระหว่าง Bath&Bloom และ การบินไทย ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการสร้างมิติใหม่ให้กับประสบการณ์การเดินทางของผู้โดยสาร แต่ยังสะท้อนโอกาสทางธุรกิจครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องหอมในยุค Experience-First Culture ที่กลิ่นหอมได้ก้าวสู่การเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์การสร้างแบรนด์และการออกแบบประสบการณ์ร่วม (Sensory Branding) อีกทั้งยังเป็นการยกระดับ ‘Thai Scent’ สู่การเป็น Cultural Asset ที่ทรงพลัง ซึ่งไม่เพียงช่วยสร้างความทรงจำและความผูกพันทางอารมณ์ที่ลึกซึ้ง แต่ยังเป็นการประกาศศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของแบรนด์ไทย ให้เป็นที่ประจักษ์แก่ผู้บริโภคทั่วโลกอย่างเป็นรูปธรรม
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.