
Metthier จับมือ ม.มหิดล สร้าง SMART Campus ศูนย์การเรียนรู้ Smart IFM แห่งแรกของไทย มุ่งสู่ต้นแบบด้าน Digital City และ Sustainable Smart Campus
2 ต.ค. 2026
Metthier เดินหน้ายกระดับการบริหารจัดการสถานศึกษาอัจฉริยะ ร่วมมือ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ พัฒนา “SMART Campus” ต้นแบบด้านการจัดการสิ่งอำนวย ความสะดวกอัจฉริยะแบบบูรณาการ (Smart Integrated Facility Management) แห่งแรกในประเทศไทย มุ่งสู่ Digital City และ Sustainable Smart Campus ตามมาตรฐานระดับสากล พร้อมเป็นศูนย์การเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีแก่ภาคการศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน

นายขยล ตันติชาติวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมทเธียร์ จำกัด หรือ Metthier เปิดเผยว่า การลงนามบันทึกความเข้าใจ ทางวิชาการ (MOU) ร่วมกับคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย มหิดล ศาลายา ในการสร้าง SMART Campus ถือเป็นก้าวสำคัญ ของ Metthier ในการนำเทคโนโลยีมายกระดับการบริหารจัดการ พื้นที่และอาคารสถานศึกษาอย่างครบวงจร โดยผสาน Smart Integrated Facility Management, Command Center และ Digital Twin เพื่อให้เป็นพื้นที่ต้นแบบ และศูนย์การเรียนรู้แห่งแรก ของประเทศไทย สำหรับศึกษา วิจัย พัฒนา และประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีในการพัฒนาโครงการเมืองอัจฉริยะ (Digital City) และวิทยาเขตอัจฉริยะที่ยั่งยืน (Sustainable Smart Campus) รวมถึงช่วยเตรียมทักษะความพร้อมให้บุคลากร สู่ผู้เชี่ยวชาญที่มี ขีดความสามารถสูงในอนาคต ผ่านการเรียนรู้ และปฏิบัติงานจริง ร่วมกับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และซอฟต์แวร์ที่ได้มาตรฐาน ระดับอุตสาหกรรม
“มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่ที่มีความ หลากหลายของอาคาร และกิจกรรม การพัฒนา SMART Campus จึงไม่ได้มุ่งเน้นการยกระดับความปลอดภัยเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาบูรณาการ เพื่อสร้างระบบบริหาร จัดการพื้นที่ที่มีประสิทธิภาพ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และประหยัด พลังงาน รวมถึงการเพิ่มพูนทักษะด้านการปฏิบัติงานให้แก่บุคลากร เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ที่ใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรมการก่อสร้าง และพัฒนาเมืองอัจฉริยะยุคใหม่” นายขยล กล่าว

ด้าน รศ.ดร.ธนภัทร์ วานิชานนท์ คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เปิดเผยว่า การพัฒนา SMART Campus ร่วมกับภาคเอกชนในครั้งนี้ เกิดจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล เล็งเห็นถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลกร ให้เป็นผู้นำด้านนวัตกรรม และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จึงต้องการพัฒนาวิทยาเขตสู่วิทยาเขตอัจฉริยะที่ยั่งยืน เพื่อขยายขีดความสามารถของบุคลากรภายในมหาวิทยาลัย รวมถึงยกระดับมาตรฐานของวิทยาเขตให้มีความทันสมัย สอดคล้องกับมาตรฐานทางวิชาการในระดับสากล ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม และพลังงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
“SMART Campus จะเป็นต้นแบบวิทยาเขตอัจฉริยะแห่งแรก ในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แพลตฟอร์มการจัดการระบบอัตโนมัติ และอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (IoT) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการภายใน วิทยาเขต รวมถึงสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้สำหรับ คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ทั้งในภาคทฤษฎี และการฝึกปฏิบัติงาน ร่วมกับเทคโนโลยีที่มีความทันสมัย เช่น Remote Patient Monitoring หรือ Intelligent Operations Center เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านนวัตกรรม และการต่อยอดใช้งานจริง ในภาคอุตสาหกรรม เตรียมความพร้อมบุคลากรสู่การเป็นผู้นำ ด้านเทคโนโลยี” รศ.ดร.ธนภัทร์ กล่าว
สำหรับ SMART Campus เป็นศูนย์การเรียนรู้ภายใต้แนวคิด “Smart Integrated Facility Management” (Smart IFM) หรือ โครงสร้างระบบการบริหารจัดการอาคารแบบบูรณาการที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ และระบบต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยยึด 4 หลักการสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัยของข้อมูลและระบบ (System Security), ระบบเสถียรตลอด 24 ชั่วโมง (System Reliability), รองรับการขยายระบบในอนาคต (System Scalability), และการบูรณาการทุกระบบอย่างไร้รอยต่อ (System Integration)
ความร่วมมือดังกล่าวครอบคลุมการพัฒนาเทคโนโลยี และงานวิจัยใน 5 มิติสำคัญ ได้แก่
Smart Health: ยกระดับการเฝ้าระวังสุขภาพ และการส่งเสริม สุขภาวะเชิงรุกภายในวิทยาเขต รวมถึงระบบนิเวศสุขภาพของ เครือข่ายโรงพยาบาลในมหาวิทยาลัยมหิดล ผ่านการพัฒนา เทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อเป็นฐานข้อมูล และเครื่องมือในการประยุกต์ใช้งาน วิจัย และร่วมพัฒนาในด้านวิศวกรรมชีวการแพทย์ (Biomedical Engineering) และคอมพิวเตอร์ โดยเน้นพัฒนาอุปกรณ์ทางการ แพทย์อัจฉริยะ (Smart Medical Devices) เช่น ระบบติดตาม สัญญาณชีพระยะไกล (Remote Patient Monitoring) และระบบเทคโนโลยีการแพทย์ทางไกล (Telemedicine)
