ผ่านไป 10 กว่าปี ทำไมคนไทย ยังคิดถึง Ice Monster ของคุณหนุ่ม กรรชัย

ผ่านไป 10 กว่าปี ทำไมคนไทย ยังคิดถึง Ice Monster ของคุณหนุ่ม กรรชัย

23 ก.ค. 2026
Ice Monster บิงซูน้ำแข็งไสท็อปปิงด้วยผลไม้ เป็นแบรนด์ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน คนไทยก็ยังพูดถึง และเชียร์ให้คุณหนุ่ม กรรชัย นำแบรนด์กลับมา
แล้วทำไม คนไทยถึงยังไม่ “มูฟออน” จาก Ice Monster แม้เวลาจะผ่านมาแล้ว 10 กว่าปี ?
MarketThink จะวิเคราะห์ให้อ่านกันในโพสต์นี้
- Ice Monster เป็นแบรนด์ที่มีต้นกำเนิดจากประเทศฟิลิปปินส์ ในปี 2003 เป็นแบรนด์น้ำแข็งไสเนื้อละเอียด มีสัมผัสที่เนียนนุ่ม และละมุนมาก ๆ เสิร์ฟมาพร้อมนม และท็อปปิงต่าง ๆ เป็นจุดเด่นที่ใคร ๆ ก็นึกถึง
ก่อนที่ในปี 2006 คุณหนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย จะซื้อและได้สิทธิ์นำแบรนด์ Ice Monster เข้ามาเปิดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก
ภายใต้บริษัท ไอ ดู ไอซ์ จํากัด โดยมีสาขาแรกอยู่ที่ สยามสแควร์ ซอย 11
ในประเทศไทย เราน่าจะคุ้นกับน้ำแข็งไสของ Ice Monster ที่เสิร์ฟมาพร้อมกับนม และท็อปปิงผลไม้ตามฤดูกาลหลายชนิด ในราคาเริ่มต้นประมาณ 65 บาท ให้รสชาติที่เปรี้ยว หวาน สดชื่น เหมาะกับอากาศร้อน ๆ ของประเทศไทย
ซึ่ง Ice Monster ได้รับการตอบรับที่ดีจากคนไทยมาก ๆ โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน นักศึกษา ที่มักซื้อ Ice Monster กินในช่วงหลังเลิกเรียน
แม้ว่าในจุดพีก Ice Monster จะมีสาขาในไทยมากถึง 45 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นการขยายสาขาผ่านโมเดลแฟรนไชส์ ทั้งในห้างสรรพสินค้า และหัวเมืองใหญ่
แต่หลังจากนั้นไม่นาน คุณหนุ่ม กรรชัย ก็ถูกถอดชื่อออกจากการเป็นหุ้นส่วน และเกิดเป็นการฟ้องร้องกัน แล้ว Ice Monster ก็ค่อย ๆ หายไป จนถึงวันนี้เป็นเวลา 10 กว่าปีแล้ว
แต่ถึง Ice Monster จะหายไปจนเหลือเป็นเพียงตำนาน แต่จนถึงตอนนี้คนไทยก็ยังพูดถึง Ice Monster กันอยู่เรื่อย ๆ และมีการขอร้องให้คุณหนุ่ม กรรชัย กลับมาเปิดแบรนด์ Ice Monster อีกครั้ง
- แล้วทำไมคนไทยถึงไม่เคยลืม Ice Monster เลย ? เรื่องนี้สามารถวิเคราะห์ได้ หลายปัจจัยด้วยกัน
1. แบรนด์หายไปตอนยังดัง ทำให้กลายเป็นตำนาน
เรื่องแรกเลยก็คือ Ice Monster จากไปในวันที่กำลังอยู่ในจุดพีก แบรนด์ยังเป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ยอดขายก็ยังดี
เหตุผลในการปิดแบรนด์เป็นเพราะเหตุผลทางด้านการบริหารจัดการธุรกิจ ไม่ใช่เพราะยอดขายไม่ถึงเป้า
ทำให้คนไทยเกิดความรู้สึกเสียดาย และค้างคาใจ ที่ไม่ได้กิน Ice Monster อีกต่อไปแล้ว
