
SABINA แย้มรายได้รีเทลไตรมาส 3 ฟื้น หลังรุกเปิดคอลเลคชั่นใหม่ต่อเนื่อง ปลื้มยอดขายแอคทีฟแวร์ปัง รับกระแสออกกำลังกาย-HYROX
17 ก.ย. 2026
เผยรักษาอัตรากำไรจากช่องทางออนไลน์ได้ดี-ชี้แพลตฟอร์มขึ้นค่า GP กระทบน้อย
SABINA เกาะติดตัวเลขยอดขายไตรมาส
3 ปี 2569 พบรายได้ช่องทางค้าปลีก (Retail) ทั้งซาบีน่าช็อป
และเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้ากลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง
เผยปัจจัยหนุนสำคัญมาจากการเดินหน้าเปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่อย่างต่อเนื่อง
โดยเฉพาะการเปิดตัว SMART STRETCH ปรากฏการณ์ใหม่ของชุดชั้นในที่มีความยืดหยุ่นสูง
ลดปัญหาและข้อจำกัดเรื่องการซื้อผิดไซซ์ ขณะที่คอลเลคชั่น Hello Kitty ที่เปิดตัวช่วงต้นเดือน ก.ย.
ที่ผ่านมา ประกาศ Sold Out ในช่องทางออนไลน์อย่างรวดเร็ว
เช่นเดียวกับสินค้าแอคทีฟแวร์ที่เกาะเทรนด์ออกกำลังกายและการแข่งขัน HYROX ดันยอดขายต่อเนื่อง
ตั้งเป้าเพิ่มพอร์ตสินค้านอกกลุ่มชุดชั้นใน มั่นใจรักษาความสามารถในการทำกำไรได้ตามแผน
หลังบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ แจงแพลตฟอร์มออนไลน์ขึ้นค่า GP กระทบน้อย
นางสาวดวงดาว มหะนาวานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซาบีน่า จำกัด
(มหาชน) หรือ SABINA
ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในแบรนด์
“ซาบีน่า” เปิดเผยว่า จากการติดตามตัวเลขยอดขายทั้ง 3 ช่องทางของ SABINA ในไตรมาสที่ 3 ปี 2569 ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงขณะนี้
พบการฟื้นตัวของยอดขายในช่องทางค้าปลีก (Retail) ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่มีสัดส่วนการขายมากที่สุด ทั้งการขายผ่านซาบีน่าช็อป
และเคาน์เตอร์ซาบีน่าในห้างสรรพสินค้า โดยคาดว่า
ปัจจัยสำคัญมาจากการเปิดตัวสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ ทั้งสินค้าหลักในกลุ่มชุดชั้นใน
และสินค้าที่ไม่ใช่ชุดชั้นใน ซึ่งได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี
ก่อนหน้านี้
SABINA รายงานผลประกอบการไตรมาสที่ 2 (เมษายนถึงมิถุนายน) ปี 2569 โดยช่องทางค้าปลีก ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่มีสัดส่วนรายได้ 56% มียอดขายปรับตัวลดลง 9.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ช่องทางไม่มีหน้าร้าน
หรือ NSR
(Non-Store Retailing)
ซึ่งมีสัดส่วน 35% มียอดขายลดลง 13.5% และช่องทางรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งมีสัดส่วน 9%
ยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5%
“การกลับมาของยอดขายในช่องทางค้าปลีกในไตรมาสที่
3 เริ่มเป็นสัญญาณบวกที่เห็นชัดเจนขึ้น
หลังจากที่เราประเมินว่า
แนวโน้มตลาดและกำลังซื้อในครึ่งหลังของปีนี้จะดีกว่าครึ่งปีแรก แม้ว่า
ภาพรวมของกำลังซื้ออาจจะต่ำลง จากปัญหาหนี้ครัวเรือน และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ
แต่ SABINA จะเปลี่ยนอุปสรรคเหล่านี้ให้เป็นโอกาส
ด้วยการนำเสนอสินค้าคุณภาพดี ในราคาที่ไม่สูงเกินไป เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงและจับต้องได้
ด้วยการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทั้งการจ้างผลิต (Sourcing) และการบริหารต้นทุนวัตถุดิบ โดยเรามั่นใจว่า จะยังคงรักษาความสามารถในการทำกำไร
โดยเฉพาะอัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin หรือ NPM) ในปีนี้ไว้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้”
นางสาวดวงดาวกล่าว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SABINA ยังกล่าวถึงการรับมือกับสินค้าจีนที่เข้ามาทำตลาดในช่องทางออนไลน์ด้วยว่า
ที่ผ่านมา SABINA ได้ติดตามและประเมินผลกระทบมาโดยตลอด
และรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวโดยเน้นการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมใหม่
เพื่อนำไปสู่ผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่มีนวัตกรรมและมีคุณภาพเหนือกว่า เช่น
กรณีของชุดชั้นใน SMART STRETCH ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของ
SABINA ขณะเดียวกัน
การขายในช่องทาง NSR ที่มีความกังวลเรื่องของการขึ้นค่าธรรมเนียม
(GP) ของแพลตฟอร์มออนไลน์ เกี่ยวกับเรื่องนี้บริษัทฯ
ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจาก SABINA เป็นแบรนด์ต้นๆ ในตลาดออนไลน์ และมีการปรับแผนการขายและการตลาดร่วมกับแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
โดยที่ผ่านมา ยังสามารถรักษาอัตรากำไรจากแพลตฟอร์มออนไลน์ได้เป็นอย่างดี
สำหรับความท้าทายของการทำตลาดหลังจากนี้
คือ การที่ SABINA มีภาพลักษณ์ของแบรนด์ชุดชั้นในไทยที่แข็งแกร่ง
ดังนั้น กลยุทธ์การตลาดที่สำคัญจึงอยู่ที่การเพิ่มโปรดักส์ไลน์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นโปรดักส์ที่เกิดขึ้นจากโอกาสต่างๆ
เช่น กีฬา ที่มีการแข่งขันกันมากขึ้นและกลายเป็นกระแส ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขัน HYROX หรือการวิ่ง ซึ่งเป็นโอกาสของ SABINA ที่จะผลิตสินค้าแอคทีฟแวร์เข้ามาเสริม
และด้วยดีไซน์ที่เน้นความเป็นแฟชั่นผสานกับฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์
ทำให้สินค้าในกลุ่มนี้ของ SABINA เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว
โดยพอร์ตสินค้ากลุ่มที่ไม่ใช่ชุดชั้นในขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างน่าพอใจ
ซึ่งคาดว่าอาจจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 5%
ของพอร์ตรวมได้ภายในปีนี้ตามเป้าหมายที่วางไว้
Tag:sabina