Smart City: พัฒนาวิทยาเขตสู่พื้นที่เรียนรู้เชิงปฏิบัติการจริง (Smart Campus Living Lab) ผ่านการบูรณาการระบบควบคุม อาคาร และการจัดการโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ เพื่อให้นักวิจัย และนักศึกษา สามารถนำกรณีศึกษาจริงมาใช้ในการศึกษา โครงข่ายเซนเซอร์ IoT การควบคุมอาคารประหยัดพลังงาน (Smart Building Control) และการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
Smart Logistics: เปิดโอกาสให้นักวิจัย และนักศึกษา ได้เข้าถึงข้อมูลจากเทคโนโลยีระบุตำแหน่งและการจัดการยานพาหนะอัจฉริยะ (Smart Fleet Management) ภายในมหาวิทยาลัย เพื่อเรียนรู้เรื่องการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ และ Smart Fleet Management ในการเพิ่มประสิทธิภาพการจัด เส้นทางและพัฒนาระบบขนส่งทางการแพทย์ที่รวดเร็ว และปลอดภัย รวมถึงการเข้าถึงระบบโลจิสติกส์และขนส่งทางการแพทย์อัจฉริยะ (Healthcare Logistics Optimization) เช่น ระบบควบคุมสภาวะ สิ่งส่งตรวจ ยา หรือ หุ่นยนต์เวชภัณฑ์ระหว่างการขนส่งอย่างรวดเร็ว และปลอดภัยระดับสูงสุด ซึ่งเป็นงานวิจัยที่มีคุณค่า และมีความ สำคัญต่อสถาบันทางการแพทย์ระดับประเทศ
Smart Security: ยกระดับการรักษาความปลอดภัยภายในพื้นที่ ผ่านการนำ เทคโนโลยี AI และเทคโนโลยีการตรวจภัยคุกคาม มาติดตั้งภายใน พื้นที่วิจัย และพื้นที่วิทยาเขต ไม่ว่าจะเป็น ระบบ กล้องวงจรปิด วิเคราะห์ผลด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI CCTV Analytics) ระบบควบคุมการเข้าออกอัตโนมัติ และ ศูนย์ปฏิบัติการ ควบคุมอัจฉริยะ(Intelligent Operations Center) ที่เปิดพื้นที่ให้ นักศึกษา และนักวิจัยศึกษาแนวปฏิบัติการรักษาความปลอดภัย และเตรียมความพร้อมสู่การเป็นวิศวกร และผู้เชี่ยวชาญด้าน ความปลอดภัยในระดับอุตสาหกรรม
Smart Environment: ผลักดันวิทยาเขตสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Carbon) และสถาบันการศึกษาที่ผสานการประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีเข้ากับการดำเนินงานอย่างยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ (Sustainable Smart Campus) ผ่านการติดตั้งเทคโนโลยี การประเมินประหยัดพลังงานและการจัดการของเสียอัจฉริยะ (Smart Waste Management) ภายใต้เกณฑ์มาตรฐาน ESG และความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)
นอกจากนี้ SMART Campus ยังเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ และพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต ที่เปิดห้อง Learning และ Workshop สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Smart IFM ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงบุคลากรทั่วไป โดยครอบคลุมทั้งในเชิงทฤษฎี และการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมผลักดันให้เป็นพื้นที่บ่มเพาะบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของ Metthier ที่มุ่งมั่นยกระดับคนไทยสู่การเป็น ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดตั้ง Metthier Academy เพื่อพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในการพัฒนาบุคลากร รุ่นใหม่ รวมถึงการก่อสร้าง SMART Campus ที่มหาวิทยาลัย มหิดล ศาลายา ซึ่งบริษัทตั้งใจจะให้เป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมการประยุกต์ ใช้เทคโนโลยี Smart IFM ในงานบริหารจัดการอาคารสถานศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดขยายผลสู่การเป็น New Standard ในการบริหารจัดการอาคารสถานศึกษาต่อไป
นอกจากนี้ SMART Campus ยังเป็นศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ และพัฒนานวัตกรรมแห่งอนาคต ที่เปิดห้อง Learning และ Workshop สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ด้าน Smart IFM ให้แก่นักเรียน นักศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงบุคลากรทั่วไป โดยครอบคลุมทั้งในเชิงทฤษฎี และการลงมือปฏิบัติจริง พร้อมผลักดันให้เป็นพื้นที่บ่มเพาะบุคลากรผู้เชี่ยวชาญ และส่งเสริมการสร้างระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน ตามวิสัยทัศน์ของ Metthier ที่มุ่งมั่นยกระดับคนไทยสู่การเป็น ผู้เชี่ยวชาญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดตั้ง Metthier Academy เพื่อพัฒนาบุคลากรให้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี ความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยชั้นนำในการพัฒนาบุคลากร รุ่นใหม่ รวมถึงการก่อสร้าง SMART Campus ที่มหาวิทยาลัย มหิดล ศาลายา ซึ่งบริษัทตั้งใจจะให้เป็นพื้นที่ที่ส่งเสริมการประยุกต์ ใช้เทคโนโลยี Smart IFM ในงานบริหารจัดการอาคารสถานศึกษา อย่างมีประสิทธิภาพ และต่อยอดขยายผลสู่การเป็น New Standard ในการบริหารจัดการอาคารสถานศึกษาต่อไป