เทียบให้เห็นภาพง่าย ๆ การหายไปของแบรนด์ Ice Monster ไม่ได้ต่างอะไรจากการเสียชีวิตของคนดังระดับโลก ขณะที่กำลังอยู่ในจุดพีก ทำให้แฟน ๆ รู้สึกเสียใจ และถูกยกย่องให้กลายเป็นตำนานนั่นเอง
2. เป็นแบรนด์ที่ผูกพันกับชีวิตในวัยเรียน ของคนที่เกิดในยุค 1990-2000
อีกข้อหนึ่งที่เกี่ยวข้องแบบเต็ม ๆ ก็คือ Ice Monster เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มนักเรียนนักศึกษาในขณะนั้น ซึ่งเป็นคนที่เกิดในยุค 1990-2000
ทำให้คนกลุ่มนี้ใช้ชีวิตช่วงวัยเรียน และมีความทรงจำที่ผูกพันกับแบรนด์ Ice Monster ในช่วงเวลานั้น เช่น
เคยซื้อกินแล้วแบ่งกับเพื่อน
เคยซื้อกินตอนมาเดินเล่นหลังเลิกเรียนที่สยาม
หรือเคยซื้อกินระหว่างรอเรียนพิเศษในวันหยุด
ทำให้ Ice Monster ถูกผูกเข้ากับความทรงจำ และอดีตของคนกลุ่มนี้ไปโดยปริยาย และเมื่อเวลาผ่านมานานหลายปี ความทรงจำเหล่านี้ก็ยังคงอยู่
3. มี Unique Selling Point ที่ปัจจุบันไม่มีใครทำแทนได้
ข้อนี้เป็นเรื่องที่สำคัญจนทำให้ Ice Monster กลายเป็นตำนานที่คนไทยไม่เคยมูฟออนได้ นั่นก็คือคนไทยยังจำรสชาติ และเนื้อสัมผัสอันละมุนของ Ice Monster ได้เป็นอย่างดี
และจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีแบรนด์ใด ทำน้ำแข็งไสที่มีเนื้อละมุน และมาพร้อมท็อปปิงผลไม้ตามฤดูกาลได้แบบ Ice Monster ในระดับที่แมสและเป็นที่รู้จักไปทั่วประเทศได้เท่ากัน
เรื่องนี้ทำให้ Ice Monster กลายเป็นแบรนด์ในตำนานที่มี Unique Selling Point ที่ยังไม่มีใครสามารถทดแทนได้นั่นเอง
4. มีคุณค่าในฐานะสิ่งที่หาไม่ได้อีกแล้ว
ตามหลักจิตวิทยาเบื้องต้น คนเราจะให้คุณค่าหรือความสำคัญกับสิ่งที่ขาดแคลน หรือหาไม่ได้อีกแล้ว ตามหลักจิตวิทยาที่เรียกว่า Scarcity Effect
ทำให้ Ice Monster กลายเป็นแบรนด์ที่มีคุณค่าทางจิตใจไปโดยปริยาย จากความรู้สึกโหยหา และคิดถึง
5. คุณหนุ่ม กรรชัย ยังอยู่ในหน้าจอทุกวัน
และเรื่องสุดท้ายที่สำคัญสุด ๆ เลยก็คือ ตัวคุณหนุ่ม กรรชัย ในฐานะเจ้าของแบรนด์ในประเทศไทย
เพราะในวันนี้คุณหนุ่ม กรรชัย ไม่ได้หายหน้าหายตาไปไหน ยังคงมีผลงานเป็นพิธีกรรายการโหนกระแส รวมถึงยังคงแอกทิฟในโลกโซเชียลมีเดียอยู่เช่นเดิม
ทำให้แบรนด์ Ice Monster ที่มีภาพลักษณ์ผูกติดอยู่กับคุณหนุ่ม กรรชัย ไม่เคยหายไปไหนตามไปด้วย
ทั้งหมดนี้ก็คือ เหตุผลที่ว่า ทำไมคนไทยไม่เคยมูฟออนจากแบรนด์ Ice Monster ได้เลย ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา จนเรียกได้ว่า Ice Monster ได้กลายเป็นแบรนด์ในตำนาน ในใจของคนไทยไปแล้ว
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.