ตำนาน “เต่าเหยียบโลก” แบรนด์ระงับกลิ่นกายที่กำลังเติบโต

ตำนาน “เต่าเหยียบโลก” แบรนด์ระงับกลิ่นกายที่กำลังเติบโต

2 ก.ค. 2020
ผงระงับกลิ่นกาย กลิ่นรักแร้ และกลิ่นเท้า ในตำนานอันเลื่องลือ “เต่าเหยียบโลก”
ชื่อแบรนด์แปลกๆ แต่แฝงด้วยความครีเอต
ซึ่งสะกดผู้คนให้มาสะดุด และสร้างการจดจำในตัวแบรนด์ได้อย่างดี
เต่าเหยียบโลก เป็นหนึ่งในแบรนด์ผงระงับกลิ่นกาย ที่คนไทยหลายคนประทับใจ
ทั้งเรื่องระงับกลิ่นได้ดี ใช้แล้วแห้งสบาย ไม่ทิ้งคราบบนเสื้อ และราคาย่อมเยา
จนบางคนที่เคยใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นแบบโรลออน หรือสเปรย์ จากแบรนด์ดังระดับโลก
ต้องหันมาเทใจให้แบรนด์ ชื่อบ้านๆ สัญชาติไทยอย่าง “เต่าเหยียบโลก”
บริษัท ไทย เฮิร์บ เอนเตอร์ไพรซ์ จำกัด เจ้าของแบรนด์เต่าเหยียบโลก
ปี 2559 มีรายได้ 28 ล้านบาท กำไร 5 ล้านบาท
ปี 2560 มีรายได้ 61 ล้านบาท กำไร 8 ล้านบาท
ปี 2561 มีรายได้ 87 ล้านบาท กำไร 12 ล้านบาท
รายได้เติบโตเฉลี่ย 46% ต่อปี และกำไรโตเฉลี่ย 34% ต่อปี
ดูเหมือนเต่าตัวนี้ จะไม่ได้คลานบนถนนธุรกิจอย่างช้าๆ
แต่กำลังวิ่งอยู่อย่างรวดเร็ว..
ซึ่งถ้าดูจากแนวโน้ม บริษัทก็อาจสร้างยอดขายแตะระดับร้อยล้าน หรือหลายร้อยล้านในอีกไม่ช้า
แล้วที่มาของชื่อแบรนด์แปลกๆ นี้ และเบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ คืออะไร ?
ผู้สร้างตำนาน และให้กำเนิด “เต่า” ลืมตาขึ้นมา “เหยียบโลก” คือ คุณสมชาย จันทิพย์วงษ์
คุณสมชาย เป็นคนจังหวัดนครปฐม เกิดในครอบครัวเกษตรกร และเรียนจบเพียงชั้น ป.4
ซึ่งพออายุได้ 16 ปี ก็เลยต้องหางานทำเพื่อเลี้ยงชีพ
โดยเริ่มเป็น เด็กปรุงยาและหยิบยาตามใบสั่งยาของลูกค้า ในร้านขายยาไทย-ยาจีนแห่งหนึ่งในนครปฐม
ต่อมาเขาก็ได้ย้ายไปเป็นเด็กปรุงยาที่ร้านขายยาจีน ในกรุงเทพฯ ย่านวงเวียนใหญ่
และทำงานที่นั่น จนไต่เต้าเป็นผู้จัดการร้าน
แต่เมื่อตอนอายุ 40 ปี เขาเกิดความน้อยใจเถ้าแก่ในเรื่องส่วนตัว
ที่เถ้าแก่เคยสัญญารับปากว่าจะทำให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ทำให้
คุณสมชาย จึงตัดสินใจลาออกจากงานของตัวเอง
ซึ่งตอนนั้นเขาก็ออกมาแบบแตะฝุ่น เพราะไม่ได้วางแผนว่าจะทำอะไรต่อ
แต่บังเอิญมีญาติมาถามว่า ทำไมไม่เอาความรู้ที่ได้จากร้านขายยามาต่อยอดปรุงยาขายเอง ?
