รู้จักกลยุทธ์ “Overbooking” สายการบิน ขายตั๋วเกินที่นั่ง ไม่ผิดกฎหมาย แต่ทำคนอดบิน

รู้จักกลยุทธ์ “Overbooking” สายการบิน ขายตั๋วเกินที่นั่ง ไม่ผิดกฎหมาย แต่ทำคนอดบิน

2 ก.ย. 2026
ไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา มีประเด็นว่าผู้โดยสารสายการบินหนึ่งถูกปฏิเสธไม่ให้บิน เพราะเครื่องบินมีผู้โดยสารเต็ม ทั้ง ๆ ที่ผู้โดยสารคนนั้นจองตั๋วเครื่องบินและชำระเงินล่วงหน้ามาก่อนแล้ว
รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้วการขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่สายการบินต่าง ๆ ทำกันเป็นเรื่องปกติทั่วโลก
หมายความว่า ต่อให้เราจะจองตั๋วและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว เราก็มีสิทธิ์จะตกเครื่อง เพราะที่นั่งเต็ม เหมือนเคสนี้ได้นั่นเอง
กลยุทธ์แบบนี้เรียกว่าอะไร มีที่มาเป็นแบบไหน ? MarketThink เล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ
ย้อนกลับไปในช่วงปี 1940 ที่เทคโนโลยียังไม่ได้ล้ำเหมือนวันนี้ ในขั้นตอนการจองตั๋วเครื่องบินเขาจะทำผ่านสิ่งที่เรียกว่า “Master Board” เป็นบอร์ดขนาดใหญ่ที่อยู่ตามสำนักงานใหญ่ของสายการบินต่าง ๆ
โดยบนบอร์ดจะมีข้อมูลว่าที่นั่งต่าง ๆ บนเครื่องบินในแต่ละเส้นทาง มีคนจองไหม
และถ้าตั๋วเครื่องบินถูกขายออกไป พนักงานก็จะทำสัญลักษณ์บนตัวบอร์ดแบบบ้าน ๆ เพื่ออัปเดตข้อมูลว่าเที่ยวบินนั้นมีคนจองมากหรือน้อยแค่ไหน
อย่างไรก็ตาม ระบบ Master Board ตรงนี้ไม่ได้อัปเดตกันแบบเรียลไทม์ ทำให้มีเคสที่สายการบินบังเอิญ​ขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่งบนเครื่องบินไปบ่อย ๆ
เรื่องนี้ทำให้ธุรกิจสายการบินค้นพบอินไซต์บางอย่างโดยบังเอิญ​ ก็คือทุก ๆ เที่ยวบินจะมีผู้โดยสารประเภท “No-Show” อยู่เสมอ
ผู้โดยสารประเภทนี้ คือ คนที่ไม่ยอมมาขึ้นเครื่องด้วยเหตุผลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น รถติด, มาไม่ทัน หรือเปลี่ยนแผนกะทันหัน
สายการบินต่าง ๆ ก็เลยเอาอินไซต์ตรงนี้มาปรับใช้เป็นกลยุทธ์เพื่อกระจายความเสี่ยง และทำรายได้ต่อเที่ยวบินให้เยอะขึ้น
ด้วยการนำสถิติจำนวนผู้โดยสาร No-Show ย้อนหลังของเที่ยวบินต่าง ๆ มาเป็นตัวตั้ง แล้วค่อยขายตั๋วเครื่องบินเกินจำนวนที่นั่งให้พอ ๆ กับอัตราผู้โดยสาร No-Show ในแต่ละเที่ยวบิน
ก่อนที่กลยุทธ์แบบนี้จะเริ่มแมสในระดับที่สายการบินต่าง ๆ ใช้กันเป็นเรื่องปกติในภายหลัง
แล้วเรื่องนี้มันผิดกฎหมาย หรือกฎของหน่วยงานอะไรสักอย่างไหม ?