คุณสมชาย เลยย้อนนึกขึ้นได้ว่า เคยได้สูตรแป้งทาระงับกลิ่นรักแร้ จากลูกค้าคนหนึ่ง ซึ่งเป็นหัวหน้าพยาบาล
โดยเธอมักนำตำรายาสูตรโบราณที่สืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยอากง มาให้ช่วยปรุงยาเป็นประจำ
คุณสมชาย จึงลองนำสูตรแป้งระงับกลิ่นรักแร้ มาปรุงใช้ ซึ่งปรากฏว่าได้ผลดี
เลยปรับปรุงสูตรให้ดียิ่งขึ้น และใช้เงินทุน 20,000 บาท เพื่อตั้งต้นสร้างธุรกิจในปี พ.ศ. 2539
เริ่มแรกเขานำสินค้าไปบรรจุซองซิป วางขายซองละ 10 บาท
โดยวางขายหน้าร้านเสริมสวยของภรรยาเป็นที่แรก
ซึ่งนำไปตั้งไว้ที่หน้ากระจก เพื่อให้คนที่เดินผ่านไปมาเห็น
พร้อมกับตั้งชื่อสินค้าว่า “จับเต่า” เพื่อให้สื่อถึงคุณสมบัติของสินค้าที่สามารถจับกลิ่นเต่า หรือกลิ่นรักแร้ได้
และวาดรูปโลโก้ เป็นรูปเต่าตัวโตกำลังเหยียบพื้นโลกอยู่
เพื่อให้คนที่ไม่รู้หนังสือ หรืออ่านหนังสือไม่ออกในสมัยก่อน
สามารถรู้ได้ว่าแบรนด์หรือสินค้านี้ควรเรียกว่าอะไร แม้จะอ่านชื่อแบรนด์ไม่ออก
ต่อมาคุณสมชาย ก็เริ่มขยายช่องทางขาย โดยขี่มอเตอร์ไซค์ตระเวนแนะนำสินค้า และฝากขายตามร้านเสริมสวยหลายๆ ร้าน
ซึ่งร้านเสริมสวยส่วนใหญ่ก็ยินดีให้ฝากขายได้
เนื่องจากสินค้าไม่กินพื้นที่มาก แถมยังได้ส่วนแบ่งรายได้จากการขาย
และเปลี่ยนแพ็กเกจจิง จากซองซิป มาเป็นขวดพลาสติก ขายขวดละ 20 บาท
พอวางขายในร้านเสริมสวยได้สักพักใหญ่ ลูกค้าก็เริ่มพูดถึงตัวสินค้ามากขึ้น และบ่นว่าหาซื้อยาก
คุณสมชาย จึงเพิ่มช่องทางจำหน่ายไปสู่ร้านอุปกรณ์เสริมสวย, ร้านขายยา และร้านขายผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ
ซึ่งหลังจากนั้น ก็มีปัญหามาให้คุณสมชายครุ่นคิด
เขาพบว่า ลูกค้าหลายคนเวลาเข้าร้านไปซื้อสินค้า จะไม่ค่อยกล้าบอกว่ามาซื้อ “จับเต่า”
เพราะอายเรื่องที่ต้องบอกว่าตัวเองมีกลิ่นเต่า
และบางคนก็เลี่ยงบอกว่า มาซื้อ “เต่าเหยียบโลก” ที่เป็นรูปโลโก้สินค้าแทน
เขาเลยตัดสินใจเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น “JT” ซึ่งเป็นอักษรย่อของ จับเต่า
อย่างไรก็ดี ด้วยความที่ลูกค้าส่วนใหญ่คุ้นชินกับการเรียกชื่อ เต่าเหยียบโลก มากกว่า
ก็เลยต้องเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น “เต่าเหยียบโลก” ในที่สุด
แต่เดิมกิจการของเต่าเหยียบโลก จะเติบโตแบบช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป
โดยอาศัยกลยุทธ์การตลาดแบบปากต่อปาก ลูกค้าใช้แล้วดี เลยบอกเพื่อน บอกญาติให้ซื้อมาใช้บ้าง
แต่จุดเปลี่ยนสำคัญของแบรนด์ เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2553
ที่มีคนเอาสินค้าไปรีวิว และพูดถึงกันบนเว็บไซต์ Pantip
ทั้งสรรพคุณที่ดีเกินคาด และชื่อที่ตลก มีเอกลักษณ์
พลังโซเชียลและอินเทอร์เน็ต เลยทำให้ เต่าเหยียบโลก ดังเป็นพลุแตกชั่วข้ามคืน
และเกิดกระแสตามหาตัวสินค้า ซึ่งมีหลายคนไปตามหาที่ 7-Eleven
จนทาง 7-Eleven ต้องติดต่อแบรนด์ให้นำสินค้าไปวางขาย
แต่คุณสมชายมองว่าธุรกิจและพนักงานยังไม่พร้อม และด้วยข้อจำกัดเรื่อง อย. จึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อน
จนกระทั่งปี พ.ศ. 2557 ลูกทั้งสามคนของคุณสมชาย เรียนจบ
โดยลูกคนโตเรียนบัญชี ส่วนคนรองและคนเล็กเรียนการตลาด
และก็ได้เข้ามาช่วยดูแลกิจการ ทั้งด้านการตลาด บัญชี และด้านวางแผนกลยุทธ์
เมื่อคุณสมชายเห็นว่า บริษัทมีความพร้อมมากขึ้น
จึงตัดสินใจกลับเข้าไปเจรจากับทาง 7-Eleven อีกครั้ง
จนสามารถวางขายสินค้าได้ในทุกสาขาทั่วประเทศ
และต่อด้วยช่องทางโมเดิร์นเทรดอื่นๆ เช่น ห้างสรรพสินค้า, ตัวแทนจำหน่ายในต่างจังหวัด ตลอดจนช่องทางออนไลน์
นอกจากการขยายช่องทางจำหน่ายแล้ว
ทายาทรุ่นที่ 2 หรือลูกๆ ของคุณสมชาย ยังช่วยพัฒนาและขยายไลน์สินค้าเพิ่ม ทั้งเพิ่มกลิ่นใหม่ และประเภทสินค้า เพื่อเป็นทางเลือกแก่คนรุ่นใหม่มากขึ้น
จนปัจจุบันผลิตภัณฑ์ของเต่าเหยียบโลก ก็จะมี
ผงระงับกลิ่นกาย กลิ่นเมนทอล สูตรดั้งเดิม, กลิ่นซากุระ สูตรไวท์เทนนิ่ง, กลิ่นลาเวนเดอร์
ครีมระงับกลิ่นกาย เต่าเหยียบโลก นิวเจน ไวท์เทนนิ่ง ดีโอ ครีม
และโรลออนระงับกลิ่นกาย เต่าเหยียบโลก นิวเจน ดีโอ โรลออน
ซึ่งสรุปแล้ว ข้อคิดทางธุรกิจที่ได้จากตำนานเต่าเหยียบโลก
ก็คือ เรื่อง “คุณภาพของสินค้า”
ซึ่งถ้าสินค้าของธุรกิจมีคุณภาพดีจริง และเกินความคาดหวังของผู้บริโภค
ต่อให้ธุรกิจไม่ได้โฆษณาโปรโมตอะไรมากมาย
แต่ธุรกิจก็ยังมี “ลูกค้า” ซึ่งเป็นสื่อโฆษณาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
คอยประกาศเรื่องของแบรนด์สินค้าให้คนอื่นได้รับรู้กัน
ต่อมาคือเรื่อง “จังหวะเวลา”
หลายธุรกิจอาจเติบโตแบบช้าๆ หรือไม่เติบโตเลย ตั้งแต่ก่อสร้างธุรกิจมา
เหมือนกับแบรนด์เต่าเหยียบโลก ในช่วงแรกๆ
อย่างไรก็ตาม ถ้าธุรกิจมีแบรนด์ที่ชัดเจน และสินค้าที่ผู้บริโภคประทับใจ
ในที่สุดแล้วก็จะถึงวันที่ ธุรกิจได้เจอกับจุดพลิกผัน ที่ธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด
และเปลี่ยนจาก เต่า ซึ่งคลานช้าๆ กลายมาเป็น เต่าติดเทอร์โบ..
© 2017-2020 Marketthink. All rights reserved.