มีข้อมูลว่า การทำ Overbooking​เป็นเรื่องที่หลาย ๆ ประเทศยอมรับว่าเป็นแนวทางปกติของธุรกิจสายการบิน แต่ก็อาจจะขึ้นอยู่กับข้อกฎหมายของแต่ละประเทศด้วยว่ามีแนวทางจัดการเรื่องนี้อย่างไร
สำหรับสหรัฐอเมริกา มีหน่วยงานชื่อ “U.S. Department of Transportation” ที่ออกมากำหนดแนวทางสำหรับการทำ Overbooking ไว้ว่าถ้าสายการบินขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่ง
แล้วปรากฏว่ามีผู้โดยสารมา 100% จนที่นั่งไม่พอ สายการบินจะต้องเสนอค่าตอบแทนให้ผู้สมัครใจสละที่นั่ง หรือคนที่ถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นบินเสมอ
โดยมีข้อมูลว่า เมื่อปี 2017 United Airlines สายการบินของสหรัฐอเมริกา เคยเสนอบัตรกำนัลมูลค่ากว่า 800 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถ้าคำนวณเป็นเรตเงินในปัจจุบันจะอยู่ที่ราว ๆ 26,300 บาท พร้อมที่พัก
เพื่อแลกกับการให้ผู้โดยสารสละที่นั่ง ในกรณีที่นั่งเต็มเพราะสายการบิน Overbooking
สำหรับในประเทศไทยจะมีหน่วยงานชื่อ “สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย” หรือ CAAT ที่เข้ามากำกับเรื่องนี้โดยตรง
โดย CAAT ประกาศไว้เลยว่า ถ้าสายการบินไหน Overbooking แล้วมีคนมาขึ้นเครื่อง 100% จนที่นั่งไม่พอ
เบื้องต้นสายการบินจะต้องหาอาสาสมัครที่ต้องการสละที่นั่งก่อน เพื่อแลกกับประโยชน์หรือเงื่อนไขต่าง ๆ ที่ผู้โดยสาร และสายการบินตกลงร่วมกันได้
แต่ถ้าหาไม่ได้จริง ๆ และต้องมีผู้โดยสารโดนปฏิเสธไม่ให้ขึ้นบิน
สายการบิน จะต้องดูแลเรื่องอาหาร เครื่องดื่ม ช่วยอำนวยความสะดวกด้านการติดต่อสื่อสาร ที่พัก และการเดินทางระหว่างสนามบิน (ในกรณีที่จำเป็นต้องพักค้างคืน) ให้ผู้โดยสารคนนั้นตามความเหมาะสม
นอกจากนี้ สายการบินจะต้องเสนอตัวเลือกการเดินทางอื่น ๆ ให้ผู้โดยสารคนนั้นด้วย เช่น ตัวเลือกการเดินทางด้วยรถบัสหรือรถไฟ ไปจนถึงตัวเลือกการคืนเงินค่าโดยสาร
พร้อมชดเชยเป็นเงินสด จำนวนเงิน 1,500 บาท (สำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ) ให้คนที่ถูกปฏิเสธไม่ให้ขึ้นบิน
เป็นไปตามมาตรการคุ้มครองสิทธิของผู้โดยสาร ในเที่ยวบินประจำภายในประเทศ และระหว่างประเทศ (ข้อบังคับ กบร.101) ของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย
มาถึงตรงนี้ แม้หลาย ๆ คนจะมองว่า การทำ Overbooking หรือการขายตั๋วเกินจำนวนที่นั่งนั้น จะเป็นเรื่องที่ดูขัดใจใครหลาย ๆ คนไปบ้าง
แต่ในมุมของสายการบิน การขายตั๋วแบบ Overbooking ก็นับว่าเป็นกลยุทธ์ธุรกิจ ที่ใช้สร้างรายได้เพิ่มให้กับสายการบิน
ผ่านการบริหารความเสี่ยง และการคาดการณ์จำนวนผู้โดยสาร ในแต่ละเที่ยวบินนั่นเอง
สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่กลัวว่าถ้าจองตั๋วและชำระเงินเรียบร้อยแล้ว จะกลายเป็นคนที่โดน Overbooking เพราะที่นั่งบนเครื่องบินมีไม่เพียงพอ
ก็มีวิธีป้องกันเบื้องต้นง่าย ๆ คือให้ลองจองที่นั่งบนเครื่องตั้งแต่ตอนซื้อตั๋ว หรือเช็กอินออนไลน์ล่วงหน้าไปก่อน เพื่อให้สายการบินระบุที่นั่งของเราไว้ในระบบ
เพราะส่วนใหญ่แล้วคนที่โดนปฏิเสธไม่ให้ขึ้นเครื่องจากการ Overbooking จะเป็นคนที่มาเช็กอินช้า จนที่นั่งอื่น ๆ ในระบบ ถูกคนที่มาเช็กอินก่อนจองไว้หมดแล้ว
ทำให้คนที่มีที่นั่งในระบบอยู่แล้ว จะมีความเสี่ยงเรื่อง Overbooking น้อยกว่าคนที่ยังไม่มีที่นั่งในระบบนั่นเอง
แต่ท้ายที่สุดแล้ว หากวันใดวันหนึ่ง เรากลายเป็นคนที่ไม่ได้ขึ้นเครื่องบินเพราะ Overbooking ก็อย่าลืมรักษาสิทธิของตัวเอง ให้ได้รับการชดเชยจากสายการบิน ตามความเหมาะสม..
© 2026 Marketthink. All rights reserved. Privacy Policy.